- 10 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 10 สิงหาคม 2560 ที่ซอยพม่าข้าม หมู่ที่ 3 ต.บางพระใต้ อ.ละอุ่น จ.ระนอง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ นายศุภชัย สุกใส ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปราม ที่ 4 (ภาคใต้) สำนักป้องกันป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ สนธิกำลังปฎิบัติการร่วมกับทหารมณฑลทหารบกที่44 ชุดมวลชนสัมพันธ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอละอุ่นปฎิบัติการทวงคืนพื้นที่หลังพบว่ามีนายทุนในและนอกพื้นที่เข้าทำการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนทุ่งเลี้ยงสัตว์ ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ในเนื้อที่ 1,200 ไร่
โดยหลังเข้าทำการตรวจสอบพบว่ามีการทำสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันในเขตป่าทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดสวนยางและสวนปาล์ม 2แปลง หลังตรวจสอบพบว่าทั้ง 2แปลงเป็นของนายทุนในพื้นที่ แปลงแรกกว้าง 100 ไร่ และแปลงที่ 2 ประมาณ 50ไร่เศษ และยังมีการปลูกสร้างบ้านพักให้คนงานต่างด้าว พร้อมเครื่องมือและเครื่องปั่นไฟ ทางชุดเฉพาะกิจพญาเสือจึงได้ทำการอายัดของกลางทั้งหมดไว้ เพื่อรอการตรวจสอบอีกครั้งนึง
ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจยึดพื้นที่ป่าคืนในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนไปทางกรม ท่านรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 หน่วย นั่นก็คือ ชุดพยัคฆ์ไพร พญาเสือและฉลามขาว ลงพื้นที่ซอยพม่าข้าม หมู่ที่ 3 ตำบลบางพระใต้ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เพื่อตรวจสอบพื้นที่สาธารณะทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ในเนื้อที่ 1,200 ไร่ โดยมีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลบางพระใต้ เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดระนองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือและคณะได้เข้าทำการตรวจสอบในพื้นที่ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีหลักเขตและแนวเขตชัดเจน แสดงว่าเป็นทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ดั้งเดิมตั้งแต่ ปีพ. ศ. 2469 หรือกว่า 100 ปีมาแล้ว และจุดนี้บางส่วนได้อยู่เป็นแนวเขตนอกป่าสงวน ปี 2484 และมีบางส่วนที่ชาวบ้านได้เข้าทำการบุกรุกพื้นที่ จำนวนหลายแปลง และมีนายทุนรายใหญ่เข้าทำการบุกรุก จำนวน 2 แปลง ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการยึดคืนพื้นที่และรอดำเนินคดีตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป นอกจากนี้ในส่วนของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ จะได้ให้ทางอำเภอละอุ่นดำเนินการสำรวจว่าการเข้าถือครองในพื้นที่เข้าตามหลักเกณฑ์ ของโครงการจัดที่ดินของรัฐ ขจัดความยากจน แก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกรหรือไม่ โดยกรมที่ดินได้ร่วมกับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดที่ดินให้แก่ประชาชนที่ยากจนไม่มีที่ทำกิน และที่อยู่อาศัยที่เข้าครอบครอง (บุกรุก) ที่ดินสาธารณประโยชน์ ซึ่งรัฐไม่มีนโยบายขับไล่ หรือดำเนินคดี และออกหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ โดยนำที่ดินสาธารณประโยชน์ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย เช่น ทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะ ป่าช้าสาธารณะ ที่หมดสภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว และมีราษฎรเข้าครอบครองทำประโยชน์ ทำกิน และอยู่อาศัยแล้ว และต้องไม่อยู่ในเขตป่าไม้ ส.ป.ก. หรือที่ราชพัสดุ
ภาพ/ข่าว นิเวศน์ เสระหมาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ระนอง
