- 09 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สามสาววัยทำงานเก็บหอรอมริบพอจะมีเงินทองเป็นกอบเป็นกำ ถูกเพื่อนรุ่นน้องตั้งกลุ่มเฟซบุ๊คใช้ชื่อว่า “ Monry_Bee ออมเงิน ออมทอง ” โดยใช้ชื่อว่า “Be Boo”หลอกให้เอาเงินที่ฝากธนาคารมาลงทุน โดยให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูง ในอัตราเงินออมหนึ่งพัน ได้ดอกเบี้ย 100 บาทต่อวัน แถมหาสมาชิกเข้ามาร่วมวงแชร์ลูกโซ่ จะได้อีกหัวละ 400 บาทต่อคน สามสาวเลยยอมใจตกเป็นเหยื่อ ถอนเงินจากธนาคารรวมกันกว่า 60,000 บาท ลงขันหวังรับทรัพย์ อาทิตย์แรกผ่านไปก็ดูดี แต่อาทิตย์ที่ 2-3-4 ดูทีจะเหลวเป๋ว !! ทั้งต้นทั้งดอกดูทีจะหาย จึงทำเรื่องแจ้งขอเงินคืน ปรากฏว่าไม่ได้รับการติด จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.อ.เมืองนครราชสีมา ให้ดำเนินคดี เวลาผ่านไป 4 เดือน เรื่องเงียบหายไร้วี่แวว จึงเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมขอให้ช่วยเร่งรัดคดีด้วย
วันที่ 9 สิงหาคม 2560 ที่สำนักงานศูนย์ดำรงธรรม ชั้น 1 ศาลกลางจังหวัดนครราชสีมา น.ส.น้อย นามสมมุติ พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน เดินทางมาร้องเรียนกับ พันตำรวจโทประหยัด ฟุงสูงเนิน รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เทพารักษ์ พนักงานสอบสวนเข้าเวรประจำ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เล่าให้ฟังว่าเมื่อประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา พวกตนกับเพื่อรวม 7 คน ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง นครราชสีมาให้ดำเนินคดีกับ “น.ส.อรรพรรณ” ผู้ใช้นามในเฟซบุ๊คชื่อ “Be Boo” โฆษณาหน้าไทม์ไลน์ ว่า ขายก๋วยเตี๋ยว เชิญให้เข้าร่วมลงทุนแบบ”Money_Bee ออมเงิน ออมทอง”โดยโฆษณาอ้างสิทธิประโยชน์ต่างๆในการร่วมลงทุน สะสมแต้ม เพื่อรับทองคำน้ำหนักตั้งแต่ 1กรัม ถึง 1สลึง ซึ่งพวกตนก็ได้หลงเชื่อ นำเงินไปลงทุนประมาณ 6 หมื่นบาท โดยการลงทุน 1,000 บาท จะได้รับเงินปันผล 100 บาทต่อวัน และหากหาสมาชิกมาเข้ากลุ่ม ก็จะได้ค่าหัว 400 บาทต่อคน หลังจากเวลาผ่านไป 2-3 อาทิตย์ปรากฎว่าไม่ได้เงินตามข้อตกลงที่โฆษณาและคุยกันในห้องเฟซ จึงได้ขอเงินคืน แต่ปรากฏว่าไม่ได้ และถึงวันนี้เป็นเวลา 4 เดือน พวกตนก็ยังไม่ทราบผลคดี จึงมาแจ้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดคดีกับตำรวจ สภ.อ.เมืองด้วย
พันตำรวจประหยัด พนักงานศูนย์ดำรงธรรมเปิดเผยว่า ตอนนี้ก็ต้องสอบปากคำทั้งสามคนไว้ให้ละเอียด เพราะเรื่องหลอกลวงลักษณะนี้เป็นแชร์ลูกโซ่ที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 โดยท่านผู้บัญชาการตำรวจภาค 3 มีนโยบายจะจะปราบปรามอย่างจริงจัง แต่การทำคดีต้องละเอียดอ่อนมีปัญหาหาข้อกฎหมาย รวมทั้งการหาพยานหลักฐานให้ครอบคลุม เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งผู้ตั้งวงแชร์ และผู้ร่วมเล่นแชร์ที่ถูกหลอกลวง ก็จะมีความสัมพันธ์กันต่อๆไป จนอาจกลายเป็นว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ในการกระทำความผิดไปด้วย พนักงานสอบสวนจึงต้องพยายาม กันตัวผู้ถูกหลอกออกมาจากผู้กระทำความผิด สำหรับคดีนี้ ตนได้สอบถามไปยังพนักงานสอบสวนแล้ว และจะสามารถส่งฟ้องได้ภายในสัปดาห์หน้านี้ ก็อยากจะฝากเตือนประชาชนและน้องๆที่อยู่ในวัยทำงานพอมีเงินออม ต้องระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพพวกนี้ และให้ไตร่ตรองคิดให้ดีว่า อะไรที่มันได้เงินมาอย่างผิดปกติ แสดงว่าเป็นเรื่องที่เกิดจากการถูกหลอกลวงทั้งสิ้น ต้องระวังอย่าไปหลงเชื่ออย่างเด็ดขาด
ภาพ/ข่าว นายมานะ แย้มจะบก ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
