- 29 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 29 ก.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวได้รายงานความคืบหน้า จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งได้รับผลพวงมาจากพายุ"เซินกา" และจากน้ำท่วมในจังหวัดสกลนคร ทำให้น้ำในลำน้ำยังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลเชี่ยว โดยลำน้ำยังซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาภูพานในจังหวัดสกลนคร ได้ไหลผ่านหลายอำเภอในจังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้มวลน้ำจำนวนมากเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งถนนสายต่างๆถูกน้ำท่วมสูง คอสะพานถูกน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหาย รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้ โดยเมื่อวานนี้แขวงทางหลวงจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ได้ทำการปิดเส้นทางไปแล้ว 1 เส้นทางคือทางหลวงหมายเลข 2116 สายขอนแก่น – อ.โพนทอง และในช่วงบ่ายวันนี้ก็ได้ทำการปิดถนนหมายเลข 2418 อำเภอเมยวดี-อำเภอโพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ช่วงสะพานลำน้ำยัง บ้านหนองเดิ่น ระยะทาง 2 กม อีก 1 เส้นทางรวมเป็น 2 เส้นทาง เนื่องจากมีระดับน้ำขึ้นสูง รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้
และต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ที่บริเวณสะพานห้วยหนองทุ่ม หลักกม.ที่ 75+865 ถนนหมายเลข 2116 ซึ่งเชื่อมต่ออำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก เจดีย์ชัยมหามงคล ไปอำเภอเลิงนกทา จ.ยโสธร ซึ่งเส้นทางนี้ผู้เดินทางส่วนมากจะนิยมใช้ เพราะเป็นเส้นทางลัดไปจังหวัดมุกดาหาร และมีระยะทางที่ใกล้และสะดวกกว่าเส้นทางอื่น ก็ได้โดนกระแสน้ำลำยังที่ไหลเชี่ยวและแรง กัดเซาะคอสะพานจนเกิดการทรุดตัว รถที่สัญจรผ่านไปมา ผ่านไปได้เพียงช่องทางเดียว ทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก และสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้สัญจรไปมา เนื่องจากดินตรงคอสะพานยังมีการทรุดตัวไม่หยุด และเกรงว่าคอสะพานอาจจะถูกน้ำเซาะจนพังลง ซึ่งหน่วยงานแขวงการทางจังหวัดยโสธรได้พยายามนำดินมาถม โดยมีชาวบ้านกุดก่วง-ท่าแสงจันทร์ ต.วังสามัคคี อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ที่มีชุมชนอยู่ติดกับคอสะพาน ต่างมีจิตอาสาออกมาช่วยกันตักทรายใส่ถุง เพื่อนำไปทำเป็นแนวกั้นกระแสน้ำกันเป็นจำนวนมาก
ด้านนายมนูญ วานิช รอง ผอ.แขวงการทางจังหวัดยโสธร ที่มาคอยอำนวยการซ่อมแซมคอสะพานในครั้งนี้ ก็ได้เปิดเผยว่า ถนนหมายเลข 2116 เป็นเขตรับผิดชอบของแขวงการทางหลวงจังหวัดยโสธร ซึ่งในวันนี้ตนได้นำรถเครื่องจักรกล มาอำนวยการซ่อมแซมอย่างเต็มความสามารถ เพื่อมิให้คอสะพานขาด เนื่องจากว่าไม่มีเส้นทางเลี่ยงอื่นอีกแล้ว ที่จะใช้เดินทางเข้าสู่อำเภอหนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ไปจังหวัดมุกดาหาร และไปอำเภอเลิงนกทา จ.ยโสธรได้ จึงจำเป็นต้องรักษาเส้นทางนี้ไว้อย่างสุดความสามารถ แต่เนื่องจากกระแสน้ำในช่วงนี้ยังไหลเชี่ยวและแรงมาก หากต้านทานไม่ไหว ก็อาจจะต้องปิดเส้นทางนี้ในช่วงเย็นวันนี้ไปก่อน เพื่อที่จะรอให้กระแสน้ำลดลงเสียก่อน จึงจะสามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้อย่างปกติอีกครั้ง
ภาพ/ข่าว สุเทพ ลอยแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ร้อยเอ็ด
(เรียบเรียงโดย / ชูชัย ดำรงสันติสุข : สำนักข่าวทีนิวส์ )
