- 29 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 29 ก.ค.2560 นายณรงค์ศักดิ์ สิงขรณ์ อายุ 60 ปี หรือ ลุงศักดิ์ เกษตรกรหมู่ 2 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดจันทบุรี ส่วนภรรยาเป็นชาวอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช อดีตตนกับนางกานดา สิงขรณ์ อายุ 52 ปี หรือ เจ๊หมวย ภรรยา ประกอบอาชีพค้าขาย แต่ไม่ประสบความสมสำเร็จ ชีวิตล้มลุกคลุกคลานมาตลอด กระทั้งอยู่มาวันหนึ่งผันตัวเองเป็นเกษตรกร
โดยนำพันธุ์ทุเรียนหมอนทองมาจาก จ.จันทร์บุรี มาทดลองในพื้นที่รอบๆ บริเวณบ้านจำนวน 10 ต้น ตนดูแลเอาใจใส่อย่างดี จนเก็บผลผลิตทุเรียนขายได้เงินจำนวนหลายแสนบาท ทุเรียนหมอนทองของตนได้รับคำชมจากลูกค้าว่ามีรสชาติอร่อยไม่เหมือนทุเรียนหมอนทองทั่วๆไป อาจเป็นเพราะพื้นที่ปลูกมีดินที่ดีอุดมสมบรูณ์ด้วยแร่ธาตุ ฝนตก และอากาศดีตลอดปี ทำให้ทุเรียนของตนมีรสชาติอร่อยหวานมัน เนื้อนุ่มทานอร่อย เป็นที่ต้องการของตลาด หลังจากนั้นตนและภรรยา ขยายพื้นที่ปลูกต้นทุเรียน บริเวณที่ดินเชิงเขาประมาณ 5 ไร่ โดยปลูกต้นทุเรียนพันธ์หมอนทองจำนวน 100 ต้น ใช้ระยะเวลาปลูกต้นทุเรียนตั้งแต่ช่วงออกดอกจนกรทั้งเก็บเกี่ยวประมาณ 6 เดือน หรือช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงเดือนสิงหาคม ส่วนการดูแลบำรุงรักษา ตนและภรรยาดูแลเอาใจใสเป็นอย่างดี เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลทุเรียนจะมีแม่ค้ามารับซื้อผลทุเรียนของตนถึงในสวน ทำให้แต่ละปีการปลูกเก็บผลผลิตทุเรียนขาย ได้เงินสูงเกือบ 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตามมีบางช่วงที่ราคาทุเรียนตกต่ำ แต่ก็ถือว่าไม่เดือดร้อนมากนัก
ลุงศักดิ์ เผยอีกว่า ในปี 2560 นี้ ตนได้ผลทุเรียนประมาณ 7,000 ผล จากทุเรียนจำนวน 100 ต้น แต่ราคาไม่ดีเท่าไร เพราะผู้รับเหมาส่งออกตัดทุเรียนอ่อนไปขายต่างประเทศ ทำให้ราคาทุเรียนหมอนมองตก เดิมปีที่แล้วกิโลกรัมละ 100 บาท แต่ปีนี้กิโลกรัมละ 53 บาท แต่ก็ถือว่ายงมีกำไรไม่เดือดร้อน อย่างไรก็ตามตนอยากฝากเกษตรกรทีปลูกทุเรียนขาย อย่าตัดผลทุเรียนอ่อนขายให้กับลูกค้า เพราะถือเป็นการไม่ซื่อสัตย์ในอาชีพตนเอง...
ชชาดล เจริญพงศ์ นครศรีธรรมราช
