- 26 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ก.ค.60 พลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พ.ต.อ.อริยะ พันธุฟัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พร้อมตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายวัฒนา ไกรเดช หรือเอก อายุ 37 ปี ที่อยู่ 69/5 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยของกลาง คือ เงินสด จำนวน 20,000 บาท และ อาวุธมีด จำนวน 1 เล่ม เข้าไปชิงทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะพานแดง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยมีพลเมืองดีจำนวน 3 คนช่วยติดตามจับกุมคนร้ายได้ภายในเวลา 10 นาที หลังคนร้ายก่อเหตุ
ด้านพลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรม ผู้มีอิทธิพล และยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวัฒนา ไกรเดช หรือเอก อายุ 37 ปี พร้อมด้วยของกลาง โดยกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ พร้อมพกพาอาวุธไปในเมือง ถนน หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ส่วนพ.ต.อ.อริยะ พันธุฟัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า คนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์กล่าวคือ ด้วยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 เวลาประมาณ 13.10 น. เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุชิงทรัพย์ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะพานแดง เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ระหว่างนั้นได้รับแจ้งว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีโดยใช้เส้นทางคู่ขนานถนนพหลโยธินขาเข้าและมีพลเมืองดีไล่ติดตามไป ทราบชื่อ นายนายวิชาญ จับเฟือย อายุ 43 ปี อาชีพขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างวินสะพานฟ้า และนายสุทธิโชค แช่อึ้ง อายุ 19 ปี และนายธนากร ฤทธิ์สำอางค์ อายุ 17 ปี ศูนย์วิทยุ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ แจ้งสกัดจับตามเส้นทางหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปรามและเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้ติดตามไปตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง จนสามารถควบคุมตัว นายวัฒนา ผู้ก่อเหตุ ไว้ได้พร้อมด้วยของกลาง ที่บริเวณ ริมทางคู่ขนานถนนพหลโยธินขาเข้า ก่อนถึงปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
ภายหลังได้สอบถามนายวัฒนา คนร้ายรับว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะพานแดง จริง โดยเงินของกลาง ตนได้มาจากการชิงทรัพย์ธนาคารดังกล่าว ซึ่งเมื่อตนเองได้เงินแล้วได้หลบหนีมาที่บริเวณสะพานฟ้าจากนั้นได้ขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อจะหลบหนีจนกระทั้งถูกจับกุม และจากการตรวจสอบประวัตินายวัฒนาหรือเอก ไกรเดช พบว่า เมื่อปี 2555 เคยต้องโทษคดียาเสพติดให้โทษ ที่ สภ.โชคนาสาม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์และสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารให้การว่า คนร้ายได้เข้ามาทำทีขอฝากเงิน จากนั้นคนร้ายได้เข้าไปบริเวณเค้าเตอร์ธนาคารแล้วได้ข่มขู่เจ้าหน้าที่ธนาคารให้เอาเงินใส่ถุงให้ เจ้าหน้าที่ธนาคารเกิดความกลัวจึงส่งเงินสดให้จำนวน 20,000 บาท จากนั้นคนร้ายได้หลบหนีไปโดยมีพลเมืองติดตามและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ จนสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้พร้อมเงินสดของกลางคืนทั้งหมด จึงได้นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
ทางด้านนายวิชาญ จับเฟือย อายุ 43ปี อาชีพขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างวินสะพานฟ้า กล่าวว่า คนร้ายได้วิ่งมาและขอเรียกรถตนเองให้ไปส่ง ตนเองจึงรับแต่ก็เอะใจที่คนร้ายได้ถือเงินมาด้วย โดยไปส่งคนร้ายที่บริเวณโรงพยาบาลธัญญารักษ์ทั้งนี้มีวัยรุ่น 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามมาด้วย พร้อมตะโกนบอกว่าเป็นคนร้ายที่ชิงเงินจากธนาคารมา ตนเองจึงจอดรถและช่วยจับกุม ต่อมามานานก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามมาควบคุมตัวคนร้ายร้ายนี้ไปดำเนินคดีต่อ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบกระเช้าของขวัญกำลังใจกับ นายนายวิชาญ จับเฟือย นายสุทธิโชค แช่อึ้ง อายุ 19 ปี และนายธนากร ฤทธิ์สำอางค์ ที่ทั้ง 3 คนเป็นพลเมืองดี ช่วยตำรวจจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทันที ทั้งนี้ทางตำรวจจะมอบใบประกาศเกียรติคุณให้อีกครั้งเพื่อตอบแทนและยกยอกว่าเป็นพลเมืองดี ถึงแม้ว่าคดีนี้คนร้ายจะได้ทรัพย์สินไปไม่มาก แต่กระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และเป็นการกระทำอย่างเหิมเกริมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายทั้งที่มีลูกค้าและพนังงานธนาคารอยู่จำนวนมาก.
ภาพ/ข่าว : ธัชนนท์ พิริยะกุลชัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี
