- 06 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นาย สุภัทร เป้ยคำภา อายุ 65 ปี 118 หมู่ 1 บ้านมะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา กรรมการ ” โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน “ ตำบลมะเกลือใหม่ กล่าวว่า ชาวบ้านที่นี่สึกปราบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงความเป็นอยู่ของพสกนิกรให้อยู่ดีกินดี มีสุขถ้วนหน้า ตั้งแต่มีการดำเนินงานโครงการฯ มา จะเห็นสมาชิกในหมู่บ้านออกมาทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข รอยยิ้มที่เคยเลือนรางหายไปแต่วันนี้ทุกคนกับมายิ้มแย้มแจ่มใส และนับจากนี้ต่อไปชาวบ้านทุกคน จะน้อมนำหลักการทฤษฎีและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้พระราชทานไว้ เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและชุมชน ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน เพื่อให้ศูนย์เรียนรู้และเครือข่าย เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาภาคการเกษตรของชุมชนมีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืน
นาย สุภัทร เป้ยคำภา อายุ 65 ปี ยังกล่าวต่อไปอีกว่า หลังจากที่ได้รับการอนุมัติโครงการและรับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ จำนวน 2.5ล้านบาท แล้ว ทางชุมชนก็ได้มีการเปิดให้ชาวบ้านมาสมัครเข้าร่วม กลุ่มเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปุ๋ยหมักคุณภาพดี ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และบริหารจัดการโครงการด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันกลุ่มเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปุ๋ยหมักคุณภาพดี แห่งนี้ มีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 200 คน
สำหรับ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปุ๋ยหมักคุณภาพดี แห่งนี้ จะใช้วัตถุดิบฝซึ่งเป็นของพี่น้องเกษตรกรที่มีอยู่ในพื้นที่ ได้ใช้แรงงานของเกษตรกร หรือชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการและว่างเว้นจากการทำนาทำสวน ได้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาทำงานวันละ 80-100 คนต่อวัน ชาวบ้านจะช่วยกัน ทำงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ อย่างมีความสุข และสนุกสนาน โดยมีนาย หิรัญ พรหมพันธ์ใจ กำนันบ้านมะเกลือใหม่ และคณะกรรมการโครงการ คอยกำกับดูแลการผสมปุ๋ย ให้เป็นตามหลักวิชาการที่เกษตรตำบล แนะนำในการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ จากมูลสัตว์อย่างใกล้ชิด และเมื่อได้ผลผลิตที่ผ่านกระบวนการหมักเป็นปุ๋ยคุณภาพดีแล้ว ก็จะนำมาบรรจุใส่ถุงไว้ถุงละ 40 กิโลกรัม จากนั้นก็จะจำหน่ายให้กับทางสมาชิกที่สั่งจองก่อน ในราคาที่ถูกกว่าปกติ ส่วนเงินรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ยหมักคุณภาพดี ก็จะนำมาเป็นทุนในการต่อยอดในการผลิตรอบต่อไป แต่ปัจจุบันสามาสรถผลิตปุ๋ยหมักคุณภาพดี ได้มากกว่า 5,000 กระสอบ แล้ว
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ คาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
