- 06 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ชาวบ้านพบชากจระเข้น้ำเค็ม เพศเมีย ยาวประมาณ 2.8 เมตรน้ำหนักกว่า 190 กิโลกรัม ลอยตายในคลองปกาสัย รอยต่อม.2 และม.4 ต.ปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 20ก.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกระบี่ ได้ส่งซากไปให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต ตรวจพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการตาย เบื้องต้นพบว่าสาเหตุการตายของจระเข้ เนื่องจากถูกยิงด้วยอาวุธปืนพบกระสุนฝังใน 2 หัว นอกจากนี้ชาวบ้านยืนยันว่าหลังจากที่พบซากจระเข้ ก็ยังพบเห็นเปลือกไข่ที่ฟักแตกตัวไปแล้ว 3 ฟอง และจระเข้ตัวใหญ่ ยาวประมาณ 3 เมตร อีก 1 ตัว คาดว่าเป็นเพศผู้ และเป็นคู่ของตัวที่ถูกยิงตาย ในพื้นที่ที่พบซากจระเข้ในครั้งแรก เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดกระบี่ ได้ลงพื้นที่เพื่อเตือนชาวบ้านและชาวประมงที่ออกหาปลาให้ระวังอันตรายอาจจะถูกจระเข้ ทำร้ายได้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า วันที่ 5 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่คลองปกาสัย ได้ร่ำลือกันว่า คนที่ยิงจระเข้ เพศเมีย ที่ชาวประมงพบซากลอยตายอยู่ในคลองปกาสัย ต้องอยู่อย่างหวาดผวา และมีอาการตกใจกลัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจากการสอบถามนายสมศักดิ์ นบนอบ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง ทราบว่าเรื่องจระเข้เข้าฝันคนยิง เป็นเรื่องจริง โดยทราบว่าคนที่ยิงจระเข้ ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายจระเข้ แต่เนื่องด้วยเพราะความกลัวที่จะถูกจระเข้ทำร้าย จึงได้ยิงจระเข้จนตาย แต่ทราบว่าหลังจากที่คนยิงกลับมาบ้าน มีตอนกลางขณะที่นอนหลับได้ฝันเห็นจระเข้ตัวหนึ่ง มาเข้าฝัน และถามว่ายิงคู่ของตนทำไม ทำให้คนยิงตกใจกลัว และอยู่อย่างหวาดผวา ถึงกบต้องไปให้พระรดน้ำมนต์ให้
ผู้ใหญ่สมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จระเข้ ตัวที่มาเข้าฝันคนยิงนั้นเชื่อว่าเป็นจระเข้ ที่ชาวบ้านเห็นยังมีชีวิตอยู่ คาดว่าเป็นตัวผู้ และเป็นคู่ผัวเมีย ซึ่งยังมีความเป็นห่วงตัวที่ถูกยิงตายไป และหลังจากที่ข่าวจระเข้มาเข้าฝัน แพร่สะพัดไปถึงหูชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านและชาวประมงเชื่อว่า จระเข้ คู่นี้ เป็นจระเข้ เจ้าที่อย่างแน่นอน เนื่องจากคลองปกาสัย แห่งนี้ เมื่อสมัยก่อนนานมาแล้ว เคยเป็นที่อยู่อาศัยของจระเข้มาก่อน ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ และต่อมาจระเข้ ในคลองปกาสัย ได้สูญหายไป จนชาวบ้านมาพบอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และได้ยิงจระเข้ ตายไป 1 ตัว ซึ่งขณะนี้ทราบว่าชาวบ้านเกิดความหวาดผวาหนักขึ้น เพราะมีชาบ้านยืนยันว่าตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ยังวนเวียนอยู่ในพื้นที่
ด้านนายศักดา สุขเกษม หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการประมง สำนักงานประมงจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า หลังจากได้ลงพื้นที่พบชาวประมง และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลองปกาสัย พบว่า ชาวบ้านเริ่มมีความหวาดกลัวและไม่กล้าออกไปทำการประมงบริเวณพบซากจระเข้ เนื่องจากกลัวว่าคู่ของมันที่ชาวบ้านเห็นยังวนเวียนอยู่แถวนั้นอีก ในเบื้องต้นได้แจ้งเตือนชาวบ้านหากพบเห็นจระเข้ ให้รีบแจ้งทางผู้นำท้องถิ่น หรือแจ้งมาที่สำนักงานประมงอำเภอหรือประมงจังหวัดโดยตรงทันที เพื่อจะได้ออกไปล่าและจับขังไว้ในที่เหมาะสมต่อไป เพราะจระเข้ น้ำเค็ม มีนิสัยดุร้าย และตัวใหญ่กว่าจระเข้ น้ำจืด ที่ผ่านมาหลายสิบปีไม่เคยมีข่าวพบจระเข้ น้ำเค็ม ในทะเลจังหวัดกระบี่แต่อย่างใด ขณะที่นายแสน ศรีงาม ประมงจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า สำหรับจระเข้น้ำเค็ม ที่ชาวบ้านพบในคลองปกาสัย กำลังตรวจสอบข้อมูลว่ามาจากธรรมชาติ หรือเป็นจระเข้เลี้ยง ที่หลุดไป แต่จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นไม่พบว่ามีชาวบ้านขออนุญาตเลี้ยงแต่อย่างใด จึงอาจจะเชื่อได้ว่าจระเข้น้ำเค็ม กลับมาอาศัยในพื้นที่ที่เคยอยู่มาก่อนเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาอีกครั้ง สำหรับตัวที่ชาวบ้านพบว่ายังมีอีก 1 ตัวนั้น หากเป็นไปได้ก็อยากจะจับเป็น เพราะทางเจ้าหน้าที่ประมงเองก็ได้มีการฝึกทักษะในการจับจระเข้มาบ้าง และที่สำคัญจระเข้ทะเล ในธรรมชาติ ถือว่าเป็นสัตว์ที่หายาก แต่ถ้าสุดวิสัยจริงๆก็คงจะจับตาย ซึ่งขอเป็นทางเลือกสุดท้าย
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กระบี่
