- 15 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นาย กิตติพงษ์ พงษ์สุรเวท รองประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้กล่าวถึงเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งรัฐบาลก็พยายามแก้ปัญหาให้เกษตรกร ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่าพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนกันอย่างมาก ราคาข้าวก็ตกต่ำ ราคามันสำปะหลังก็ย่ำแย่ ราคาข้าวโพดเองที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบมาก ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลได้ลงมาดูแลภาคเกษตร โดยเฉพาะมันสำประหลังอยากให้รัฐหาตลาดให้กับโรงแป้งให้มากที่สุด ก็จะทำให้โรงแป้งมีกำลังซื้อมันสำประหลังได้มาก นอกจากนี้ยังอยากให้เข้าไปส่งเสริมผลผลิตมันสำประหลังของเกษตรกรจากเดิมผลิตได้ 3 ตันให้สามารถผลิตได้มากกว่า 8 ตัน ส่วนข้าวโพดเองก็มีปัญหามากเช่นกัน โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาการซื้อขายมีเงื่อนไขมาก สาเหตุจากการนำเอาข้าวสาลีมาทำเป็นอาหารสัตว์ ในขณะเดียวกันข้าวโพดก็ทำอาหารสัตว์เช่นกัน และการนำเข้าข้าวสาลีเองทำให้เกิดผลกระทบต่อข้าวโพด เพราะความต้องการอาหารสัตว์นั้นมีจำนวนมากถึง 9 ล้านตันต่อปี ซึ่งข้าวโพดเองสามารถผลิตได้ 7-8 ล้านตัน ดังนั้นหากรัฐบาลลดการนำเข้าข้าวสาลี ในราคาประมาณกิโลกรัมละ 3บาท ในขณะที่ราคาข้าวโพดที่รับซื้อจากพี่น้องเกษตรกร ราคาอยู่ที่ 7-8 บาท ซึ่งหากรัฐบาลลดจำนวนนำเข้าข้าวสาลี โดยนำเข้าเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ก็จะทำให้ราคาข้าวโพดดีขึ้นและพี่น้องเกษตรกรก็อยู่ได้ ดังนั้นรัฐบาลต้องหยุดนำเข้าข้าวสาลีเข้ามา แล้วข้าวโพดก็จะมีราคาที่สูงขึ้น ซึ่งตนคิดว่าหัวใจของปัญหาอยู่ที่การนำเข้าข้าวสาลี ดังนั้นหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จึงขอเรียกร้องให้แก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว
นาย กิตติพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องพืชผลทางการเกษตรของประเทศเพื่อนบ้าน ที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทย จะกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรไทยหรือไม่นั้น เรื่องนี้ตนมองว่า อยากให้ดูกรณีที่มีการตั้งโรงงานผลิตเอทานอลซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งโรงงานเหล่านี้มีความต้องการวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็น มันสำปะหลัง อ้อย เพื่อป้อนใหกับโรงงานนำมาผลิตเอทานอล ซึ่งโรงงานเหล่านี้ก่อนที่จะตั้งโรงงานในพื้นที่นั้น จะต้องมีการคำนวณว่าในพื้นที่มีการรองรับวัตถุดิบเหล่านี้จำนวนเท่าใด และโรงงานเหล่านั้นกับบอกว่าวัตถุดิบที่ต้องการในพื้นที่นั้นไม่เพียงพอ ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วเกษตรกรกับไม่สามารถขายให้โรงงานเหล่านี้ได้ เพราะโรงงานเหล่านี้ไม่ได้ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรไทย แต่หันไปซื้อของเกษตรกรเพื่อนบ้าน จึงเป็นสาเหตุให้พืชผลทางการเกษตรซึ่งเป็นวัตถุดิบของโรงงานเหล่านี้ ไหลทะลักเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น ตนมองว่าการวางมาตรการตามแนวตะเข็บชายแดนทั้งหมด จะต้องมีความเข้มข้นมากกว่านี้ เพราะถ้าปล่อยให้ทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมากเพราะราคาที่ถูกกว่าในบ้านก็จะไม่เป้นผลดีกับเกษตรกรไทย ที่สำคัญแม้ว่าการซื้อวัตถุดิบกับเกษตรกรไทยจะมีราคาที่แพงกว่า แต่พี่น้องเกษตรกรไทยก็ได้รับประโยชน์ และโรงงานเหล่านี้ซึ่งได้สิทธิประโยชน์จากรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไขการสร้างโรงงานต่างๆ ควรที่จะให้สิทธิ์ตรงนี้กับเกษตรกรไทยมากกว่าที่จะได้ราคาที่สูงขึ้น ดังนั้นตนมองว่ารับบาลต้องมีมาตรการในการป้องกันตามแนวตะเข็บชายแดนทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแอบนำพืชผลทางการเกษตรเข้ามา อยากฝากไปยัง นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา รวมทั้งรัฐมนตรีทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ว่าหัวใจของเกษตรนั้นจะอยู่ได้ก็ด้วยราคาของพืชผลทางการเกษตร ดังนั้นหากแก้ปัญหาและลดการนำเข้าพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวสาลี ก็จะทำให้ราคาข้าวโพดของพี่น้องเกษตรกรไทยมีราคาที่สูงขึ้น แม้กระทั่งมันสำประหลังหากไม่มีการนำเข้ามาก็จะทำให้ราคาในบ้านเราสูงมากขึ้น ซึ่งตนเชื่อว่ารัฐบาลสามารถทำได้โดยเฉพาะการใช้ ม.44 มาดำเนินการให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความเข้มแข็งและเคร่งครัด ดำเนินการทุกอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยปละละเลยให้เกิดปัญหาดังกล่าว เพราะนั้นคือโอกาสของพี่น้องเกษตรกรไทย ที่หนึ่งปีจะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ คาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
