- 02 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 2 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะนี้ได้มีมวลน้ำที่ไหลมาจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งได้ระบายน้ำออกมาเป็นจำนวนมาก ได้ไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำชีที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านในอำเภอเชียงขวัญ ที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำชีแล้ว 2 ตำบลคือ ตำบลพระธาตุ กับตำบลเชียงขวัญ รวม 5 หมู่บ้าน และยังมีทีท่าว่าจะเข้าท่วมอีกหลายหมู่บ้านในตำบลพลับพลาด้วย ส่วนอีก 2 อำเภอคือ อ.เสลภูมิ และ อ.พนมไพร ซึ่งอยู่ทางตอนล่างของจังหวัด ก็กำลังมีปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นถึงวันละกว่า 30 เซนติเมตร และกำลังมีทีท่าว่าจะเข้าท่วมในหลายหมู่บ้าน ในตำบลนางาม อำเภอเสลภูมิ และอีกหลายๆจุดด้วยเช่นกัน ซึ่งทางจังหวัดกำลังมีการติดตามสถานการณ์อยู่อย่างใกล้ชิด
โดยนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ได้มอบหมายให้นายวัลลภ จินดาเงิน นายอำเภอเชียงขวัญ และพ.ต.อ.วุฒิชัย แช่มช้อย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชียงขวัญ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้นำกำลังเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน โดยการขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นไว้ในที่สูง พร้อมได้จัดสถานที่พักพิงชั่วคราวบนพนังกั้นแม่น้ำชีไว้รองรับ โดยได้จัดทีมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งยังได้ประสานให้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมไว้ ทั้งกำลังคน วัสดุ อุปกรณ์ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น โดยทางจังหวัดได้สนับสนุนเรือท้องแบนไว้แล้วจำนวน 4 ลำ และจากสถานีตำรวจภูธรเชียงขวัญอีกจำนวน 2 ลำ พร้อมด้วยกำลังพลอีกลำละจำนวน 4 นาย
โดยในขณะนี้ทางอำเภอเชียงขวัญ ได้ประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้มาทำการยกมิเตอร์ไฟฟ้าขึ้นสูงสุด โดยยึดฐานที่เคยยกขึ้นเมื่อปี 2544 ซึ่งเป็นปีที่เคยมีมหาอุทกภัยครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่นี่มาแล้ว เพื่อเป็นการเตรียมความปลอดภัยไว้ ส่วนการช่วยเหลือในเบื้องต้น ทางจังหวัดได้สนับสนุนถุงยังชีพให้กับทางอำเภอ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนแล้วจำนวน 1,500 ชุด และในโอกาสเดียวกันก็ได้มีอาสาสมัครกู้ชีพ และกู้ภัยจากมูลนิธิอโสกร้อยเอ็ด บรบือ ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา ได้นำน้ำดื่มและข้าวของเครื่องใช้พร้อมถุงยังชีพ ออกไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
ภาพ/ข่าว สุเทพ ลอยแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ร้อยเอ็ด
(เรียบเรียงโดย / ชูชัย ดำรงสันติสุข สำนักข่าวทีนิวส์)
