- 01 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 1 สิงหาคม 2560 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำท่วมในเขต ต.ห้วยร่วม อ.ดงเจริญ หลังพบว่าน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าวและบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย สั่งการให้ทุกภาคส่วนระดมกำลังเข้าแก้ไขปัญหา เช่นเดียวกับ นายพิษณุ เสนาวิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และ นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดพิจิตร ก็ได้ลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำท่วมในเขต อ.สากเหล็ก พร้อมกับนำถุงยังชีพแจกจ่ายให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้
ล่าสุดมีรายงานว่า นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ลงนามประกาศให้ พื้นที่ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัด เป็นเขตพื้นที่ให้การช่วยเหลือด้านสาธารณภัย จากเหตุอุทกภัย ที่มีต้นเหตุมาจากน้ำจากภาคเหนือที่ไหลเข้าสู่แม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน จนน้ำล้นตลิ่ง อีกทั้งน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ก็ไหลเข้ามาสมทบทำให้มีพื้นที่ได้รับความเสียหายจำนวน 12 อำเภอ 41 ตำบล 237 หมู่บ้าน มีพื้นที่การเกษตรเสียหาย 98,536 ไร่ บ่อปลา 9 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าว มีถนนเสียหาย 58 เส้นทาง และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจำนวน 1,707 ครัวเรือน ซึ่งการลงนามประกาศเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ จะทำให้ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถใช้เงินได้ตามระเบียบของทางราชการเพื่อจะได้แก้ปัญหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันเหตุการณ์
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัดพิจิตรข้อมูลรายงาน ว่า ขณะนี้พบว่าน้ำในแม่น้ำยมยังคงมีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากน้ำจาก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กำลังไหลบ่ามายังลุ่มน้ำยมของพิจิตร นาข้าวถูกน้ำท่วมชาวบ้านต้องช่วยกันเร่งสูบน้ำเพื่อหวังจะให้ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะมีรายงานว่า น้ำที่หน่วงกักเก็บไว้ในพื้นที่ของบางระกำโมเดล รวมถึงตอนบนของเขื่อนนเรศวรมีข้อมูลว่าหลังวันที่ 10 สิงหาคม 2560 อาจต้องระบายลงสู่แม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน ในเขต จ.พิจิตร และจะไหลต่อไปยัง จ.นครสวรรค์ ซึ่งจะต้องเตรียมรับมือต่อไป ส่วนในเขตแม่น้ำน่านระดับน้ำในแม่น้ำกับระดับน้ำในท้องทุ่งนารวมถึงลำคลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำน่านระดับน้ำทุ่งกับน้ำท่าเสมอกัน จึงทำให้อยากต่อการระบายน้ำ ชาวนาในหลายพื้นที่เร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ ซึ่งเป็นข้าวเกี่ยวสดมีความชื้นสูงเกิน 30-35% โรงสีแทบจะไม่รับซื้อมีเพียงท่าข้าวบางแห่งที่ช่วยรับซื้อก็ตีราคาให้เพียงตันละ 2,800-3,500 บาท เท่านั้น ซึ่งหักลบกลบหนี้แล้วก็แทบไม่เหลืออะไรเลย นี่จึงเป็นชะตากรรมของชาวนาไทยที่เจอวิกฤตภัยธรรมชาติในช่วงนี้ ดังกล่าว
สิทธิพจน์ เกบุ้ย ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร
