- 13 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู เมื่อวันที่ 20 ก.ค.60 ที่ผ่านมา ล่าสุด พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้รับมอบตัว ร.อ.ศุภชัย ภาโส ตำแหน่ง ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ มาดำเนินคดีใน 4 ข้อหา คือ 1. ปลอมหรือใช้เอกสารปลอม 2. กักขังหน่วงเหนี่ยว 3. ลักทรัพย์ผู้อื่น 4. ทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ซึ่ง ร.อ.ศุภชัยปฏิเสธทุกข้อกล่าวว่า ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ 3 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งปรากฏว่าได้มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาให้กำลังใจและถามข่าวความคืบหน้าของการตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์อย่างต่อเนื่องตลอดวัน ซึ่งนายบุญเลิศยังคงมีสีหน้าเศร้าสร้อยด้วยความคิดถึงและห่วงใยลูกสาวที่หายตัวไป ขณะเดียวกัน ก็ยังมีความหวาดผวาเกรงภัยมืด เนื่องจากว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เป็นนายทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้กับเขาพระวิหาร อีกทั้งในช่วงนี้จะมีชายฉกรรจ์แปลกหน้าพากันมาวนเวียนดูความเคลื่อนไหวของนายบุญเลิศและครอบครัวเป็นประจำ ทำให้นายบุญเลิศค่อนข้างระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าอาจจะได้รับอันตราย
นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวว่า ตนดีใจมากที่ พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ สามารถเร่งรัดคดีจนกระทั่งทำให้ได้ตัวผู้ต้องสงสัยคือ ร.อ.ศุภชัย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตนมั่นใจว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกสาวตนหายตัวไป จะต้องเปิดเผยออกมาในเร็ว ๆ นี้ แต่ขณะนี้ตนได้ข่าวว่าได้มีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนคดีนี้ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนที่นำนโยบายการสอบสวนของ พล.ต.ต.สุรเดช ไปดำเนินการสอบสวนร่วมกับคณะกรรมการสอบสวน จนทำให้มีพยานหลักฐานครบถ้วน สามารถออกหมายเรียกให้นายทหารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยสำคัญให้เข้ามามอบตัว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาจำนวน 4 ข้อหา แม้ว่าจะยังไม่พบตัว น.ส.จุฑาภรณ์หรือน้องอ้อย ลูกสาวของตน แต่ตนก็ดีใจที่คดีคืบหน้าไปมาก อีกทั้งสามารถค้นหารถเก๋งลูกสาวของตนที่หายตัวไปกลับคืนมาได้อีกด้วย
นายบุญเลิศ กล่าวด้วยว่า การที่มีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนบางคนออกไปเช่นนี้ คาดว่าอาจเกิดจากคนมีสีบางคนมีความไม่พอใจในการทำงานอย่างตรงไปตรงมาของพนักงานสอบสวนบางคนที่ทำคดีนี้ และ อาจจะมีการบีบมาจากอำนาจมืดที่ไม่ต้องการให้คดีนี้ชัดแจ้งโดยเร็ว เพื่อเป็นการช่วยเหลือพวกพ้องของตนเอง ตนจึงขอความเมตตาไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กรุณาช่วยเหลือดูแลให้ความเป็นธรรมในคดีนี้ด้วย เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเป็นมวยล้ม เพราะส่อแววมีความไม่ชอบมาพากลในหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนในคดีนี้ที่สามารถสอบสวนจนสามารถได้ตัวผู้ต้องสงสัยมามอบตัวดำเนินคดีตามกฎหมายได้โดยเร็วมาก
ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ศรีสะเกษ
