- 11 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ย้อนอดีตไประหว่างวันที่ 2-20 พ.ย.2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 จังหวัด เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นยินดีแก่ราษฎรเป็นอย่างยิ่ง ด้วยยังไม่เคยมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดเคยเสด็จฯ เช่นนี้มาก่อน โดยทรงเยี่ยมราษฎรของพระองค์จนเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจ ห้วงเวลาระหว่างวันที่ 16-19 พ.ย. 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถึง จ.อุบลราชธานี และประทับแรมที่ค่ายทหารกองพลที่ 6 เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2498 ราษฎรชาวอุบลราชธานีจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญถวายตามประเพณีท้องถิ่นที่วัดสุปัฏนารามวรวิหาร หลังจากเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรที่มารอเฝ้ารับเสด็จ จากนั้นได้เสด็จฯต่อไปยังแก่งสะพือ เมื่อเสด็จฯ ถึงแก่งสะพือ จ.อุบลราชธานี ทรงถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกและพระราชทานพระปรมาภิไธยบนแผ่นหิน มีราษฎรชาวจังหวัดอุบลราชธานีเฝ้ารับเสด็จฯ เพื่อชื่นชมพระบารมีอย่างล้นหลาม ทรงมีพระปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิด ไม่ถือพระองค์ ยังความปราบปลื้ม แก่ราษฎรผู้เฝ้ารอรับเสด็จ เป็นอย่างมาก
นายไพศาล ปีตาภา นายกเทศมนตรีเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่แก่งสะพือ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2498 หรือประมาณ 61 ปีที่ผ่านมา ชาวอำเภอพิบูลมังสาหารได้ร่วมใจสร้างพลับพลาที่ประทับ ที่บริเวณแก่งสะพือ ทรงทอดพระเนตรแก่งสะพือ และพระราชทานพระปรมาภิไธยบนแผ่นหิน ซึ่งเวลาที่ผ่านมาพลับพลาที่ประทับ เกิดชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา และถูกรื้อถอนออกไปแล้ว
นายไพศาล ปีตาภา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ชาวอำเภอพิบูลมังสาหารหาร จะร่วมใจกันสร้างพลับพลาที่ประทับ จำลอง แทนพลับพลาเก่า รูปทรงเดียวกับที่เคยสร้างรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเสด็จเยี่ยมชาวอำเภอพิบูลมังสาหาร และทอดพระเนตรแก่งสะพือ แก่งหินกลางแม่น้ำมูล
ทั้งนี้ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ที่ได้เสด็จประพาสในครั้งนั้น และเพื่ออนุรักษ์สถานที่ความทรงจำอันทรงคุณค่าและเป็นสิริมงคลยิ่งของชาวอุบลราชธานีไว้ให้เยาวชนลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้ตลอดไป พร้อมเป็นอนุสรณ์สถานและรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ครั้งประพาสแก่งสะพือ
พลับพลาจำลอง ที่จะสร้างขึ้นใหม่แทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม และถูกรื้อถอนออกไปแล้ว จะสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เพื่อให้สมพระเกียรติยศ และสร้างในตำแหน่งเดิมที่เคยสร้างไว้เมื่อ 61 ปีก่อน โดย เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ได้ทำเรื่องเสนอไปยัง นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และได้รับการอนุมัติให้มีการก่อสร้างได้ สำหรับงบประมาณในการก่อสร้างพลับพลา ได้มาจากการบริจาคของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอพิบูลมังสาหารและชาวจังหวัดอุบลราชธานี โดยทางอำเภอพิบูลมังสาหารได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่รวบรวมทีมงาน โดยมีประกาศของจังหวัดอุบลราชธานีแต่งตั้งคณะทำงาน ขึ้น มีนายอำเภอพิบูลมังสาหารเป็นประธาน และได้ทำการลงเสาเอกเมื่อ วันที่ 5 ธันวาคม 2559ซึ่งถือเป็นวันพ่อของปวงชนชาวไทยทุกคน โดยนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี และมีการจัดแสดงนิทรรศการพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์ ที่เสด็จเยือนแก่งสะพือ พร้อมลายพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งลงพระปรมาภิไธยสลักไว้บนแผ่นหินบริเวณแก่งสะพือ ให้นักท่องเที่ยว และประชาชนได้ร่วมแสดงความอาลัยแด่พระองค์ท่าน
สำหรับงบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 2 ล้านบาท ได้มีการประชุม พูดคุยกันว่าพลับพลาหลังเก่าเป็นอาคารไม้แต่ดั้งเดิม จึงได้ข้อสรุปว่าจะต้องสร้างเป็นอาคารไม้เหมือนเดิม จะต้องทำให้สมพระเกียรติ จึงตกลงกันว่าจะใช้ไม้สักทองทั้งหลัง ซึ่งไม้สักทอง เป็นไม้หวงห้ามประเภท (ก) จะต้องทำการขออนุญาตตัดให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง จึงได้เริ่มมีการดำเนินการโดยการขอเรี่ยรายไม้สักบ้าง ซื้อบ้าง ซึ่งก็ได้ดำเนินการกันมาตลอด สำหรับเงินที่ใช้ในการก่อสร้างก็ได้มาจากการบริจาคส่วนหนึ่งและจัดทำผ้าป่าสามัคคีอีกส่วนหนึ่งได้เงินมาทั้งสิ้นประมาณ 1,100,000 บาท ก็ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง รวมถึงการขอรับบริจาคไปจนถึงวันเปิด ซึ่งตั้งใจไว้ว่าจะให้แล้วเสร็จในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งเป็นวันที่พระองค์ท่านเสด็จมาแก่งสะพือ ขณะนี้การก่อสร้างได้เริ่มดำเนินการคืบหน้าไปมาก ถ้าไม่มีอุปสรรคในเรื่องของฝนในการทำงาน เหลือระยะเวลาอีกประมาณ 3 เดือนก็จะเสร็จตามกำหนดแน่นอน “อยากจะให้พลับพลาจำลอง ที่สร้างใหม่นี้เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้เยาวชนลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้ และในอนาคตก็จะทำเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน”
กาลเวลาที่ผ่านมา 61 ปียังอยู่ในความทรงจำของพระพสกนิกรชาวอำเภอพิบูลมังสาหารหลายหมื่นคนที่มี “ครั้งแรกในชีวิต” ที่มีความหมายกับพวกเขามากมาย ที่พวกเขาได้ “เห็น” ได้ “สัมผัส” ได้ “พูดคุย” กับในหลวงและพระราชินีของพวกเขาเป็นครั้งแรกที่จดจำไปชั่วชีวิต พวกเขาและลูกหลานเปล่งเสียงดังกึกก้องท้องนา ท้องน้ำ และตลอดเส้นทางที่เสด็จฯ ผ่าน …ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ…ทรงพระเจริญ
ข่าว/ภาพ จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุบลราชธานี
