มีความหวัง!!! ผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกลงพื้นที่ประเมินอุทยานธรณีสตูลสู่อุทยานธรณีโลก UNESCO Global Geopark

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 26 ก.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Prot.Artur sa Evaluator (ชาวโปรตุกีส ) และ MR Li wei Eraluatov (ชาวจีน ) หนึ่งในกรรมการยูเน็ตโก และเป็นผู้ประเมินเพื่อรวมรวบข้อมูลเพื่อไปพิจรณาให้จังหวัดสตูลได่ขึ้นเป็น อุทยานธรณีโลกอีกหนึ่งประเทศต่อไป โดยมีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในจังหวัดสตูลที่ห้องอาคารประชุม 100 ปีอำเภอทุ่งหว้าจังหวัดสตูล

 

 

 

โดยมี ดร.สมหมาย เตชวาล รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายสรเดช สุนทรารชุน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายณรงค์ฤทธิ์ ทุ่งปรือผู้อำนวยการอุทยานธรณีสตูล พร้อมหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ ผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกลงพื้นที่ประเมินอุทยานธรณีสตูลสู่อุทยานธรณีโลก UNESCO Global Geopark โดยจะมีการประเมินพื้นที่จริง ในเบื้องต้น จะลงพื้นที่จุดต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ สำนักงานอุทยานธรณี ถ้ำเลสเตโกดอน ภูเขาหินปูนเขาน้อย ฟาร์มเมล่อน ป่าชายเลนปากถ้ำเลสเตโกดอน ท่าเทียบเรือบ้านท่าอ้อย ในอำเภอทุ่งหว้า และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาโรงเรียนกําแพงวิทยา เขตข้ามกาลเวลาเขาโต๊ะหงาย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา อำเภอละงู

มีความหวัง!!! ผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกลงพื้นที่ประเมินอุทยานธรณีสตูลสู่อุทยานธรณีโลก UNESCO Global Geopark

โดยมีเกณฑ์ต่างๆ เช่น แผนผังพื้นที่ต่างๆ เส้นทางเชื่อมโยง รายละเอียดของอุทยานธรณีสตูล การบริหารจัดการอุทยานธรณีที่มีโครงสร้างชัดเจน สอดคล้องกับเศรษฐกิจในชุมชน โดยพื้นที่อุทยานธรณีต้องมีความยั่งยืนโดยชุมชนต้องมีส่วนร่วม จากนั้นผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโก จะร่วมรับฟังรายงานสรุปผลการผลักดันอุทยานธรณีสตูลไปสู่อุทยานธรณีโลก อีกทั้งการดำเนินงานของอุทยานธรณีสตูลตั้งแต่ยุคเริ่มต้น และการประชาสัมพันธ์อุทยานธรณีสตูลให้เป็นที่รู้จักทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนเยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานเครือข่าย อาทิ นิทรรศการถ้ำภูผาเพชร , นิทรรศการกิจกรรมล่องแก่งวังสายทอง , นิทรรศการถ้ำอุไร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันอุทธยานธรณีสตูลไปสู่อุทยานธรณีโลก UNESCO Global Geopark ร่วมกัน กดไลค์และแชร์ที่เพจ PR Satun Geopark เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ ที่จะมีอุทยานในประเทศไทยเป็นสมาชิก UNESCO Global Geopark


มีความหวัง!!! ผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกลงพื้นที่ประเมินอุทยานธรณีสตูลสู่อุทยานธรณีโลก UNESCO Global Geopark

ด้านดร.สมหมาย เตชวาล รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า การลงประเมิน โดยความหวังจากของคนสตูลจะมีโอกาสมากขึ้น เพราะทุกข้อคำถามตัวแทนสตูลตอบได้หมดและทางผู้เชียวชาญฯก็รับฟังและกล่าวในที่ประชุมว่า จังหวัดสตูลมีความพร้อมและให้การตอนรับเป็นอย่างดี แต่ข้อมูลที่เก็บไปเขาทั้ง 2 คนไม่ได้เพียงผู้ตัดสินแต่ต้องมีกรรมการยูเน็ตโก หลายท่านพิจรณาอีกที แต่เชื่อมั่นในกรรมการที่ลงประเมินและผลสรุปน่าจะสิ้นปีนี้ โดยทางผมมั่นใจว่าน่าจะผ่านเพราะทางผู้ประเมินเล็งเห็นแล้วว่าสตูลมีความพร้อม

นายสรเดช สุนทรารชุน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ตัวแทนจังหวัดสตูล กล่าวว่า สตูลมีเป็นพื้นที่พบวากดึกดำบรรพ์เยอะที่เดียวทั้งซากกรามช้าง และหลายอย่างๆที่เป็นของโบราณดำดำบรรพ์ และที่สำคัญจุดไฮไลน์ที่ "มีหินดึกดำบรรพ์ที่มีอายุมากถึง 550 ล้านปีแล้วในพื้นที่ อ.ละงู อ.ทุ่งหว้า และอำเภอมะนัง ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ถึง 69 แห่งทั้งจังหวัด

หินพวกนี้ล้วนจะอยู่ตามเขา และในถ้ำ ที่มีกระจ่ายอยู่ทั้ง 69 แห่งที่นักธรณีวิทยาได้ค้นพบ และถือว่าเป็นจังหวัดแรกที่ได้รับการจัดตั้งเป็นธรณีวิทยาประดับประเทศ และหลังจากนี้จะผลักดันสู่ระดับโลกให้ได้ โดย การผลักดันนั้น จะต้อง ให้คนในพื้นที่ เข้าร่วมกันผลักดันและร่วมกันอนุรักษ์ไว้ไม่ให้เกิดการทำลาย เพราะหินพวกนี้มีอายุมากถึง 550 ล้านปี ดังนั้น พี่น้องประชาชนจะต้องร่วมกันอนุรักษ์ไว้ซึ่งความงดงามของหิน และหินถือว่าเป็นจุดกำเนินของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะซากดึกดำบรรพ์ที่มีล่อยลอยอยู่ในหินพวกนี้ และหากเราสามารถที่จะอนุรักษ์ไว้ได้ ก็จะเป็นการต่อยอดของการท่องเที่ยวของสถานที่นั้น ๆ และสามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่อย่างมหาศาล เช่นในพื้นที่ บริเวณเขาโต๊ะหงาย อุทยานฯเภตรา อ.ละงู จ.สตูล นั้นนักธรณีพบว่าเป็นเขตข้ามกาลเวลา คือ เขาโต๊ะหยายมียอดเขาสูงสุด 138 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีพื้นที่0.3 ตารางกิโลเมตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินปูนที่แสดงลักษณะหน้าผาสูงชัน มีโพรงถ้ำ และมียอดเขาตะปุ่มตะป่ำ ลักษณะทางธรณีวิทยาของเขตข้ามกาลเวลาเป็นแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยาประเภทธรณีโครงสร้างซึ่งเป็นบริเวณที่พบรอยสัมผัสของหิน 2 ยุค คือหินทรายแดงยุคแคมเบรียนที่มีอายุ 541-485 ล้านปี และหินปูน ยุคออร์โดวิเซียน อายุประมาณ 485-444 ล้านปี โดยรอบสัมผัสของหินทั้งสองยุคดังกล่าว เป็นรอยสัมผัสที่เกิดจากรอยเลือนของเปลือกโลก ทีมีความชัดเจนมากและหาดูได้ยาก เสมือนหนึ่งว่าเราสามารถก้าวย่างข้ามกาลเวลาจากยุคแคมเบรียนไปสู่ยุคออร์โดวิเชียนได้เพียงก้าวเดียว "


มีความหวัง!!! ผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกลงพื้นที่ประเมินอุทยานธรณีสตูลสู่อุทยานธรณีโลก UNESCO Global Geopark

นนทพันธ์  จันทรกุล ผู้สื่อข่าวทีวส์ประจำจังหวัดสตูลรายงาน