- 09 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ประชาชนชาวชุมชนทั้ง 38 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือแสดงถึงความเดือดร้อนให้กับนายกรัฐมนตรีโดยยื่นหนังสือผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง หลังจากสาธารณสุขมีนโยบายปรับลดบุคลากรพยาบาล
เมื่อวันที่9สิงหาคม2560ประธานชุมชนในพื้นที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง รวมทั้งสิ้น 38 ชุมชน พร้อมด้วย อสม.มาบตาพุดเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ที่ศาลากลางจังหวัด ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ หลังทราบข้อมูลว่า ทางกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายปรับเกณฑ์ลดบุคลากรโดยเฉพาะพยาบาลปฏิบัติงานทั่วประเทศ ส่งผลกระทบต่อโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาบตาพุด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 200 เตียง ปัจจุบัน มีพยาบาล จำนวน 206 คน ให้เหลือเพียง 104 คน
โดยมีนายวิเชียร ศักดิ์เจริญ ประธานชุมชนมาบข่า สำนักอ้ายงอน เป็นตัวแทนยื่นหนังสือให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระยองเป็นผู้รับเรื่องจากโรงพยาบาลเล็กๆ ขนาด 30 เตียง ข้างหลุมกลบขยะเคมีระดับชาติ เจอปัญหามลพิษมากมาย แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนชาวชุมชนทั้ง 38 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียง ผลักดันจนทำให้เกิดการย้ายสถานที่จากเดิมมาอยู่ ณ ที่ปัจจุบัน และยกระดับให้เป็นโรงพยาบาลขนาด 200 เตียง โดยมติ ครม. เมื่อปี 2552 สร้างเสร็จปี 2557 และเปิดทำการปี 2558 การจัดหาเครื่องมือแพทย์ ก็ได้รับงบสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้ารวมกว่า 100 ล้านบาท พยาบาลไม่เพียงพอ ทางกลุ่มองค์กรภาคเอกชนในนาม สมาคมเพื่อชุมชน ได้ให้ทุนนักเรียนพยาบาลจำนวน 200 ทุน
โดยเมื่อเรียนจบก็ต้องมาทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ อีกทั้งผู้บริหารโรงพยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง มีการวางแผนงานพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลจนถึงปี 2565นอกจากนี้ มติ ครม. วันที่ 28 มิถุนายน 2559 เห็นชอบหลักการ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เดือนกุมภาพันธ์ 2560 โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ และกำหนดยุทธศาสตร์ครอบคลุมมากมายหลายด้าน มีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ กำหนดพื้นที่ 3 จังหวัด อันมี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เป็นเป้าหมาย ของการพัฒนา
ทั้งนี้ ชาวมาบตาพุด ได้ส่งหนังสือชี้แจงถึงผลกระทบที่ได้รับจาก มติ ของ อ.ก.พ. ดังนี้
1.โรงพยาบาลต้องลดการให้บริการบางอย่าง เช่น ตึกผู้ป่วย หรือบริการอื่นๆเนื่องจากจำนวนพยาบาลลดลง
2.พยาบาลที่เกินจากกรอบที่กระทรวงกำหนด จำนวนกว่า 50 คน ที่ปฏิบัติงานอยู่ จะไม่ได้รับการบรรจุราชการทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ต้องโยกย้ายออกหาที่ทำงานใหม่ เพราะไม่มีที่ให้ทำงาน ต้องตกงานไปโดยปริยาย โดยมีผลโดยตรงต่อการให้บริการ3.โรงพยาบาลไม่สามารถขยายบริการให้กับประชาชนได้ตามแผนที่วางไว้ เช่น ห้องผ่าตัด ห้องล้างไต ห้องล้างตา ห้องผู้ป่วยหนัก เป็นต้นของประชาชนในพื้นที่
4.ขาดพยาบาลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ควบคู่กับแพทย์เฉพาะทางที่มีอยู่ และที่จะเข้ามาในอนาคต เป็นเหตุให้แพทย์เฉพาะทางที่มีอาจต้องย้ายไปที่อื่น
5.มาบตาพุดเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม มีประชากรแผงจำนวนมากมาใช้บริการรักษาสุขภาพจากโรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ไม่ได้อยู่ในอัตราการคิดกำลังพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลต้องรับปัญหาเรื่องนี้และมีผลกระทบต่อคนในพื้นที่ที่มาใช้บริการ
6.เกิดการสูญเปล่าของทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น ตึกผู้ป่วย เครื่องมือทางการแพทย์ที่หลายฝ่ายช่วยกันหามาให้เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของโรงพยาบาลขนาด 200 เตียง ตามแผนพัฒนาของโรงพยาบาล
7.ประชากรในพื้นที่มาบตาพุด ต้องประสบปัญหาในการต้องไปรับบริการที่โรงพยาบาลอื่น เช่น โรงพยาบาลระยอง ซึ่งมีจำนวนผู้เข้ารับบริการต่อวันหนาแน่นและแออัดมากอยู่แล้ว
8.ในปัจจุบันมีจำนวนประชาชนในพื้นที่มาบตาพุดและประชากรแฝงมาใช้บริการในโรงพยาบาลแห่งนี้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา การลดจำนวนพยาบาลตามกรอบกระทรวง ทำให้เจ้าหน้าที่พยาบาลที่เหลือต้องทำงานหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานการทำงานทั่วไป ซึ่งทำให้เกิดความเครียด เหน็ดเหนื่อย เบื่อหน่ายและท้อแท้ เพราะต้องทำงานเกินมาตรฐานที่กำหนด โดยมีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและจิตใจของพยาบาลเหล่านั้นอย่างแน่นอน
9.มติของ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข ลงมติสวนทางกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ย้อนกระแสการพัฒนาพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจน
ดังนั้นชาวมาบตาพุด ห้วยโป่ง และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากมตินี้ จึงได้รวมตัวกันเพื่อมายื่นหนังสือแสดงถึงความเดือดร้อนให้กับนายกรัฐมนตรีได้รับทราบต่อไป
ภาพ/ราชัญ กองทอง สำนักข่าว ทีนิวส์จังหวัดระยอง
