พอเพียงเท่ากับยั่งยืน!! เกษตรกรปลูกพืชผักแบบผสมผสาน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบความสำเร็จโดยยึดหลัก“กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน”

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ที่คุ้ม บ้านคูหูยาว หมู่ที่ 1 ต.บ้านหาร อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ของนายมูซา - นางยิ่งมณี  โย๊ะหมาด สองสามีภรรยา วัย 44 ปี ใช้พื้นที่ 5 ไร่ แบ่งเป็นแปลงปลูกพืช 3 ไร่ครึ่ง เลี้ยงโคขุน 1 ไร่และทำเป็นถนนครึ่งไร่ โดยปลูกพืชผักพื้นบ้านที่อยู่ในป่าแบบผสมผสานตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยยึดหลัก “กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน” โดยในสวนแต่เดิมปลูกชะอมจำหน่ายเพียงอย่างเดียว  ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกพริกไทยเสริมในแปลงชะอม และที่ต้นชะอมก็ปลูกผักตำลึงร่วมด้วย ในขณะเดียวกันแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกถั่วพู และผักหวานเสริมในร่องแปลง รวมทั้งเลี้ยงโคขุน 6 ตัว เพื่อนำมูลมาใช้เป็นปุ๋ยแก่พืชผักสวนครัว เป็นการบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

                                                                                       พอเพียงเท่ากับยั่งยืน!! เกษตรกรปลูกพืชผักแบบผสมผสาน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบความสำเร็จโดยยึดหลัก“กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน”

ปัจจุบันนี้พืชผักที่ปลูกอยู่ในสวนจะเป็นพืชผักพื้นบ้านที่อยู่ในป่าแบบผสมผสาน ประกอบด้วยชะอม  ตำลึง ผักหวาน มะม่วงหิมพานต์(ยาร่วง) พริกไทย มะกอก ถั่วพู มันปู ต้นกรูด ตะไครั โดยปลูกมาเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง ในช่วงนี้พืชที่เก็บขายเป็นหลักและสร้างรายได้ทุกวันได้แก่ ชะอม ตำลึง ผักหวาน ถั่วพู ยอดมะม่วงหิมพานต์(ยาร่วง) และมันปู ส่งให้กับลูกค้าในอำเภอหาดใหญ่และส่งเอเยนต์ไปขายที่มาเลเซีย โดยมีรายได้จากการขายพืชผักเหล่านี้ วันละกว่า 2,000 – 2,500 บาท ทุกวัน โดยจะเก็บผักทั้งในช่วงเช้าและช่วงบ่าย เนื่องจากในแต่ละวันพืชผักพื้นบ้านที่อยู่ในป่าแบบนี้ประชาชนนิยมกิน เพราะปลอดสารพิษ ไม่มีศัตรูพืช เพราะรสชาติจะฝาดไม่หวานเหมือนผักชนิดอื่นๆ ตลาดมีความต้องการสูง

นางยิ่งมณี  โย๊ะหมาด เล่าว่า ผักพื้นบ้านปลอดสารพิษ ซึ่งเป็นผักที่อยู่ในป่า แต่เราพัฒนานำมาปลูกเป็นธุรกิจได้ นอกจากอร่อยแล้วยังเป็นยารักษาโรคได้ ปัจจุบันนี้ผู้บริโภคผักมีความต้องการบริโภคเพื่อสุขภาพและรักษาโรคได้ด้วย ในครั้งแรกไม่ได้มองว่า มันไม่น่าจะเป็นธุรกิจได้ เพราะมันเป็นผักที่ไม่น่าจะเอามาขาย แล้วคนก็เกิดนิยมกินผักพวกนี้

     นางยิ่งมณีฯ กล่าวเพิ่มเติมถึงแรงบันดาลใจที่มาทำผักพื้นบ้านที่เป็นผักป่า จนประสบความสำเร็จว่า เนื่องจากตอนนี้กำลังว่างงานอยู่ ก็พยายามมองหางานที่จะทำที่ตัวเองต้องอยู่ที่บ้านเพราะต้องเลี้ยงพ่อที่มีอายุมากแล้วก็ไม่รู้จะไปไหน มีที่ดินตรงนี้อยู่แปลงหนึ่ง เข้าจังหวะตรงนั้น ได้ดูข่าวเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นโครงการของในหลวงรัชกาลที่ 9  นั่งดูทุกวันๆ ก็มาเกิดความคิดว่า ถ้าเราสามารถพลิกที่ดินผืนนี้ปลูกพืชแบบผสมผสานทำแบบเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ปลูกเพื่อกิน ลดรายจ่าย สามารถขายได้ เป็นอาชีพเล็กๆและค่อยๆพัฒนาสามารถเป็นธุรกิจได้ มันน่าจะดี

                                                                                    พอเพียงเท่ากับยั่งยืน!! เกษตรกรปลูกพืชผักแบบผสมผสาน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบความสำเร็จโดยยึดหลัก“กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน”

ในปีแรกก็ลงมือทำก่อน ทำแบบถูกๆผิดๆทำไปเรื่อยๆ พอเข้าปีที่ 2 มันก็ได้ผลผลิตมากขึ้นๆก็เลยหาช่องทางการขาย โดยนำไปขายในเมืองหาดใหญ่ พอขายไปๆมีคนต้องการเยอะ เราก็เลยเน้นว่า พืชชนิดไหนที่คนต้องการเยอะ เราก็พยายามปลูกพืชชนิดนั้น ก็จะเห็นได้ว่า พืชที่ปลูกในสวน เป็นพืชที่ตลาดต้องการมากและคู่แข่งเรามีน้อย ซึ่งผิดกับผักชนิดอื่นๆ เมื่อคู่แข่งน้อยเราสามารถทำเป็นธุรกิจขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นธุรกิจแบบเศรษฐกิจพอเพียงก็ตาม แต่มันก็สามารถสร้างรายได้ให้ทุกวัน ลดรายจ่ายในครอบครัว เพราะผักส่วนใหญ่ก็ปลูกกินเองด้วย “กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน”ก็เลยทำให้ทำให้ความเป็นอยู่ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ


                                                                                พอเพียงเท่ากับยั่งยืน!! เกษตรกรปลูกพืชผักแบบผสมผสาน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบความสำเร็จโดยยึดหลัก“กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน”

ภาพ/ข่าว นภาลัย ชูศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์ จ.สงขลา