- 08 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 8 ส.ค. 2560 พลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร จึงได้มอบหมายให้ พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร เป็นผู้รับผิดชอบและประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อทำแผนการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำยม แม่น้ำพิจิตรเก่า อย่างเป็นระบบ โดยในวันนี้ได้ร่วมกับ ว่าที่ร้อยตรีสมชัย แตงไท รองผู้อำนวยการสำนักงาน ชลประทานที่ 3 ได้ร่วมกันจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นขึ้นที่ห้องประชุม สนง.ตำบลสามง่าม โดยมีผู้นำชุมชนและตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำยม รวมถึงแกนนำเกษตรกรเกือบ 200 คน เข้าร่วมรับฟังคำชี้แจงถึงผลกระทบและผลประโยชน์ที่กรมชลประทานและทหารจะได้ร่วมมือกันผลักดันให้มีการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ในการที่จะสร้างอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมถึง 4 แห่งด้วยกัน 1.โครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 10 ต.ท่านางงาม อ.บ่างระกำ จ.พิษณุโลก ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 52,875 ไร่ ปริมาณกักเก็บน้ำ 5.89 ล้าน ลบ.ม. ระยะกักเก็บน้ำตามลำน้ำในแม่น้ำยม 28.20 กม. 2.โครงการประตูระบายน้ำท่าแห ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 81,111 ไร่ ปริมาณกักเก็บน้ำ 12.60 ล้าน ลบ.ม. ระยะกักเก็บน้ำตามลำน้ำในแม่น้ำยม 34.20 กม. 3.โครงการประตูระบายน้ำบ้านวังจิก ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 37,397 ไร่ ปริมาณกักเก็บน้ำ 4.10 ล้าน ลบ.ม. ระยะกักเก็บน้ำตามลำน้ำในแม่น้ำยม 27.50 กม. 4.โครงการประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ต.ไผ่ท่าโพ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 28,263 ไร่ ปริมาณกักเก็บน้ำ 3.15 ล้าน ลบ.ม. ระยะกักเก็บน้ำตามลำน้ำในแม่น้ำยม 19.20 กม.
โดยการจัดการเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต่างมีความคิดเห็นสนับสนุนและเห็นด้วยที่จะให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ทั้งนี้คาดว่าตะต้องเร่งทำผลการวิจัย EIA ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2560 นี้ เพื่อจะสรุปเรื่องนำเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ต่อไป นอกจากนี้ พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า... จาการถอดบทเรียนพื้นที่บางระกำโมเดลที่ประสบความสำเร็จก็จะนำมาใช้กับพื้นที่ ต.รังนก ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซากที่ต้องอาจปรับเวลาการลงมือทำนา จากที่เคยทำนากลางเดือนพฤษภาคม ของทุกปี แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเดือน สิงหาคม-กันยายน ของทุกปี นาข้าวก็จะถูกน้ำท่วมจากฤดูน้ำหลาก ซึ่งต่อไปหากเป็นพื้นที่รังนกโมเดล ราชการก็จะช่วยเรื่องการส่งน้ำมาให้เพาะปลูกข้าวตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ข้าวอายุ 100-120 วัน ก็จะได้เก็บเกี่ยวในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งก็จะทำให้รอดพ้นจากน้ำท่วมและจะใช้พื้นที่นาในตำบลรังนกซึ่งเป็นที่ลุ่ม เป็นที่กักเก็บน้ำเอาไว้ให้หาปลาเป็นอาชีพเสริม ซึ่งในรายละเอียดยังมีอีกมากที่ทหารและกรมชลประทานจะต้องลงไปทำความเข้าใจกับราษฎร แต่เท่าที่พูดคุยกลุ่มเล็กๆ ส่วนใหญ่เริ่มเห็นด้วยแต่ยังมีคำถามบ้างเท่านั้น ซึ่งทุกคำถามทหารและกรมชลประทานตอบได้อย่างกระจ่างแจ้งชัดเจนเพราะมีต้นแบบจากบางระกำโมเดลให้ได้สัมผัสอีกด้วย
นอกจากนี้ พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ยังได้ประชุมร่วมกับ นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี นายอำเภอเมืองพิจิตร, นายทินกร รัตนพัวพันธ์ ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดพิจิตร ,พ.อ. ชูศักดิ์ สงวนบุญญพงษ์ รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องยังได้ร่วมกันประชุมที่ สนง.ชป.พิจิตร ถึงแนวทางจะพลิกฟื้นคืนชีพแม่น้ำพิจิตรเก่าที่มีระยะทาง 127 กม. แต่ทุกวันนี้แทบไม่เหลือสภาพของแม่น้ำหลงเหลืออยู่เลย ดังนั้นแม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งได้สั่งการให้เร่งสำรวจความเป็นไปได้ที่จะขุดลอกหรือฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรเก่า เพื่อหวังจะนำน้ำจากแม่น้ำน่านและจากคลองชลประทานผันเข้าสู่แม่น้ำพิจิตรเก่าเพื่อให้ราษฎรได้ใช้น้ำให้เป็นประโยชน์ต่อการเกษตร ซึ่งจะทำให้ส่งผลต่อเศรษฐกิจในความเป็นอยู่ที่กินดี อยู่ดี อีกด้วย
สิทธิพจน์ เกบุ้ย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร
