- 04 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 4 สิงหาคม 2560 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษากรมชลประธาน นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายสุชาติ หาญชนะชัยกูล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน นายปรีชา จานทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 พ.อ.มานพ ไขขุนทด รองผอ.กอ.รมน.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ ผู้นำท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมร่วมกันประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว สถานการณ์น้ำในลำน้ำปาว และสถานการณ์ในลุ่มแม่น้ำชี หลังสถานการณ์ปัจจุบันปริมาณน้ำยังคงไหลเข้าเขื่อนลำปาวอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเขื่อนลำปาวมีปริมาณอยู่ที่ 1,662 ล้าน ลบ.ม.จากความจุ 1,980 ล้าน ลบ.ม.หรือ 84 % และมีน้ำไหลเข้าเขื่อนล่าสุด 30 ล้าน ลบ.ม.ทำให้ทางเขื่อนลำปาวยังคงเร่งระบายน้ำลงสู่ลำน้ำพาน โดยมวลน้ำไหลไปสมทบกับแม่น้ำชีที่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่นระบายลงมา ส่งผลให้พื้นที่นาข้าว และบ้านเรือนประชาชนบางส่วนใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ ถูกน้ำท่วมขังสูง และยังคงขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบไปยังพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานีอีกด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ
โดยในที่ประชุมทางกรมชลประทานได้เสนอขอระบายน้ำจากเขื่อนลำปาวต่อเนื่องวันละ 30 ล้าน ลบ.ม.ออกไปจนถึงวันที่ 13 สิงหาคม 2560 รวม 9 วัน จนกว่าสถานการณ์เขื่อนจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อรักษาสภาพเขื่อน และเตรียมรับน้ำใหม่ ซึ่งคาดการณ์กันไว้ว่าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ประมาณ 800 ล้าน ลบ.ม.และในช่วงเดือนกันยายนอีก 600 ล้าน ลบ.ม. แต่ทุกหน่วยงานเกรงว่าหากระบายน้ำจำนวนวันละ 30 ล้านลบ.ม.นาน 9 วัน ปริมาณน้ำรวม 270 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งเป็นมวลน้ำมหาศาลจะส่งผลกระทบให้พื้นที่ ใน 5 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ และพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานีมากยิ่งขึ้น จึงมีข้อสรุปให้ลดการระบายน้ำจากวันละ 30 ล้าน ลบ.ม.เหลือวันละ 25 ลบ.ม.เป็นเวลา 15 วัน พร้อมทั้งประสานไปยังเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่เพียง 64 ล้าน ลบ.ม.เพื่อให้ลดปริมาณการระบายน้ำลงจากเดิมที่เคยระบายวันละ 15 ล้าน ลบ.ม.และต้องสรุปสถานการณ์ร่วมกันทุกๆ 3 วัน เพื่อลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด พร้อมทั้งมีการเสนอให้ยกระดับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้เมาะสมกับการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว เพื่อให้น้ำสามารถไหลลงน้ำชีได้และไหลไปต่อได้ เพราะไม่เช่นนั้นประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนอย่างนี้เป็นเวลายาวนาน
ขณะที่นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ได้ออกประกาศเตือน และสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ซึ่งกำลังประสบกับสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ที่บริเวณบ้านโคกกลาง ต.หลุบ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง หลังจากน้ำในลำน้ำพาน มีระดับน้ำสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ได้นำกระสอบทราย ไปเสริมพนังกั้นสูงขึ้นอีก 30 เซนติเมตร พร้อมกับป้องกันลาดคันดินในจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากลำพานเข้ามาในพื้นที่ฝั่งบ้านกุดอ้อ บ้านศรีสวัสดิ์ และบ้านสงเปือย ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมตั้งเวรยามคอยเฝ้าดูพนังกั้นน้ำซึ่งเป็นคันดินลูกรัง ตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.ฆ้องชัย ด้านที่ติดกับแม่น้ำชีก็ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกันโดยเฉพาะพนังกั้นน้ำด้านในที่เป็นถนนลาดยาง ตลอดระยะทาง 22 กิโลเมตร เนื่องจากน้ำจากลำน้ำชีเข้ามาปะทะโดยตรง ทำให้พนังบางจุดทรุดตัวและปริแตก ไม่สามารถจะใช้เพียงกระสอบทรายไปปิดกั้นได้ และบางจุดน้ำซึมผ่านด้านล่าง ซึ่งมีจุดเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ 5จุด ทางจังหวัดได้ให้หน่วยทหารช่าง เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบท และแขวงการทาง นำเครื่องจักรกล เข้าซ่อมแซม จุดเสี่ยงทุกจุดแล้ว
สำหรับลักษณะการเคลื่อนที่ของมวลน้ำก้อนใหญ่ที่ปล่อยมาจากเขื่อนลำปาว ขณะนี้อยู่ในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ แล้วจะลงไปบ้านฟากปาว ไปบ้านหลักเมือง ไปบ้านโพนงาม ไปบ้านดงลิง ในเขต อ.กมลาไสย และต่อไปถึงบ้านด่านใต้ อ.ร่องคำ โดยเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน คาดว่าระดับน้ำในปัจจุบันไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคมนี้ ระดับน้ำจะสูงขึ้นจากเดิมโดยเฉลี่ย 30 เซนติเมตร ทั้งนี้ภาพรวมใน 5 อำเภอ ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีจุดเสี่ยง และจุดเฝ้าระวังอยู่หลายจุด โดยทางจังหวัดและหลายหน่วยงานได้เข้าช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายแก่ประชาชนอย่างเต็มที่ และการดูแลทรัพย์สินของชาวบ้านที่จะถูกน้ำท่วม พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารของทางราชการ เพื่อให้รู้การเคลื่อนตัวของมวลน้ำและการระบายน้ำ
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมน้ำท่วมใน จ.กาฬสินธุ์ ได้รับผลกระทบ 15 อำเภอ ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 11 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 37,136 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 195,301 ไร่ บ่อปลา 1,068 บ่อ
ภาพ-ข่าว/ชมพิศ ปิ่นเมือง ข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
