- 31 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 30 ก.ค. 2560 จากกรณีที่นางอมรรัตน์ หรือมร วัฒนุวรรณ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/6 หมู่ 2 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช.ผ่านศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังได้รับความเดือดจากนายทุนมาเฟียเจ้าของโรงงานผลิตยางแผ่นในพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำเอกสารหลักฐานเท็จฮุบที่ดิน สปก.เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่เศษ ในท้องที่บ้านหนองหรั่ง หมู่ 2 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ไปก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย โดยอ้างว่าเป็นอ้างเก็บน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งของหมู่บ้าน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลมาดำเนินการหลายสิบล้านบาท และนายทุนยังว่าจ้างมือปืนหวังฆ่ายกครัวนางอมรรัตน์ ที่บังอาจต่อสู้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้
(31 ก.ค.)นางอมรรัตน์ หรือมร วัฒนุวรรณ กล่าวว่า ตนทราบดีว่าการออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้มันเป็นอันตรายกับชีวิตตนเองและคนในครอบครัว เพราะนายทุนเจ้าของโรงงานยางเขามีอิทธิพลกว้างขวาง และยังได้สมคบกับเจ้าหน้าที่ในการทำเรื่องนี้ ทั้งการเปลี่ยนแปลงเอกสารหลักฐาน สปก.แต่ละแปลงขึ้นเป็น 2 ฉบับ และอื่น ๆ เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชน แต่เขาหวังเพียงผลประโยชน์จากนายทุน เขาสามารถทำได้และสำเร็จแล้ว ชาวบ้านที่ถูกฮุบที่ไม่มีใครกล้าโวยวายเพราะต่างกลัวอิทธิพล แต่สำหรับตนแม้สามี ลูก ๆ และญาติ ๆ รวมทั้งเพื่อนบ้านพยายามห้ามปรามขอให้ตนยุติเรื่องนี้เพราะเกรงจะถูกฆ่าตาย แต่ตนเอาชีวิตเป็นเดิมพันและได้แจ้งกับตำรวจและผู้นำท้องถิ่นไว้อย่างละเอียดแล้วว่าหากตนถูกฆ่าตายสาเหตุมาจากการเรียกร้องเรื่องที่ถูกฮุบ สปก.เรื่องเดียวเท่านั้น
“เอกสารหลักฐาน รูปถ่ายของตนไปอยู่ที่มือปืนได้อย่างไร เรื่องนี้มือปืนเขาเปลี่ยนใจและยอมรับสารภาพกับตนหมดแล้วว่าได้รูปถ่ายตนมาจาก สปก.นครศรีธรรมราช การจ้างฆ่ายกครัวตนมีเจ้าหน้าที่ สปก.ร่วมรู้เห็นด้วยอย่างแน่นอน นอกจากนี้มือปืนยังระบุว่านอกจากภาพถ่ายแล้วให้สังเกตหน้าบ้านจะมีตู้คอมแอร์อยู่ให้เข้าไปยิงถล่มได้เลย โดยเป้าหมายหลักอยู่ที่เมียเจ้าของบ้านต้องยิงให้ตายก่อนคนอื่น ๆ หลังจากนั้นจึงค่อยฆ่าปิดปากคนอื่น ๆ ให้หมดทั้งบ้าน”
นางอมรรัตน์ กล่าวอีกว่า หลังจากตนต่อสู้ในเรื่องนี้มานานหลายปี แต่เรื่องเงียบทำให้ตนเข้าใจได้ว่าเจ้าหน้าที่ทั้งในระดับอำเภอ จังหวัดไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตนแน่ เมื่อเกิดการปฏิวัติโดย คสช.นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีตนดีใจมากๆ เพราะตามปกติตนรักและชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ มากเป็นพิเศษอยู่แล้ว ท่านเป็นคนดี ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนโดยเฉพาะที่ถูกนายทุนกดขี่ข่มเหงอย่างจริงจัง ตนจึงเข้าร้องยื่นเรื่องร้องเรียนขอความช่วยเหลือผ่าน มทบ. 41 ทาง มทบ.41ได้ส่งเรื่องให้ สปก. และเรียก สปก.จังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าพบ 2 ครั้ง แต่ในที่สุดเรื่องก็เงียบหายและรูปภาพของตนถูกส่งไปให้มือปืนใน อ.เวียงสระ จ.สุราษฏร์ธานี เจ้าหน้าที่ สปก.เป็นคนส่งไปให้มือปืน เจ้าหน้าที่รัฐทำอย่างนี้ได้อย่างไร
“ ตนวิ่งเต้นเรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้มาหลายปีหมดเงินค่าใช้จ่ายไปหลายแสนบาท แต่เรื่องกลับเงียบหายไม่มีใครช่วยเหลือตนได้แม้แต่คนเดียว ตนจึงตัดสินใจเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอพบ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าให้ตนกลับไปนำหลักฐานจากศูนย์ดำรงธรรมมาแสดงแล้วจะอนุญาตให้เข้าพบ ตนในฐานะผู้เดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือเดินทางไปจากนครศรีธรรมราช ตัวเป็น ๆ ไปร้องเรียนเองแล้วจะต้องเอาเรื่องจากศูนย์ดำรงธรรมไปเป็นหลักฐานอะไรอีก มันไม่ใช่ใกล้ ๆ ที่จะเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลได้ทุกวัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ไล่ให้ตนกลับนครศรีธรรมราช แต่ตนไม่ยอมกลับโดยได้เหมารถแท็กซี่เดินทางไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนหลายสำนัก แต่ละสำนักก็นัดให้ตนขึ้นไปพบออกรายการวันนั้น วันนี้ มันไม่ง่ายเลยที่ตนจะเดินทางไปกรุงเทพตามนัด อย่างไรก็ตามสื่อแต่ละสำนักกรุณาแนะนำให้ตนกลับมายื่นเรื่องร้องรียนกับสื่อในพื้นที่นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ตนจึงเดินทางเข้าร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราชดังกล่าว”
“คาดหวังว่าเรื่องของตนจะได้รับการนำเสนอเป็นข่าวเพื่อเปิดโปงขบวนการนายทันมาเฟียที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รังแก่ประชาชน และยังจัดทำโครงการเท็จ ใช้หลักฐานเท็จนำเงินงบประมาณของรัฐบาลมาดำเนินการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานยาง แต่อ้างว่าสร้างอ่างเก็บน้ำหมู่บ้าน เป็นการสมคบกันทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น และตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตนอย่างแน่นอน แต่หากไม่ท่านไม่ช่วยเหลือช่วยล่าช้า ตนอาจจะถูกฆ่าตายถึงวันนั้นเรื่องของตนก็จะได้รับการตรวจสอบแก้ไข ล้างอิทธิพลมาเฟียนายทุนและเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านที่ถูกกระทำอีกหลายรายจะได้รับผลประโยชน์ เพียงแค่นี้ตนก็ภาคภูมิใจและคงนอนตายตาหลับ นางอมรรัตน์ หรือมร กล่าวในที่สุด
ภาพ/ข่าว นวรัตน์ อินทศิลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
