- 31 ก.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 31 ก.ค.60) นายประมวล คงชะวัน อายุ 64 ปี นางประไพ คงชะวัน อายุ 60 ปี 2 สามีภรรยาพร้อมด้วยนายกิตติพงศ์ คงชะวัน อายุ 33 ปีลูกชาย ได้นำทีมผู้สื่อข่าวเข้าดูพื้นที่สวนยางพาราที่มีอายุกว่า 30 ปีในพื้นที่จำนวน 5 ไร่เศษ แต่ไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ตัดกรีดน้ำยางได้มานานถึง 10 ปี โดยนายประมวล ได้กล่าวว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่มรดกตกทอดและมีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดิน เลขที่ 16696 ครอบครอง ซึ่ง ก่อนหน้านี้ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาครอบครัวได้ใช้ถนนสาธารณะประโยชน์เป็นเส้นทางเข้าออกสวนยางพารามาโดยตลอด ต่อมาเมื่อประมาณ 2548 มีผู้บุกรุกเข้าครอบครองพื้นที่สาธารณะประโยชน์ทุ่งน้ำลาดบางลาย บ้านหารเพชร หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งหลวง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่บริเวณรอยต่อกับพื้นที่สวนยางพาราของตนเองพร้อมทั้งยึดครอบครองถนนสาธารณะประโยชน์เส้นดังกล่าว ปลูกพืชปาล์มน้ำมัน และยึดครองพื้นที่สาธารณะประโยชน์ทุ่งน้ำลาดบางลาย จำนวนกว่า 80 ไร่ พร้อมตัดที่ดินเปล่าแบ่งขายเป็นล็อคให้แก่คนทั่วไปโดยขายล็อคละ 200,000 บาท พร้อมทั้งใช้รถแบ็คโฮขุดคูร่องน้ำลึกกว่า 5 เมตร กว้างกว่า 3 เมตรไม่ให้ครอบครัวตนใช้เส้นทางเข้าออกสวนยางได้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 เป็นต้นมา นอกจากนั้นผู้ทรงอิทธิพลได้พูดข่มขู่ไม่ให้ครอบครัวตนเองเข้าไปในพื้นที่ หากผู้หนึ่งผู้ใดเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะใช้ปืนยิงให้ตายอยู่ตรงนั้น จึงทำให้ครอบครัวตนหวาดกลัวไม่กล้าเดินผ่านเส้นทางดังกล่าวและไม่ได้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่สวนยางพารามาประมาณ 10 ปี หลังเกิดเหตุทางตนครอบครัวได้ทำหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมตามขั้นตอนต่างๆไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ประกอบด้วย นายอำเภอเวียงสระ สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีสาขาอำเภอเวียงสระ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้า คสช.มณฑลทหารบกที่ 45 ค่ายวิภาวดี และล่าสุดส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง สำนักนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้เรื่องยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ทุกวันนี้ได้บ่นแต่น้อยใจในโชควาสนายิ่งนัก จึงขอวอนสื่อช่วยให้เป็นข่าวเพื่อจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว
ด้านนางประไพแม่บ้าน ได้บอกว่าหลังเกิดเหตุมาพยายามเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมแต่ไม่เป็นผลทางครอบครัวเดือดร้อนหนักขาดรายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัว จนทำให้ตนคิดมากนอนไม่หลับและเครียดจัดจากปัญหาดังกล่าว ซึ่งตลอดเวลา 8 ปีที่ผ่านมาตนต้องกินยากล่อมประสาทจากโรงพยาบาลสวนสราญรมย์อย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ยอมรับว่าหมดหนทางที่พึ่งพาหน่วยงานราชการ ต่อมามีคนแนะนำให้ขอความช่วยเหลือไปผู้สื่อข่าวให้ช่วยลงพื้นที่นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้ทางผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องได้เห็นและ เร่งแก้ไขปัญหาให้ครอบครัวตนเองสามารถมีเส้นทางเข้าออกไปทำกินในพื้นที่ของตนเองได้ต่อไป โดยไม่ถูกรังควานจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
ในขณะที่นายประมวล หัวหน้าครอบครัวได้ชี้จุดที่ทางเจ้าหน้าที่ที่ดินได้ปักหมุดแนวเขตพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่ถนนสาธารณะประโยชน์อยู่ในแนวเขตสาธารณะประโยชน์ทุ่งน้ำลาดบางลาย พร้อมกล่าวยืนยันว่าหากผู้สื่อข่าวดำเนินการช่วยเหลือไม่ได้ตนจะนำครอบครัวเข้าขอความช่วยเหลือจาก พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยจะนำครอบครัวคลานจากประตูทำเนียบไปจนถึงประตูห้องทำงานนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกเห็นใจและให้ความช่วยเหลือเนื่องจากตนหมดหนทางไปแล้วจริงๆ ทั้งที่พื้นที่ตนมีเอกสารครอบครองถูกต้อง เส้นทางเข้าออกเดิมๆเป็นถนนสาธารณะประโยชน์แต่ถูกนายทุนผู้ทรงอิทธิพลบุกรุกเข้าครอบครองร้องไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยงข้องแต่เรื่องไม่คืบต้องทนทุกข์มานานนับ 10 ปี
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
