- 27 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 27 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีผู้ป่วยเข้าไปทำการรักษาตามโรงพยาบาลใหญ่ ซึ่งต้องรอหมอเป็นเวลานาน จนกลายเป็นปัญหาเกิดขึ้น เพราะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน ตามที่เป็นกระแสข่าวแบ่งออกเป็นกระแสสองด้านไปแล้วนั้น นางสุพาศิลป์ คงทวี นักวิชาการสาธารณสุข ชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน(รพ.สต.)โคกหัวช้าง ต.อีสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า รพ.สต.แห่งนี้มีประชาชนมาใช้บริการวันละประมาณ 30-40 คน ซึ่งถือว่าน้อยหากเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลใหญ่ และยังสามารถรับบริการผู้ป่วยได้มากกว่านี้อีกกว่า 1-2 เท่าตัว
ที่ผ่านมามักจะพบว่าผู้ที่ไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ ส่วนหนึ่งมีอาการเพียงเล็กน้อยแต่ต้องไปเข้าคิวรอ ซึ่งหมอให้แค่ยาทั่วไป ไปรับประทานเพราะอาการไม่รุนแรง สาเหตุที่คนแห่ไปโรงพยาบาลใหญ่ เพราะต้องการตรวจจากแพทย์โดยตรง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ส่วน รพ.สต.มีเพียงพยาบาลวิชาชีพคอยตรวจอาการ จะมีแพทย์มาเข้าเวรอาทิตย์ละ 1 วันเท่านั้น
ความคิดเห็นส่วนตัว ผู้ที่เจ็บป่วยเล็กน้อยถึงปานกลาง ควรจะไปพบพยาบาลที่ รพ.สต.ก่อน ซึ่งมีอยู่ทุกตำบล หรือมากกว่า 190 แห่งในจังหวัด เพราะ รพ.สต.แต่ละแห่ง จะมีอุปกรณ์ทางการแพทย์เบื้องต้นครบ เช่นห้องอุบัติเหตุ สามารถทำแผล เย็บแผลได้ในกรณีไม่รุนแรง มีเตียงนอนรอดูอาการ มีห้องทัตกรรม เรียกได้ว่ามีเกือบครบวงจร มีพยาบาลวิชาชีพเป็นบุคคลากรเดียวกันกับโรงพยาบาลใหญ่ที่ไปตรวจอาการเบื้องต้น
แต่ รพ.สต.มีจุดเด่นคือสามารถส่งตัวผู้ป่วยหนักไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลใหญ่ได้ทันทีด้วยรถ 1669 ประจำตำบล โดยผู้ป่วยที่ถูกส่งไป เจ้าหน้าที่ได้มีการประสานกับโรงพยาบาลใหญ่ มีชื่อ สกุล มีเอกสารแจ้งอาการเบื้องต้น เมื่อไปถึงก็จะได้รับตัวเข้าไปห้องฉุกเฉินทันทีโดยไม่ต้องรอคิว ต่างจากการไปนั่งรอพบแพทย์เป็นเวลานานนานหลายชั่วโมง โดยไม่มีพยาบาลมาดูอาการเบื้องต้น เนื่องจากมีจำนวนผู้ป่วยมาก
นางสุพาศิลป์ ยังบอกด้วยว่า หากมีการคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นจาก รพ.สต.ทั่วทั้งจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งมีทุกตำบลหรือมากกว่า 190 แห่งทั้งจังหวัด เหมือนกับฝายชะลอน้ำ เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลได้ดีอีกทางหนึ่ง
ภาพ/ข่าว ฐิติกร วิเศษวงศ์ษา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
