มันใช่เรื่องมั๊ย!!ศึกแย่งพ่อแม่วัยรุ่น พม.โร่ไกล่เกลี่ยใกล้จบ แต่เกรียนคีย์บอร์ดยังไม่จบ โพสต์ด่ากันรุนแรง ลั่น อยากฟ้องก็ฟ้องเลย

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ความคืบหน้ากรณีคลิปการแย่งลูกหลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้นำเสนอไปแล้วเมื่อวานว่าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล เพื่อหาข้อยุติดังกล่าวต่อมาในช่วงเย็นวันที่ 12 ส.ค.2560 ได้มีการประชุมหารือร่วมของทีมสหวิชาชีพ ที่สภ.พุเตย ซึ่งประกอบไปด้วยมารดา บิดา ของเด็ก ผู้ปกครองมารดา ผู้ปกครองบิดาของเด็ก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุเตย นายก อบต.พุเตย นายก อบต.วังใหญ่ ปลัดอำเภอวิเชียรบุรี กำนันตำบลวังใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.พุเตย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.วังใหญ่ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดเพชรบูรณ์ และในที่ประชุมได้ข้อสรุปดังนี้

บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ทำขึ้น ณ สถานีตำรวจภูธรพุเตย อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ วันที่ 12สิงหาคม 2560  ตามที่ปรากฏสื่อออนไลน์เพจ Social Hunter รายละเอียดว่า แม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งครรภ์และเลี้ยงลูกตามลำพังซึ้งเด็กมีอายุเพียง8เดือน แล้วถูกครอบครัวฝ่ายชายพรากออกไปจากบ้านตามที่ปรากฏในคลิปวีดีโอ เมื่อวันที่11สิงหาคม 2560

มันใช่เรื่องมั๊ย!!ศึกแย่งพ่อแม่วัยรุ่น พม.โร่ไกล่เกลี่ยใกล้จบ แต่เกรียนคีย์บอร์ดยังไม่จบ โพสต์ด่ากันรุนแรง ลั่น อยากฟ้องก็ฟ้องเลย

12 สิงหาคม 2560 เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวร่วมกับจังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้านหมูที่ 6 ตำบลพุเตย ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลพุเตย ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคมองค์การบริหารส่วนตำบลพุเตย เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพุเตย ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 6 ตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุในคลิปวิดีโอ และเป็นที่อยู่ปัจจุบันของมารดาและเด็ก และในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่หน่วยงานกระทรวงพัฒนาสังคมฯจังหวัดเพชรบูรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลวังใหญ่ อำเภอวิเชียรบุรี ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลวังใหญ่ กำนันตำบลวังใหญ่ สายตรวจตำบลวังใหญ่เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังใหญ่ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 4 ตำบลวังใหญ่ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของบิดาของเด็กและปัจจุบันเด็กอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับบิดาและญาติของฝ่ายบิดา ซึ่งเจ้าหน้าที่พบข้อเท็จจริงว่ามารดาและบิดาของเด็กคบหาดูใจกันตั้งแต่ปี2556 มารดาของเด็กอยู่กับฝ่ายบิดาตั้งแต่คบหาดูใจกันญาติฝ่ายบิดาให้การเลี้ยงดูมารดาและเด็กตั้งแต่คบหาดูใจกันกระทั่งทราบว่าตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอดเด็กเมื่อปี2558 เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2560 ทั้งสองฝ่ายได้เลิกรากันทั้งสองฝ่ายไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันมารดาของเด็กจึงนำเด็กมาเลี้ยงที่บ้านเลขที่47 หมู่6 ตำบลพุเตยซึ่งเป็นบ้านของพ่อตนฝ่ายบิดาพยายามติดต่อเพื่อจะช่วยเลี้ยงดูบุตรแต่มารดาไม่ยอมให้ข้องเกี่ยว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7,8,9 สิงหาคม 2560 แม่เลี้ยงของมารดาเด็กได้พาเด็กไปขอความช่วยเหลือจากทางบิดาของเด็กเนื่องจากประสบปัญหาค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู และในวันที่10 สิงหาคม ฝ่ายบิดาจึงไปเจรจาขอเด็กมาเลี้ยงดู แต่เกิดการยื้อแย่งกันดังที่ปรากฏในคลิป

มันใช่เรื่องมั๊ย!!ศึกแย่งพ่อแม่วัยรุ่น พม.โร่ไกล่เกลี่ยใกล้จบ แต่เกรียนคีย์บอร์ดยังไม่จบ โพสต์ด่ากันรุนแรง ลั่น อยากฟ้องก็ฟ้องเลย

ทั้งนี้ ทีมสหวิชาชีพ ประชุมทีมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ที่ประชุมประกอบไปด้วย ปลัดอำเภอวิเชียรบุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุเตยและตำบลวังใหญ่ กำนันตำบลวังใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลวังใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลพุเตย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ พุเตย เจ้าหน้าที่อบต.วังใหญ่ เจ้าหน้าที่อบต.พุเตย เจ้าหน้าที่รพสต.วิเชียรบุรี ประชุมทีมแล้วมีมติที่ประชุมว่า เห็นควรให้เด็กได้รับการสงเคราะห์ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 33 ข้อ(2) มอบเด็กให้อยู่ในความอุปการะของบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูตามระยะเวลาที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินหนึ่งเดือน เนื่องจากมารดาของเด็กยังเป็นผู้เยาว์ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และครอบครัวของมารดาเด็กไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำตามที่กฎกระทรวงกำหนด ทั้งนี้จากการตรวจสอบแล้วครอบครัวของบิดาเด็กมีศักยภาพในการเลี้ยงดูเด็กได้ จึงทำบันทึกข้อตกลงนี้เพื่อให้มารดาเด็ก ยินยอมมอบเด็กให้อยู่ในความอุปการะของบิดาเด็กในระยะเวลาหนึ่งเดือน ระหว่างนี้ทาง พม. จังหวัดเพชรบูรณ์ จะประสานพม.นนทบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของครอบครัวทดแทนซึ่งมารดาเด็กได้มีความประสงค์นำบุตรไปอยู่อาศัยด้วย โดยในระหว่างนี้บิดาและมารดาเด็กข้อทำข้อตกลงดังนี้

1. มารดาเด็ก ยินยอม ด.ช.ไตเติ้ล อยู่กับนายมณฑล พนมเขตต์ ซึ่งเป็นบิดาเด็ก ณ บ้านเลขที่ 47 หมู่ 4 จังหวัดเพชรบูรณ์

2.มารดาเด็ก ขอให้ นายมณฑลฯ หรือครอบครัวส่งบุตรให้ตนเองได้ดูแล ณ บ้านเลขที่ 47 หมู่6 ต.พุเตย อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ครั้งละ 1 วันต่อสัปดาห์ และอนุญาตให้นอนได้เป็นเวลา1คืน

3. ในระหว่างที่เด็กอยู่บ้านบิดา ฝ่ายบิดา อนุญาตให้มารดาเด็กไปหาสู่เด็กได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถนำเด็กออกจากบ้านเองโดยที่ฝ่ายบิดาและครอบครัวไม่อนุญาต

4. ในระหว่างหนึ่งเดือน ไม่อนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายนำเด็กออกนอกถิ่นฐานพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ หากมีเหตุอันควร ขอให้แจ้งพนักงานฝ่ายปกครองพื้นที่ทราบ

5. ฝ่ายมารดาเด็ก ซึ่งเป็นฝ่ายเผยแพร่คลิปและให้ข้อมูลไม่ตรงตามความจริงทั้งหมด จะโพสต์แก้ไขข้อมูลทางสื่อออนไลน์ ให้ตรงตามความเป็นเป็นจริง ตามที่บิดาเด็กร้องขอ

6. ทั้งสองฝ่าย ไม่ติดใจเอาความกัน หรือแจ้งความในเรื่องที่ผ่านมาในภาพหลัง

7. หากทั้งสองฝ่ายทำผิดข้อตกลง ดังกล่าวข้างต้น ยินยอมให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะดีทุกประการและข้าพเจ้าอ่านทบทวนดีแล้ว จึงลงลายมือไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าพยานเจ้าหน้าที่ หากข้าพเจ้าทำผิดจากข้อตกลงนี้ ข้าพเจ้ายินดีให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือลงโทษตามกฎหมายกำหนดได้

จากนั้นได้ให้ทุกฝ่ายลงรายมือชื่อเป็นหลักฐาน

ต่อมาพ่อของเด็กได้โพสต์ในเฟสบุคที่ใช้ชื่อว่า " Tao Monthol Panomkhet" ข้อความว่า "ตอนนี้ทางแม่เด็กยังไม่ทำตามข้อตกลง ข้อที่ 5. เลยครับ เพราะทางผมและญาติพี่น้องผมก็เสียหายกันหมด ถ้าไม่ยังนั้นผมก็จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
***ฝากแชร์ด้วยนะครับ" พร้อมทั้งโฟสต์ข้อความที่ได้บันทึกตกลงไว้ที่ สภ.พุเตย ปรากฎว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นทั้งต่อว่าที่ไปแย่งลูกมาจากแม่ แต่บางรายก็ให้กำลังใจ

ด้านแม่ของเด็กก็ได้โพสต์ลงในเฟสบุคที่ชื่อ " Wipha Wonganu" ข้อความว่า"ตอนนี้ ทางเรา เเละพ่อเด็กได้ ไกล่เกลี่ย กันเรียบ ร้อยเเล้วค่ะ
ก้อต้องขอโทษที่ทำให้เสียเวลาติดตามน่ะค่ะ คือทางเรา จะย้านไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะทางบ้านเราสถานะภาพไม่สามารถเลี้ยงเด็กได้เท่า บ้าน ผช ค่ะ ในเวลา1เดือนศูนย์ พัฒนาเด็กและครอบครัว ขอเข้าตรวจ สถานะภาพ บ้านที่ กทม ก่อนค่ะถ้าผ่านก้อสามารถนำเด็กไป อยู่ด้วยได้ ในระหว่างภายใน1เดือนนี้ ให้น้องอยู่บ้านพ่อน้องค่ะโดยมาหาเราได้อาทิตละ1ครั้ง ขอโทษที่ทำใงรอ เเละทางบ้านเรากะบ้านผู้ชายไม่ติดใจเอาความกันค่ะ จึงมาโพสให้ทรายว่าได้ ไกล่เกลี่ยกันเเล้วทั้งสองฝ่าย ขอบคุณค่ะ"

แต่ปรากฎว่ากระแสโซเชียลต่างก็ไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายมารดาไปยินยอมและทำข้อตกลงดังกล่าวกลายเป็นการโพสต์โต้ตอบกันไปมา บ้างก็จะแจ้งความตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จึงทำให้เหตุการณ์ที่ดูเหมือนว่าจะคลี่คลายกลับมารุนแรงอีกครั้ง

มันใช่เรื่องมั๊ย!!ศึกแย่งพ่อแม่วัยรุ่น พม.โร่ไกล่เกลี่ยใกล้จบ แต่เกรียนคีย์บอร์ดยังไม่จบ โพสต์ด่ากันรุนแรง ลั่น อยากฟ้องก็ฟ้องเลย

 

ข่าว/ภาพ   อารีย์ สีแก้ว  ผู้สือข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นนทบุรี