- 29 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ก.ค. 2560 ดร.ประภัทรเผ่า อาวะกุล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปทุมธานี และวิศวกรกรมทางหลวง และผู้ควบคุมการก่อสร้าง ประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน กรณีการก่อสร้างสะพานกลับรถบนถนนรังสิต-นครนายก โดยมีประชาชนและนักศึกษาร่วมประชุมจำนวน 1,000 คน ที่อาคารหอประชุม 100 ปี เมืองธัญญบูรี ตำบล ประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี
โดยในที่ประชุมมีประชาชนไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างของโครงการจำนวนมาก เนื่องจากโครงการสะพานกลับรถบนถนนรังสิตนครนายกเป็นโครงการที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนและประชาชนที่อยู่อาศัย และไม่สามารถลดปัญหาการจราจรติดขัดได้อย่างแท้จริง โดยการสร้างสะพานกลับรถดังกล่าวไม่เหมาะสม ไม่ได้จัดทำการศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อนเริ่มโครงการอย่างถูกต้อง และมีผลกระทบต่อประชาชนหลายด้าน
หากมีการก่อสร้างสะพานกลับรถการจราจรติดขัดเป็นคอขวดเนื่องจากบริเวณโครงการก่อสร้างเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นมีหมู่บ้านกว่า 1200 หลังคาเรือน มีโรงงานปั๊มน้ำมัน และโรงพยาบาล รวมถึงสถานศึกษา และสถานีไฟฟ้า มีประชาชนที่จะใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อทุกคนต้องใช้บริการทางเบี่ยงขนาด 1 ช่องจราจรข้างสะพานกลับรถ ทำให้เกิดการจราจรติดขัดเป็นคอขวด ทั้งนี้ถนนรังสิตนครนายกมีขนาดแค่เพียง 6 ช่องจราจรเมื่อมีสะพานกลับรถจะทำให้พื้นที่ ทางเดินเท้าแคบและบางจุดฟุตบาทหายไป ไม่สามารถทำสะพานลอยคนข้ามไม่มีพื้นที่ปักเสาไฟฟ้า และทำให้ป้ายรถเมล์และสะพานลอยต้องถูกรื้อย้ายไปไกล
จากการสอบถามนายจตุรพร แซ่ก๋ง นักศึกษา ม.นอร์ทกรุงเทพ กล่าวว่า สะพานกลับรถที่จะมีโครงการก่อสร้างนั้น อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมบริเวณหน้าโรงพยาบาลและสถานศึกษา เป็นปัญหาในการเข้าออกของรถผู้ป่วยรถฉุกเฉินรถผู้ปกครองมารับส่งนักเรียนและการเบียดเสียด เปลี่ยนเลนส์ของรถ จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย สะพานกลับรถอยู่ในแหล่งชุมชนขนาดใหญ่จะเกิดมุมอับจำนวนมากจากตอหม้อสะพานก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุอาชญากรรมรวมถึงส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของเด็กนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไป สะพานกลับรถเกือกม้าไม่มีความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณไม่ได้แก้ปัญหาการจราจรติดขัดเพราะจุดกลับรถเดิมใช้กับรถได้ 2 ด้าน แต่สะพานกลับรถเกือกม้านี้กับรถได้ด้านเดียว จึงยังคงต้องมีจุดกลับรถกลางถนนให้รถอีกด้านอยู่ดี ดังนั้นสะพานกลับรถเกือกม้าไม่ได้แก้ปัญหารถติด ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน นักเรียน นักศึกษา ชุมชน และสถานประกอบการบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ดังนั้นการสร้างสะพานกลับรถเกือกม้านี้จึงไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหา
ด้านนายอุดม แสนหวี ตัวแทนชาวบ้านที่เดือดร้อน กล่าวว่า ประชาชนที่เดือดร้อนต้องการให้กรมทางหลวงแขวงทางหลวงปทุมธานีและผู้เกี่ยวข้องได้ทำการทบทวนโครงการดังกล่าว โดยใช้ทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่าในการแก้ไขปัญหาจราจรบนถนนรังสิต-นครนายก เช่น การยกระดับสะพานข้ามคลองรังสิต 2,3,4 เพื่อทำจุดกลับรถใต้สะพานโดยการยกสะพานให้สูงขึ้นเพื่อให้ขับรถได้สะดวกจะมีความเหมาะสมกว่าเพราะใช้กับรถได้ 2 ด้าน และก่อสร้างที่จุดเดิมมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยกว่าสามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่า รวมทางรถยนต์ของประชาชนที่อยู่บริเวณถนนเลียบคลองสามารถใช้กับรถใต้สะพานได้โดยตรง และสะดวกกว่าประชาชน และชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
ทางด้าน ดร.ประภัทรเผ่า อาวะกุล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงปทุมธานี กล่าวว่า หวังว่าครั้งนี้จะเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย ซึ่งประชาชนและชาวบ้านได้ทราบข้อมูลและได้เสนอปัญหาที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างดำเนินการโครงการนี้และวันนี้มีประชาชนเข้าร่วมประชุมมากกว่าครั้งก่อน ตนเองในนามกรมทางหลวงขอขอบคุณที่ทุกท่านได้แสดงความคิดเห็น และอธิบายรวมถึงสละเวลามาร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นซึ่งจะนำความคิดเห็นทั้งหมดไปนำเสนอ ต่อกรมทางหลวง เพื่อพิจารณาต่อไป.
ภาพ/ข่าว ธัชนนท์ พิริยะกุลชัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี
