ฟังความอีกด้าน!!!นายก บางด้วน โต้เสียงแข็งอย่ามาว่าไม่ดูแล ตายาย นอนโรงเรียนร้าง!!ย้ำช่วยทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีมีการเสนอข่าว ตายาย และลูกชายสติไม่ค่อยดี   คือนายพันธ์ – นางสงวน พาพันธ์ วัย 88 และ 74 ปี ส่วนลูกชายคือนายสานิต พาพันธ์ อายุ 25 ปี   ได้พักอาศัยอยู่ในโรงเรียนวัดศรัทธาธรรม พื้นที่ ม.3 ต.บางด้วน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง นานเกือบ 5 ปี โดยไม่มี พี่น้อง ญาติ และลูกอีก 5 คนของตายายคู่นี้ดูแล โดยนางสงวนฯ อ้างว่าอยู่แบบทุกข์ยากลำบาก แถมถูกรังเกียจจากชุมชน และมักถูกพูดจาเสียดสีจากเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นอยู่เสมอ จนทำให้ไม่อยากอยู่ในทีแห่งนี้ อยากจะกลับไปยังจังหวัดบ้านเกิดของตาพันธ์ ผู้เป็นสามี ซึ่งเดิมเป็นชาว จ.ศรีสะเกษ แต่ก็ยังทำไมได้เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง นั้น โดยหลังจากมีการเสนอข่าวออกไป

ล่าสุดในวันนี้ที่ อบต.บางด้วน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กลุ่มผู้นำท้องถิ่น พร้อมชาวบ้าน นำโดยนายยงยุทธ แซ่เตียว นายก อบต.บางด้วน ผู้บริหาร สมาชิก อบต.ผอ.รสต.เจ้าหน้าที่ จาก พมจ.ตรัง ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ม.3 ต.บางด้วน ประมาณ 20 คน ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ถึงกรณีดังกล่าวโดยนางกัญญาพัชร ทองพิทักษ์ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ม.3 ต.บางด้วน กล่าวว่า เรื่องที่มีการเสนอข่าวไปว่า ครอบครัวพาพันธ์ ซึ่งประกอบด้วย ตายายและลูกชาย เป็นที่รังเกียจของสังคมชุมชนนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะหลายหน่วยงานในพื้นที่ต่างให้การช่วยเหลือมาโดยตลอดมา แต่รู้สึกแปลกใจว่าทำไม ตายาย ถึงมีการให้ข่าวแบบนั้น ทำให้ทุกฝ่ายรับไม่ได้ และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งๆที่ทุกฝ่ายดูแลครอบครัวนี้อย่างดี ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ ที่อาศัย อาหาร หยูกยา สุขภาพ ครบทุกด้าน และพิเศษมากกว่าคนอื่นๆ ที่ประสบปัญหาลักษณะกันด้วยซ้ำ

ฟังความอีกด้าน!!!นายก บางด้วน โต้เสียงแข็งอย่ามาว่าไม่ดูแล ตายาย นอนโรงเรียนร้าง!!ย้ำช่วยทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้

โดยเฉพาะตนเองและครอบครัว ช่วยเหลือให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เพื่อให้เป็นผู้มีที่อยู่แน่นอน ไม่ต้องตกเป็นผู้เร่ร่อน ข้าวปลาอาหาร ก็แบ่งปั่น เสมอ ยามเจ็บไข้ได้ป่วยก็ดูแลไม่เคยขาดหาย ส่วนลูกชายก็พยายามหางานให้ทำเพื่อที่จะมีรายได้เลี้ยงพ่อแม่ตัวเองได้ เงินผู้สูงอายุทั้งสองคนได้เดือนละ 1,500 บาท และมีเงินช่วยเหลือจาก พมจ.ตรัง ครั้งละ 2,000 บาท ปีละ 3 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากกว่าคนอื่น ที่ได้แค่ปีละครั้ง และลูกชายก็รับจ้างตัดหญ้า ก็พอมีรายได้ครั้งละ 700-1,200 บาท ซึ่งตนคิดว่าถ้ามีการใช้จ่ายอย่างประหยัดก็น่าจะพออยู่ได้แล้ว

ทั้งนี้ ส่วนตัวของนางสงวนฯ ขอบบอกทุกคนที่ไปเยี่ยมว่า ไม่มีการช่วยเหลือ ไม่มีใครเหลียวแล ทั้งๆที่ทุกคนก็ช่วยอยู่ ตนคิดว่า นางสงวนฯน่าจะมีปัญหาทางจิต ซึ่งตนก็เตรียมที่จะนำเรื่องนี้หารือกับส่วนราชการที่เกียวข้องเพื่อส่งนางสงวนฯไปคัดครองสุขภาพจิตอีกครั้ง เพราะหากปล่อยไว้แบบนี้เกรงอาการจะหนักขึ้น ตนเองเข้าใจว่าคนสูงอายุก็ย่อมต้องการการเอาใจใส่จากลูกหลานยานสงวนอาจจะรู้สึกซึมเศร้า มีความกังวล ผิดหวังในบรรดาลูกอีก 5 คน ที่ไม่ได้มาดูแล และทำให้คิดมากสะสมจนทำให้เกิดเหตุการณ์พูดจาเพ้อเจอไปเรื่อยๆ ส่วนใครที่ไม่ทราบก็อาจทำให้เข้าใจผิดได้

ฟังความอีกด้าน!!!นายก บางด้วน โต้เสียงแข็งอย่ามาว่าไม่ดูแล ตายาย นอนโรงเรียนร้าง!!ย้ำช่วยทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้

ด้านนายยงยุทธ แซ่เตียว นายก อบต.บางด้วน อ.ปะเหลียน กล่าวว่า หลังจากนี้ก็จะดูแลให้ทั้งครอบครัวมีรายได้ โดยการเลี้ยงเป็ด ไก่ ปลูกผักสวนครัว และช่วยหางานให้ลูกชายมีงานทำ เพื่อที่จะได้มีรายได้เลี้ยงดูพ่อแม่ต่อไป พร้อมเตรียมที่จะซ่อมแซมที่อยู่ซึ่งเป็นโรงเรียนร้าง โดยเฉพาะหลังคา ที่รั่วมีสภาพทรุดโทรมให้พออยู่ได้ และจะจัดหาเครื่องนอน ให้ใหม่เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุต่อไป

ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ทีนิวส์ จังหวัดตรัง

ฟังความอีกด้าน!!!นายก บางด้วน โต้เสียงแข็งอย่ามาว่าไม่ดูแล ตายาย นอนโรงเรียนร้าง!!ย้ำช่วยทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้