ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ!! โวยกรมทางหลวงทุ่มงบซ้ำซ้อน สร้างแนวคันกั้นคลื่นปากพนัง ปิดถนนเลียบชายทะเลซ่อมสะพานให้ใช้ทางเบี่ยงไกล 6 กม.

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีที่ชาวบ้านใน อ. ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช รวมตัวกันก่อตั้งชมรมคนลุ่มน้ำปากพนังพึ่งพาตนเอง  เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาคลื่นซัดกัดเซาะตลอดแนวชายฝั่งปากพนัง-หัวไทร ตั้งแต่ ต.แหลมตะลุมพุกไปทาง อ.หัวไทร ระยะทางกว่า 22 กม. โดยให้ก่อสร้างแนวคันกั้นคลื่นแบบตะลุมพุกโมเดล ที่สามารถป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้เป็นอย่างดี พร้อมเรียกร้องทวงคืนที่ดินที่ถูกคลื่นกัดเซาะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลไปแล้ว หรือที่เรียกว่า “โฉนดทะเล” จนรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่กว่า 2 พันล้านบาทให้กรมเจ้าท่า และกรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการก่อสร้างแนวคนกั้นคลื่นตลอดแนวชายฝั่ง โดยได้เริ่มศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทำประชาพิจารณ์พร้อมเปิดประมูลการก่อสร้างเป็นช่วง ๆ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2559 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ!! โวยกรมทางหลวงทุ่มงบซ้ำซ้อน สร้างแนวคันกั้นคลื่นปากพนัง ปิดถนนเลียบชายทะเลซ่อมสะพานให้ใช้ทางเบี่ยงไกล 6 กม.

 (29 ก.ค.) ได้มีผู้ใช้รถใช้ถนนสายเลียบชายทะเลปากพนัง-หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากกรมทางหลวง โดยแขวงการทางหัวไทร ปิดถนนเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมคอสะพานบ้านหน้าโกฐ ต.ท่าพญา รอยต่อ ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  และให้ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ไปจาก อ.ปากพนัง ใช้ทางเบี่ยงซึ่งเป็นถนนหินคลุก ระยะทางเกือบ 6 กม. สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก  อีกทั้งชาวบ้านที่อาศัยอยู่สองฝั่งถนนที่ใช้เป็นทางเบี่ยงต้องประสบปัญหาจากฝุ่นละอองฟุ้งกระจายขาวโพลนเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก

ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ!! โวยกรมทางหลวงทุ่มงบซ้ำซ้อน สร้างแนวคันกั้นคลื่นปากพนัง ปิดถนนเลียบชายทะเลซ่อมสะพานให้ใช้ทางเบี่ยงไกล 6 กม.

 

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าในพื้นที่ดังกล่าวกำลังมีการก่อสร้างแนวคันกั้นคลื่นที่ชมรมคนลุ่มน้ำปากพนังพึ่งพาตนเอง ได้ต่อสู้เรียกร้องจนรัฐบาลอนุมัติงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาทให้ดำเนินการตลอดแนวชายฝั่งระยะทางประมาณ 22 กม.  แต่ปรากฏว่าในพื้นที่ ต.ท่าพญา และ ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง ทางกรมทางหลวงก็ดำเนินการก่อสร้างแนวคันคันคลื่นชิดชอบถนนด้านติดชายฝั่งทะเล (ทิศตะวันออก) ซึ่งเป็นการก่อสร้างซ้ำซ้อนเนื่องในระยะทาง 4-5 กม.จากตลอดแนวดังกล่าวทางกรมเจ้าท่า ได้ดำเนินการก่อสร้างแนวคันกั้นคลื่น 2 ช่วงอยู่แล้ว ช่วงแรกใน ต.ขนาบนาค ระยะทาง 2.250 กม. งบประมาณ 111.4 ล้านบาท ซึ่งในช่วงนี้แต่เดิมมีการก่อสร้างแนวกำแพงเสาเข็มห่างจากถนนประมาณ 10 เมตร ในช่วงที่ 2 ระยะทาง 2.225 เมตร งบประมาณ 72.6 ล้านบาทเศษ แต่ทางกรมทางหลวงเพิ่งมาอนุมัติและดำเนินการก่อสร้างแนวคันกั้นคลื่นริมถนนแบบหินทิ้ง (ไม่มีการดับเรียง) ห่างจากแนวก่อสร้างของกรมเจ้าท่า และกรมโยธาธิการเพียงแค่แนวกำแพงเสาเข็มกว้างแค่ 25 ซ.ม.ขวางไว้เท่านั้น ในจุดดังกล่าวเท่ากับมีแนวกั้นคลื่นซ้อนกันถึง 3 แนวจึงเป็นการก่อสร้างที่ซ้อนและสิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐโดยเปล่าประโยชน์    

ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ!! โวยกรมทางหลวงทุ่มงบซ้ำซ้อน สร้างแนวคันกั้นคลื่นปากพนัง ปิดถนนเลียบชายทะเลซ่อมสะพานให้ใช้ทางเบี่ยงไกล 6 กม.

ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ!! โวยกรมทางหลวงทุ่มงบซ้ำซ้อน สร้างแนวคันกั้นคลื่นปากพนัง ปิดถนนเลียบชายทะเลซ่อมสะพานให้ใช้ทางเบี่ยงไกล 6 กม.

 นายไพโรจน์ รัตนรัตน์ กรรมการชมรมคนลุ่มน้ำปากพนัง และแกนนำทวงคืนโฉนดทะเล กล่าวว่าชาวบ้านร้องร้องของบประมาณมายาวนาน 40 ปี จนมาถึงรัฐบาลนี้อนุมัติงบประมาณกว่า 2 พันล้านให้กรมเจ้าท่า และกรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการก่อสร้าง  แต่จู่ ๆ วันดีคืนดีกรมทางหลวงเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองก็มีงบประมาณเหลือใช้จึงทำการก่อสร้างแนวคันกั้นคลื่นด้วยในระยะทาง 4-5 กม.และเร่งดำเนินการชนิดหามรุ่งหามค่ำโดยการนำหินขนาดใหญ่มาทิ้งเป็นแนวตามร่องคูถนนเดิมโดยไม่ได้ดับเรียงหินแต่อย่างใด สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น โดยในบริเวณดังกล่าวนอกจากจะมียวดยานพาหนะสัญจรไปมาจำนวนมากแล้ว ยังมีรถบรรทุก 10 ล้อ รถพ่วงบรรทุกหิน ดินทรายทั้งในส่วนของโครงการสร้างแนวคันกั้นคลื่นของกรมเจ้าท่าตามนโยบายรัฐบาลแล้วยังมีรถบรรทุก 10 ล้อและรถบรรทุกพ่วงของกรมทางหลวงบรรทุกหินขนาดใหญ่มาก่อสร้างแนวคันกั้นคลื่นในจุดเดียวกันด้วยทำให้ในช่วงดังกล่าวคลาคล่ำไปด้วยรถบรรทุก รถพ่วงที่วิ่งสัญจรไปมาวันละหลายร้อยเที่ยว ที่สำคัญรถบรรทุก 10 ล้อและรถบรรทุกพ่วงของโครงการ ฯกรมทางหลวงทุกคันบรรทุกน้ำหนักเกินและยังเทหินขนาดใหญ่ลงบนผิวการจราจรโดยไม่มีวัสดุ อุปกรณ์ใด ๆ รองรับป้องกันความเสียหายของผิวการจราจรแม้แต่น้อย ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวรถติดขัดอย่างหนัก

ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ!! โวยกรมทางหลวงทุ่มงบซ้ำซ้อน สร้างแนวคันกั้นคลื่นปากพนัง ปิดถนนเลียบชายทะเลซ่อมสะพานให้ใช้ทางเบี่ยงไกล 6 กม.

“การดำเนินการของกรมทางหลวงไม่ได้ดำเนินการศึกษาผลกระทบ ทำประชาพิจารณ์ ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง ไม่มีป้ายชี้แจงรายละเอียดระยะทาง ระยะเวลา และงบประมาณดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น จู่ ๆ ก็เข้ามาดำเนินการอย่างรีบเร่งจนแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น เมื่อแล้วเสร็จก็ทำการปิดถนนช่วงสะพานหน้าโกฐระยะทางเกือบ 1 กม.ทันทีเพื่อทำการปรับปรุงซ่อมแซมคอสะพานหน้าโกฐที่ทรุดตัว และบังคับให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้ทางเบี่ยงไกลถึเกือบ 6 กม. สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนรวมทั้งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมถนนที่ใช้เป็นทางเบี่ยงก็ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองฟุ้งกระจายปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างต่อเนื่องตลลอดทั้งวัน”

ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ!! โวยกรมทางหลวงทุ่มงบซ้ำซ้อน สร้างแนวคันกั้นคลื่นปากพนัง ปิดถนนเลียบชายทะเลซ่อมสะพานให้ใช้ทางเบี่ยงไกล 6 กม.

 นายไพโรจน์ รัตนรัตน์  แกนนำเรียกร้องทวงคืนโฉนดทะเล กล่าวอีกว่า  ทางชมรมคนลุ่มน้ำปากพนังพึ่งพาตนเอง รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่ต่างเป็นงงสงสัยว่าการดำเนินการของกรมทางหลวงมันมันที่มาที่ไปอย่างไร เพราะการก่อสร้างซ้ำซ้อนกับโครงการของกรมเจ่าท่า และกรมโยธาธิการหรือไม่  และทำไมในตอนที่รถบรรทุก รถบรรทุกพ่วงที่บรรทุกหินมาดำเนินการก่อสร้างในโครงการของตัวเองบรรทุกหินน้ำหนักเกินทุกคัน ทุกเที่ยว และยังเทหินลงบนผิดการจราจร ทั้งกีดขวางและทำให้ผิวการจราจรเสียหาย ทำไม่ในช่วงนั้นไม่ปิดถนนเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมคอสะพานบานหน้าโกฐ แต่เมื่อโครงการ ฯของตัวเองแล้วเสร็จกลับปิดถนนและให้ใช้ทางเบี่ยงระยะทางเกือบ 6 กม. การดำเนินการดังกล่าวเป็นการกระทำเพียงหวังผลประโยชน์ให้ผู้รับเหมางานในโครงการของตัวเองใช่หรือไม่  ไม่เคยคิดคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐและความเดือดร้อนของประชาชนแม้แต่น้อย ทั้ง ๆ ที่การปรับปรุงซ่อมแซมคอสะพานที่ไหนเขาก็ดำเนินการทีละข้างให้รถสามารถผ่านได้ 1 ช่องจราจรไม่ใช่ปิดตายบังคับให้ใช้ทางเบี่ยง 6 กม. ในลักษณะนี้“เขาทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ..?” นายไพโรจน์ กล่าว.

ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ!! โวยกรมทางหลวงทุ่มงบซ้ำซ้อน สร้างแนวคันกั้นคลื่นปากพนัง ปิดถนนเลียบชายทะเลซ่อมสะพานให้ใช้ทางเบี่ยงไกล 6 กม.

ภาพ/ข่าว  นวรัตน์  อินทศิลา   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.นครศรีธรรมราช