- 10 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่นางอมรรัตน์ หรือมร วัฒนุวรรณ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/6 หมู่ 2 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช.ผ่านศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังได้รับความเดือดจากนายทุนมาเฟียเจ้าของโรงงานผลิตยางแผ่นในพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำเอกสารหลักฐานเท็จฮุบที่ดิน สปก.เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่เศษ ในท้องที่บ้านหนองหรั่ง หมู่ 2 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ไปก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย โดยอ้างว่าเป็นอ้างเก็บน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งของหมู่บ้าน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลมาดำเนินการหลายสิบล้านบาท และนายทุนยังว่าจ้างมือปืนหวังฆ่ายกครัวนางอมรรัตน์ ที่บังอาจต่อสู้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้จนทาง คสช.และกระทรวงหาดไทยสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้การช่วยเหลือนางอมรรัตน์ ตามระเบียบขั้นตอนต่อไป ตามที่นำเสนอข่าวมาแล้วนั้น
วันที่ 10 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่า ฯ ได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย พ.อ.ชาญวิทย์ ปิ่นมณี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ. 41 นายเชาวลิต สะรอหมาด สำนักงานปฎิรูปที่ดินจังหวัด นายบุญเพิ่ม นาคดำ ที่ดินจังหวัด นายวิสฺษฐ์พล สุรัติรางคกุล ผอ.ส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช นางจีรภา รอดเพชร หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ปลัดอำเภอทุ่งใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รวมทั้งนางอมรรัตน์ ผู้ร้อง มาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง จนนางอมรรัตน์ ยอมรับว่าเข้าใจผิดเรื่องการถูกจ้างฆ่ายกครับและไม่ติดใจเอาเรื่องเอาความใด ๆ นอกจากเรื่องที่ดินตามเอกสารสิทธิ์ ส.ค. 1 อย่างเดียวเท่านั้น
ในวันเดียวกันนี้ (10 ส.ค.)นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและคู่กรณี ได้เชิญนางอมรรัตน์ ผู้ร้องและนายสมโชค แก้วกระจก เจ้าของโรงงานยางคู่กรณี นายเบื้อน ศักดิ์จันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.บางรูป พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน ณ.ห้องปฏิบัติการรองผู้ว่า ฯบนศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยก่อนเริ่มการเจรจานายสกล ได้นำทั้งหมดเข้ากราบขอพรจากรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ อดีตพระอริยสงฆ์ที่ประดิษฐานในห้องทำงานของนายสกล หลังจากนั้นจึงเริ่มเจรจา โดยนางอมรรัตน์ มีเอกสารสิทธิ์ ส.ค. 1 ยืนยันเป็นหลักฐาน ส่วนนายสมโชค คู่กรณีอ้างว่า ได้ซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากน้องของนางอมรรัตน์ การเจรจาและพิจารณาจึงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าใครเป็นผู้มีสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวที่ถูกต้องตามระเบียบข้อกฎหมาย ซึ่งผู้ร่วมเจรจามีความคิดเห็นเป็น 2 ฝ่ายทั้งที่เห็นว่าที่ดินควรจะเป็นของนางอมรรัตน์ ตามเอกสารสิทธิ์ ส.ค. 1 และอีกฝ่ายหนึ่งระบุว่าที่ดินเป็นของนายสมโชค เพราะได้ซื้อมาจากน้องของนางอมรรัตน์ ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจากจะต้องมีกระบวนการพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้มีสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวอย่างแท้จริง ซึ่งอาจจะต้องยื่นฟ้องศาลเป็นผู้พิจารณาตัดสิน
อย่างก็ตามหลังจากพักรับประทานอาหารกลางวัน และเริ่มเจรจาประชุมต่อในภาคบ่ายปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้อย่างง่ายดายว่าจะแบ่งที่ดินเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน ภายใต้เงื่อนไขว่า ที่ดินตาม ส.ค. 1 เลขที่ 112 และ 114 รวมเนื้อที่ 30 ไร่เศษ ซึ่งในจำนวนนี้นางอมรรัตน์ ถือครองทำกินอยู่เดิม 8 ไร่ เหลือประมาณ 22 ไร่ จะมีการรังวัดแบ่งที่ดินเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กันเริ่มรังวัดจากแนวเขตสวนยางพาราของนางอมรรัตน์ ได้พื้นที่เท่าไหร่ก็จะแบ่งเท่า ๆ กัน และนายสมโชค แก้วกระจก ตกลงจะเป็นผู้ขุดคูแบ่งแนวเขตที่ดินและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินการทั้งหมด หลังจากตกลงกันได้แล้วนายสกล ได้ให้เจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกข้อตกลงและให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงนำคู่กรณีและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกราบรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ที่ประดิษฐานในห้องทำงานของนายสกล พร้อมอธิฐานอ่านข้อตกลงในการดำเนินการต่อพ่อท่านคล้าย และขอให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ไม่มีปัญหาใด ๆ กันอีกในอนาคต ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น
3
นายสกล จันทรักษ์ กล่าวว่าในการประชุมแก้ปัญหายึดหลักให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันในหมู่บ้านอย่างเป็นสุข ไม่มีปัญหาความขัดแย้งหรือโกรธแค้นกันใด โดยให้ยึดมั่นในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ โดยมีรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ เป็นสักขีพยาน ในตอนแรกตนคิดว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องโต้แย้งกันดุเดือดรุนแรงและยากที่จะตกลงกันได้ และในที่สุดอาจจะต้องยื่นฟ้องศาลให้เป็นผู้พิพากษาตัดสิน แต่ไม่น่าเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้อย่างง่ายดาย ตนเชื่อว่าส่วนหนึ่งเกิดจากบารมีของพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์พระอริยะสงฆ์ที่เปรียบเสมือนเทวดาที่ชาวนครศรีธรรมราชและชาวพุทธเคารพศรัทธาอย่างกว้างขวาง ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี สำหรับการแบ่งที่ดินนั้นคงจะนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปร่วมรังวัดหลังวันแม่แห่งชาติ โดยตนจะเดินทางไปร่วมดำเนินการและเป็นสักขีพยานด้วยตัวเอง.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
