- 03 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 2 ส.ค. 2560 ) ผู้สื่อข่าวซึ่งมีโอกาสได้ร่วมกับคณะกู้ชีพ-กู้ภัยศิลานคร ของอำเภอเสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เดินทางไปแจกเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับผู้ประสบอุทกภัย ในเขตพื้นที่ตำบลขวาว อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งก็ได้พบกับหมู่บ้านที่สุดจะแปลก เนื่องจากได้มีป้ายประกาศเตือนว่า ”ห้ามนำเรือผ่านเข้ามาในหมู่บ้าน” ติดอยู่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ที่หมู่บ้านทรายมูล หมู่ที่ 4 ตำบลขวาว อ.เสลภูมิ ซึ่งคนแถวนี้เรียกว่า บ้านทรายมูลน้ำอ้อม ซึ่งเป็นที่สะดุดตาของผู้ที่ได้ผ่านเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้เป็นอย่างมาก โดยหากใครฝ่าฝืนก็จะมีโทษปรับถึง 1,000 บาท ซึ่งโชคดีที่คณะกู้ภัยเดินทางมาโดยรถยนต์ จึงได้นำเอาสิ่งของและเครื่องยังชีพเข้ามาแจกภายในหมู่บ้านแห่งนี้ได้ ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ก็ได้ถูกน้ำท่วมจนเกือบล้อมรอบหมู่บ้าน โดยเหลือพื้นที่ในหมู่บ้านเพียง 25 ไร่เท่านั้นที่น้ำไม่ท่วม เนื่องจากเป็นที่โนนสูง และถนนก็ยังคงใช้สัญจรได้
จากการสอบถามนายวิชิต มะละปัทธิ อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้านทรายมูล หมู่ที่ 4 ซึ่งก็ได้รับการเปิดเผยว่า สำหรับป้ายที่ติดไว้ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านว่า ห้ามนำเรือผ่านเข้ามาในหมู่บ้าน และถ้าฝ่าฝืนก็จะมีโทษปรับนั้น ก็เนื่องมาจากที่หมู่บ้านแห่งนี้ มีแม่น้ำล้อมรอบอยู่สองด้าน คือทางด้านทิศตะวันออกมีลำน้ำยังไหลผ่าน ส่วนทางด้านทิศตะวันตกจะมีลำน้ำชีไหลผ่าน ซึ่งก็มักจะมีผู้คนนำเรือผ่านเข้ามายังหมู่บ้าน เพื่อที่จะผ่านไปลงยังลำน้ำที่อยู่ติดกับหมู่บ้านกันอยู่เนืองๆ ซึ่งก็เป็นความเชื่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของคนที่นี่ว่า ถ้ามีคนนำเรือผ่านเข้ามาในหมู่บ้าน ก็จะทำให้คนในหมู่บ้านเกิดภัยพิบัติต่างๆ จึงทำให้ต้องถือปฏิบัติกันต่อๆมา โดยได้ตั้งกฎระเบียบจากการที่ได้ทำประชาคมหมู่บ้าน ซึ่งนอกเหนือจากการห้ามนำเรือผ่านหมู่บ้านแล้ว ก็ยังมีกฎระเบียบอื่นๆอีกหลายข้อ ซึ่งทุกคนในหมู่บ้านต่างมีส่วนร่วมในการออกกฎระเบียบ และก็ถือปฏิบัติกันมานานแล้ว
ส่วนทางด้านนายจรุง บุญภิระ ผู้อำนวยการโรงเรียนในชุมชนหมู่บ้านทรายมูลน้ำอ้อมแห่งนี้ ก็ได้กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีที่พ่อแม่เราได้เคยทำมานานแล้ว แต่ในระยะหลัง ลูกหลานได้ปล่อยปละละเลย คนในหมู่บ้านจึงได้นำเรื่องนี้กลับมาคุยกันใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนความเชื่อ เพราะมีคนในหมู่บ้านได้ล้มตาย และเจ็บไข้ได้ป่วยกันบ่อย ก็เพราะว่าไม่ได้ปฏิบัติตามความเชื่อของคนสมัยเก่า ต่อมาจึงได้ประชุมร่วมกันหมดทั้งหมู่บ้าน โดยอาศัยผู้เฒ่าผู้แก่มาช่วยบอกกล่าว ว่าเราควรที่จะกลับไปทำตามที่ผู้เฒ่าผู้แก่เคยทำกันมา ซึ่งเป็นความเชื่อทางด้านจิตใจ และจะส่งผลให้สังคมของคนที่นี่อยู่ดีมีสุขกัน จึงได้ร่วมกันกำหนดกฎระเบียบดังกล่าวนี้ขึ้นมาใช้กันจนถึงทุกวันนี้
ภาพ/ข่าว สุเทพ ลอยแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ร้อยเอ็ด
(เรียบเรียงโดย / ชูชัย ดำรงสันติสุข : สำนักข่าวทีนิวส์)
