- 14 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา ซึ่ง นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบเพื่อให้ช่วยติดตามหาพร้อมทั้งเข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชน
ล่าสุด พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีนี้ได้รับมอบตัว ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี เพื่อรับทราบข้อหา จำนวน 4 ข้อหา ซึ่ง ร.อ.ศุภชัย ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ พล.ต.ต.บุญจันทร์ นวลสาย รอง ผบช.ภาค 3 ได้มาตรวจสำนวนคดีแล้วประกาศภายใน 1 สัปดาห์จะเห็นหน้าเห็นหลัง ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 14 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนี้ นำโดย พ.ต.อ.นิพล บุญเกิด รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ยังคงเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อหาพยานหลักฐานในคดีอย่างเต็มที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจาก ตร.ภาค 3 ภาค 4 และเจ้าหน้าที่จากกองปราบปรามได้ลงพื้นที่มาร่วมกันคลี่คลายคดี ซึ่งการดำเนินคดีมีความรุดหน้าไปเป็นอย่างมาก ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีกับเร่งติดตามหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ซึ่งเป้าหมายจะอยู่ที่จุดพิกัดสัญญาณโทรศัพท์จุดสุดท้ายที่ขาดการติดต่อไป โดยจะอยู่บริเวณ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ติดกับแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และจากการออกไปค้นหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์ ได้ประสบปัญหาสำคัญคือ บริเวณดังกล่าวยังคงมีกับระเบิดหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะเข้าไปค้นหาได้ จะต้องใช้ผู้ชำนาญพื้นที่เข้าไปช่วยในการค้นหา ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควร รวมทั้งมีการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ให้ช่วยค้นหาอีกทางหนึ่งด้วย
ทางด้าน นายศักดา คล้ายร่มไทร อัยการจังหวัดกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการที่ตนได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดเห็นว่า คดีนี้มีพลเรือนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วย ในข้อหา ปลอมแปลงเอกสาร ลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งตนเห็นว่า พนักงานสอบสวนคดีนี้ควรที่จะแจ้งข้อหากับพลเรือนที่เข้ามามีส่วนร่วมในคดีนี้ด้วย ซึ่งหากมีพลเรือนเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ตามกฏหมายแล้วจะทำให้ ร.อ.ศุภชัย ภาโส ผู้ต้องหาคดีนี้ จะต้องมาขึ้นศาลยุติธรรม แทนที่จะต้องไปขึ้นศาลทหาร ส่วนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวนั้น จะต้องมีพฤติกรรมว่า มีการกักขังอย่างไร ผู้เสียหายได้ถูกกระทำอย่างไร ดังนั้น จะต้องหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์ ผู้เสียหายให้พบ รวมทั้งจะต้องหาพยานแวดล้อมมาประกอบสำนวนคดีให้มากที่สุด เพื่อเป็นการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข่าว/ภาพ ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ศรีสะเกษ
