- 02 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 1 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีได้รับร้องเรียน จากประชาชนว่า พบการวางจำหน่ายธูปไล่ยุง หรือธูปพิษ นำเข้าจากกประเทศกัมพูชา วางขายเกลื่อนในราคา 3 กล่อง 100บาท ที่บริเวณภาย ร้านค้าที่เป็นของชาวกัมพูชา ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยมีประชาชนจำนวนมากซื้อไปใช้ในช่วงหน้าฝนที่มียุงชุม เพราะใช้ได้ผลดีกว่ายากันยุงทั่วไปและมีแมลงตายจำนวนมาก แต่บางส่วนแจ้งว่าเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ อาเจียน ระว่างการลงพื้นที่ทำข่าว ที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอมแห่งนี้ ยังพบว่า มีการจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมทุกชนิด ส่วนใหญ่เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์แทบทั้งสิ้น อาทิ กระเป๋า เข็มขัด นาฬิกา แว่นตา และรองเท้า แบรนด์เนม ยี่ห้อดัง เปิดขายกันแบบโจ่งครึ่ม ไม่เกรงกลัวลิขสิทธิ์ ราคาหลักแสน แต่เป็นเจ้าของได้ในราคาหลักร้อย ขณะที่ สภ.กาบเชิง และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งใน พื้นที่ จ.สุรินทร์ และส่วนกลาง ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น หลังจากสื่อนำเสนอข่าวออกไปเมื่อวันที่ 29 ก.ค.60 ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ก.ค.60 ที่ผ่านมา นายประภาส ศรีจันทร์เวียง นายอำเภอกาบเชิง ได้สนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ สาธารณะสุข ศุลกากร และเจ้าหน้าที่การข่าว ภ.จว.สุรินทร์ กว่า 30 นาย ได้มีการแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด เข้าปิดล้อม ด้านหน้า และด้านหลัง ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม และได้ร่วมกันทำการตรวจยึดสิ่งของต้องห้ามอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มีรายการต่อไปนี้ รองเท้ากีฬายี่ห้อ adidas จำนวน 4 คู่ ,รองเท้ากีฬา nike จำนวน 4 คู่ ,รองเท้าสตั๊ท ยี่ห้อ adidas จำนวน 4 คู่ ,รองเท้าฟองน้ำ ยี่ห้อ nike จำนวน 1 คู่ ,รองเท้าฟองน้ำ ยี่ห้อ puma จำนวน 1 คู่ ,นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ Geneva จำนวน 2 เรือน ,นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ evosport จำนวน 1 เรือน ,นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ casio จำนวน 3 เรือน ,นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ G-Shock จำนวน 5 เรือน ,นาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ OTS จำนวน 2 เรือน และธูปไล่ยุ่ง ยี่ห้อง C.P.D.M. จำนวน 20 กล่อง โดยกล่าวหาว่า มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีศุลกากรอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมของบุคคลอื่นอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2535 และจำหน่ายวัตถุอันตรายโดยไม่มีสลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2595 เหตุเกิดที่ร้านห้องเลขที่ ค.18 ภายในตลาดชายแดนช่องจอม
ขณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดกำลังเดินทางไปตรวจสอบ ปรากกฎว่า พบแต่ร้าน และสินค้าที่ตรวจยึดได้ ลักษณะเปิดร้านทิ้งไว้โดยไม่มีผู้แสดงตัวว่าเป็นผู้ดูแลหรือแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของร้าน ซึ่งเหตุการณ์ในวัน เวลา ดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 30 คน สื่อมวลชนประจำ จ.สุรินทร์ 3-4 คน ร่วมลงพื้นที่ทำข่าวด้วย แต่มีผู้สื่อข่าวประจำจ.สุรินทร์อีกหลายคน กลับไม่ทราบข่าวอะไรเลย เพราะไม่มีการแจ้ง หรือรับแจ้ง จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะมีการ บุกจับหรือตรวจค้น ที่บริเวณตลาดช่องจอม จึงไม่ได้ทำข่าวร่วม มีเพียงแค่ภาพปรากฏ ทางโซเซียลมีเดียเท่านั้น
ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวรุดตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้น โดยได้เข้าพบ ร.ต.อ.ธานี อินทรนุชพนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิง เพื่อขอคัด สำเนาบันทึกประจำวัน(ปจว.) ที่ 198 ลำดับที่ 4 ลงวันที่ 31 ก.ค.60 เวลา 15.00 น. และเดินทางไปสังเกตการณ์ การขนสินค้าเข้า-ออกที่ ศุลกากรด่านถาวร พบมีการตรวจอยู่ในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นได้เข้าตรวจสอบ การค้าขายสินค้า ภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม พบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ร้านค้าจำนวนมากที่เคยเปิดจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าทุกซอกทุกมุม อาทิ กระเป๋าแบรน์เนมชื่อดัง ระดับโลก หลุยส์วิตตองมาย์ตีเยร์ (Louis Vuitton Malletier) ปราด้า (PRADA) ชาแนล (CHANEL) Anello รองเท้ายี่ห้อดัง ADIDAS Nike เสื้อผ้า แว่นตา เข็มขัด นาฬิกา CD DVD ภาพยนตร์ เกมส์ และ เพลง ละเมิดลิขสิทธิ์ ค่ายดัง ในตลาดแห่งนี้ต่างผวากลัวเจ้าหน้าที่รัฐ พากันปิดประตูใส่กุญแจอย่างหนาแน่น แล้วพากันหนีกลับประเทศกัมพูชา หวังรอฟ้าเปิด เคลียร์เจ้าหน้าที่จบ จะกลับมาขายใหม่เหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา ไม่ต่างกับหมาเห่าใบตองแห้ง แต่ยังพบมีการ นำธูปพิษ จำนวน 3 กล่อง มาวางที่หน้าร้าน ซึ่งเป็นของชาวกัมพูชา อ้างว่าไม่ได้ขาย จะเอาไว้ใช้เอง
นายประสงค์ เพริศพริ้ง นายด่านศุลกากรช่องจอม กล่าวว่า ในเรื่องของการทำงาน ตนได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งหัวหน้าฝ่าย เข้าไปกำกับดูแล เข้ม การนำเข้า-ส่งออก ณ จุดพรมแดน เพราะเป็นจุดสำคัญ สินค้าเหล่านี้ เข้าทางช่องจอมหรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องมานั่งพิจารณาดู ตอนนี้เรายังไม่ทราบว่า สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และธูปพิษ มันเข้ามาทางไหน ตนได้ให้นโยบายต่อหัวหน้าฝ่าย ลงไปกำกับดูแล และสั่งการ ด่านศุลกากรช่องจอมว่า สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และสินค้าส่งผลกระทบต่อสุขอนามัย ห้ามนำเข้ามาในประเทศไทยเป็นอันขาด เพราะจะมีผลกระทบต่อประเทศ อาจจะถูกแซงซุ่นจากประเทศอื่นว่า เราสนับสนุนสินค้าละเมินลิขสิทธิ์ การลักลอบขนสินค้ามาได้หลายช่องทาง เลียบชายแดนไทย-กัมพูชา มาจากฝั่ง อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แต่ถ้าหากว่ามีการนำเข้าทางฝั่งช่องจอม หากท่านรู้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากร ทุจริตให้แจ้งมาได้เลย พร้อมได้ย้ำในที่ประชุม เพราะเป็นนโยบายของกรม กระทรวง และนโยบายของรัฐบาล คสช. ห้ามให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว เนื่องจากการลักลอบเข้ามาในภาพใหญ่ ติดขัดในเรื่องอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ศุลกากร พอเวลาจะเข้าตรวจค้นจับกุม อย่างเมื่อวาน ปรากฏว่า มันปิดหมด ตนเสนอว่า ถ้าจะเอากันจริง เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางควรลงพื้นที่กวาดล้างกันอย่างเต็มที่เลย เพราะกำลังเจ้าหน้าด่านศุลกากรช่องจอม กำลังมีไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการระดับจังหวัดสุรินทร์ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จุดใต้ตำตอสำนักงานด่านศุลกากรช่องจอมอยู่ห่างตลาดชายแดนช่องจอมไม่ถึง 1 ก.ม. ตอนตนมารับตำแหน่งใหม่ก็ยังไม่ค่อยมี พอมีข่าวเข้ามา ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจเข้มอย่างต่อเนื่อง เวลาเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรช่องจอมเข้าไป ก็รู้หมด หนีหมด มันก็ต้องมีการวางสาย ต่อไปนี้จะต้องมีการรายงานผู้บังคับบัญชาอย่างต่อเนื่อง ว่าจะทำอย่างไร รวมถึงจังหวัด และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา ต้องร่วมกันบูรณาการกำลังเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่ ตนขอเรียนตรงๆว่า กลุ่มมาเฟีย หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพล ภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ไม่เคยมาปรากฏตัวให้เห็น ตนไม่เคยสัมผัส ตนขอเรียนว่าไม่เคยแตะต้องผลประโยชน์ในเรื่องแบบนี้ ขอสาบานด้วยชีวิต ว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตราชการ ผลประโยชน์ บ้าๆบอๆแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้อย่างให้สื่อมวลชน ช่วยกระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการกันมาเลย ที่สำคัญเวลาจะเข้าตรวจจับ ต้องเป็นเรื่องลับ เพราะฉะนั้นเมื่อไปตรวจก็เป็นแบบนี้ตลอด ตนไม่สบายใจเวลาเจ้าหน้าที่ไป มันพากันปิดหมด พอเวลาสื่อไปทำข่าวพบว่า ขายเต็มไปหมด ต้องจัดเต็มบูรณาการรุมทีเดียว จึงจะได้ผล
ด้าน ประภาส ศรีจันทร์เวียง นายอำเภอกาบเชิง กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้บังคับบัญชา นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้มีความห่วงใยในเรื่องของการค้าขายในพื้นที่ ชายแดน ไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้สั่งการให้ตน ตรวจสอบในสองเรื่องด้วยกัน คือ เรื่องของยากันยุง หรือธูปหอมยากันยุง ซึ่งเป็นสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่างที่สองคือการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2535 จึงได้มีการบูรณาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ สาธารณะสุข ศุลกากร และเจ้าหน้าที่การข่าว ภ.จว.สุรินทร์ กว่า 30 นาย ประชุม และออกดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อวานนี้ (31 ก.ค.60)เวลา 10.00 น.ได้ไปที่บริเวณตลาดชายแดนช่องจอม เพื่อไปตรวจ ไปดำเนินการ ตามกฎหมาย โดยมีการแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด ชุดที่ 1 นำทีมโดยตนเองและปลัดป้องกัน เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และชุดที่ 2 นำโดย ปลัดอาวุโสอำเภอกาบเชิง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ย้ำมาคือยากันยุ่ง หรือธูปหอม จากประเทศกัมพูชา ประการแรกที่ไป คือ ตรวจทั่วไปร้านค้าต่างๆ เพราะยังไม่รู้ว่า ร้านไหนมีสินค้าอย่างไร และสามารถตรวจยึด สินค้าที่อาจละเมิดลิขสิทธิ์หรือลอกเลียนแบบได้ ก็มีนาฬิกายี่ห้อดัง ยี่ห้อหนึ่ง รองเท้ายี่ห้อดัง หลายคู่ เป็นจำนวนมาก ก็ทำการตรวจยึดมา นอกจากนี้ยังมีสินค้าเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์อีกจำนวนมาก ส่วนธูปหอมทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทำการตรวจยึด ได้มีเจ้าหน้าที่ตลาดชายแดนช่องจอมได้ยึดไว้ก่อนเก็บไว้ที่สำนักงานก็เอามาให้ เมื่อดูก็เห็นเป็นธูปไล่ยุงของประเทศกัมพูชา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอกาบเชิง และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาบเชิง ได้ส่งตรวจพิสูจน์ ในเรื่องความปลอดภัยแล้ว หน่วยงานสาธารณสุขตรวจสอบและรายงานมาทางโรงพยาบาลกาบเชิง ว่าเป็นอันตราย ต่อผู้บริโภค เนื่องจากมีสารเคมีหลายตัวที่เป็นพิษ และเป็นการนำเข้าประเทศโดยผิดกฏหมาย ไม่มีสลากกำกับเป็นภาษาไทยให้ผู้บริโภค คนไทยได้อ่านด้วย ขอฝากผ่านสื่อถึงพี่น้องประชาชนที่มาซื้อสินค้าที่ตลาดช่องจอม ให้งดซื้อโดยเด็ดขาด ทางอำเภอกาบเชิงได้ทำการ ตรวจยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อแจ้งให้เจ้าของสินค้าหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ที่แท้จริง เดินทางมาตรวจสอบอีกทีว่า สินค้าที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจยึดมาได้นั้น เป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือเป็นสินค้าที่ถูกต้องอย่างไร ซึ่งนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้กำชับมาว่า ต้องเอาจริง โดยการจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ วันนี้ได้มีการประชุม คณะรักษาความสงบเรียบร้อยภายในอำเภอกาบเชิง ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า จะเพิ่มความเข้มและออกตรวจตลาดชายแดนช่องจอมมากขึ้น และทุกครั้งที่ออกปฏิบัติการ จะต้องเป็นความลับของทางราชการทางขึ้นกว่านี้ เพื่อที่จะสามารถจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ จะดำเนินการอย่างเข้มข้นและเป็นระบบมากขึ้น ตนเชื่อมั่นว่า ในอนาคตจะสามารถจับกุมได้ทั้งคนและสิ่งของที่กระทำความผิด จะไม่เป็นเหมืนเมื่อวานที่ผ่านมา จับได้แต่สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และธูปพิษ ทั้งที่ร้านต่างๆยังเปิดอยู่ แต่ไม่มีใครแสดงตนว่าเป็นเจ้าของ หรือผู้ดูแล แม้แต่รายเดียว ถ้าเป็นไปตามกฏหมายก็จะต้องขอหมายศาลเพื่อตรวจค้น เนื่องจากบางร้านปิด และต้องสงสัยว่าเป็นร้านที่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่ ตลาดช่องจอมมีความคึกคักทางด้าน สินค้าและมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยภาพรวมเป็นสินค้ามือสอง จักรยาน เสื้อผ้า และผ้าห่ม มือสอง จะมาที่นี้จะเป็นตลาดที่มีชื่อเสียง ส่วนสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นสินค้าที่ไม่ใช่เป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่จะมาตลาดช่องจอม แต่ก็ยังมีการจำหน่าย ทีนี้นักท่องเที่ยวบางคน เห็นบางร้านที่ขายก็ซื้อไป ดังนั้น ของให้ผู้ประกอบการ หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ ตนอยากเชิญชวนให้มาหรือส่งเจ้าหน้าที่ของบริษัท เข้ามาตรวจสอบหากพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ก็สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการไปดำเนินการทางกฏหมายได้ทันที
ภาพ/ข่าว รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสุรินทร์
