- 16 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หวิดวางมวย-ผญบ. ม.2 ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ท้าชกพระ หลังโต้เถียงเอกสารสิทธิที่ดินวัด ท้าให้ถอดผ้าเหลืองวางมวย นอภ. ผอ.สำนักพุทธฯ โร่เคลียร์ ชาวบ้านจี้ให้ขอโทษ
เมื่อตอนสายของวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดดอนตะเคียน ม.2 บ้านดอนตะเคียน ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร หลังได้แจ้งจากชาวบ้าน ขอให้สื่อที่เป็นกลางนำเสนอข้อเท็จจริง กรณีผู้ใหญ่บ้านนำเสนอทางสื่อออนไลน์แห่งหนึ่ง ว่าวัดกับชาวบ้านตัดไม้หวงห้ามในที่ดินสาธารณะ และพื้นที่ปลูกป่า ปราศจากข้อเท็จจริงทำให้วัดเสียหาย พร้อมจี้ให้ ผู้ใหญ่บ้าน และสื่อออนไลน์แห่งนั้น ขอโทษ
ที่ศาลาวัด วัดตอนตะเคียน มีชาวบ้านกว่า 100 คน และพระสงฆ์จำนวน 12 รูป กำลังฉัน ภัตราหารเพล มีฆาราวาส รายหนึ่งทราบชื่อต่อมา คือนายเสรี กมลเนตร อายุ 77 ปี กำลังใช้ไมค์โครโฟน ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณี ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.บางสน นำเสนอข้อมูลและให้สัมภาษณ์ทางสื่อออนไลน์ปะทิวนิวส์ ( https://pathiunewsonline.blogspot.com ) ว่า ไม่เป็นความจริง บิดเบือน โดยได้อ่านรายละเอียดมีหัวข่าวว่า “ชาวบ้านดอนตะเคียนน้ำตาไหลปลูกวันแม่ปี 53 ทำลายวันแม่ปี 60” พร้อมทั้งได้อ่านรายละเอียดข่าวว่า “วันที่13 สิงหาคม 2560 ชาวบ้านดอนตะเคียน พร้อมด้วยนายศักดิ์ชาย พยันตา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.บางสน มีการประชุมร่วมกันในชุมชนเรื่องทางวัดดอนตะเคียนได้นำรถแม๊คโคมากวาดพื้นที่สวนป่าชุมชนของหมู่ที่ 2 บ้านดอนตะเคียน ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร เนื่องจากสวนป่าดังกล่าวทางชุมชนหมู่ที่ 2 บ้านดอนตะเคียนได้ร่วมกันอนุรักษ์ดูแลมาเป็นเวลา 30 ปี นับแต่หลังการเกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ เมื่อปี 2532 เพื่อรักษาความเป็นป่าของชุมชนไว้ และมีการปลูกร่วมกันครั้งยิ่งใหญ่เพื่อเพิ่มพันธุ์ไม้ในป่าให้หลากหลายขึ้น เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2553 ซึ่งถือว่าเป็นวันแม่แห่งชาติ หลังจากนั้นทางชุมชนนำโดยผู้ใหญ่ศักดิ์ชาย พยันตา ได้ร่วมทำนุบำรุงเรื่อยมาโดยการใส่ปุ๋ยในทุกปีและทุกโอกาสในช่วงฤดูฝนตก ด้วยป่าแปลงนี้ ซึ่งมีประมาณ 10 ไร่ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่ครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยป่าไม้หลากหลายชนิดทั้งไม้ใหญ่ที่เป็นร่มเงาให้กับไม้เล็กที่เป็นทั้งอาหารและสมุนไพรในชุมชน เช่น ผักภูมิ ผักหวานป่า เห็ดโคน เห็ดเสม็ด ต้นบุก และยังมีพืชสมุนไพรอีกมากมาย ซึ่งชาวบ้านใกล้เคียงจะเข้าไปเก็บพืชผักกินเป็นอาหารเฉพาะพอกินแล้วกลับค่อยมาเก็บใหม่เมื่ออยากกินอาหารในป่านี้ และยังมีกล้วยไม้ป่าหายากที่สูญพันธุ์ไม้เกือบหมดแล้ว คือ ต้นหงอนไก่ (มีลักษณะคล้ายรองเท้านารี เวลาลมพัดจะมีเสียงคล้ายไก่ร้อง) ก่อนนี้มีบางคนเคยขอพันธุ์ไปปลูกที่บ้าน ผู้ใหญ่บอกว่าไม่ได้ให้มันอยู่ในที่ที่มันควรอยู่จะดีกว่า และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด”
หลังอ่านเอกสารข่าวจบนายเสรี ได้สรุปว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ของวัดมีโฉนดถูกต้อง และไม่ใช่สวนป่า แต่เป็นเพียงการปลูกต้นกระถินเทพา ซึ่งเป็นไม้โตเร็ว สามารถฟื้นฟูสภาพดินได้ ส่วนไม้ก็จะนำมาใช้ประโยชน์ในวัด เจ้าอาวาสและกรรมการวัดจำนวนหนึ่ง ได้หารือกันแล้ว จึงมีการปรับก็จะมาพัฒนาเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้ดูสวยงาม จัดวางตำแหน่งและจัดระเบียบของโกฏิที่บรรจุอัฐิของบรรดาบรรพบุรุษของชาวบ้าน ไม่มีกล้วยไม้หายาก ไม่มีพันธ์ไม้ตามที่ผู้ใหญ่กล่าวอ้างเลย ส่วนพื้นที่ที่ผู้ใหญ่กล่าวอ้างถึงพอจะพันธ์ไม้อยู่นั้น เป็นที่ นสล.อยู่ด้านหลังวัด ปัจจุบันส่วนหนึ่งเป็นป่าช้า วัดดำเนินการในส่วนของที่ดินวัด การที่ผญบ.ซึ่งรู้ข้อเท็จจริงทุกอย่างแต่ไปนำเสนอข้อมูลทางสื่อ ที่บิดเบือน ปราศจากข้อเท็จจริงทำให้วัดเสียหาย
“ วันเกิดเหตุได้พยามชี้แจงว่า วัดดำเนินการถูกต้อง วัดมีเอกสารสิทธิถูกต้อง ผญบ.ก็รู้อยู่จะต้องตรวจสอบอะไรมากมาย จากนั้น ผญบ.ก็อ้างมีคนโทรแจ้ง ก็เลยถามว่าใครโทรไปบอกตัวตนได้อย่ากล่าวอ้างลอยๆ ผญบ.บอว่าไม่ต้องมายุ่ง ถ้ามีปัญหาให้ถอดผ้าเหลืองมาชกกัน ก็เลยบอกอีกครั้งว่า เป็นผู้นำท้องที่จะพูดแบบนี้ไม่ได้ขอให้พูดดีๆ ผญบ.ก็ยังยืนยันให้ถอดผ้าเหลืองมาชกกันอีก เพราะที่ทำไปเพราะต้องปกป้อง เจ้าอาวาสและปกป้องวัด แล้วก็มีโยมประเสริฐอดีต ผญบ.มาห้ามปราบแล้วก็พูดว่า ถ้าจะชกพระ ให้มาชกกับโยมประเสริฐแทน ” พระมานิต ชลิตธัมโม กล่าว ต่อหน้าญาติโยม
พระบุญสร้าง ธรรมวิโร อายุ 68 ปี บวช 9 พรรษา นายประเสริฐ ศรีภิรมย์ อายุ 74 ปี นายเสรี กมลเนตร อายุ 77 ปี และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันชี้แจงว่า เจ้าอาวาส พระ กรรมการวัดและญาติโยม จำนวนหนึ่งได้พูดคุยหารือกันว่า จะปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโกฏิเก็บอัฐิของญาติโยม ก็เลยดำเนินการ ต่อมา ผญบ.ไปนำเสนอข่าวนั้น บิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความจริง เอกสารสิทธิ ผญบ.ก็ทราบดีเพราะเกี่ยวข้องตั้งแต่กระบวนการออกโฉนด พอเป็นข่าวแบบนี้ทำให้วัดเสียหาย อาจทำให้คนเสื่อมศรัทธาได้ แล้วยังมาท้าชกต่อยกับพระอีกท่ามกลางพยานในเหตุการณ์จำนวนมาก จึงขอให้เรียกร้องให้ ผญบ.ม.2 ต.บางสน และสื่อออนไลน์ ได้แสดงความรับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าว ด้วยการขอโทษ วัด พระ ชาวบ้าน ต่อหน้าชาวบ้านละผ่านสื่อ ด้วย ส่วนสาเหตุจริงๆน่าจะมาจาก ผญบ.คนดังกล่าว ไม่พอใจพระอยู่รูปหนึ่ง เคยขอให้เจ้าอาวาสและชาวบ้านจำนวนหนึ่งขับไล่ให้ออกจากวัด แต่เจ้าอาวาสและชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
“ เดิมเป็นตำรวจ อยู่สภ.ปะทิว ยศ ร.ต.ต.สวาสดิ์ มนต์นิมิต หลังเกษียณอายุราชการ ก็มาบวชเลย ตอนนี้ 20 พรรษาแล้ว อายุตอนนี้ก็ 80 ปีแล้ว ต้องการที่จะพัฒนาวัดตามกำลังศรัทธาของญาติโยม พอมีญาติโยมจะมาช่วยพัฒนาก็เลยยินยอมให้รื้อโค่นต้นไม้ ซึ่งดังกล่าว ก็จะมาใช้ประโยชน์ในวัด อาทิ ทำกุฎิเล็กให้พระ มาซ่อมแซมอาคารที่ชำรุด ” พระปลัดสวาส พุทธสีโล เจ้าอาวาสวัดดอนตะเคียน กล่าว
“ ไม่ได้ติดใจอะไรแล้วเสียดายเพียงต้นไม้ ส่วนกรณี ท้าชกต่อยกับพระ ณ เวลานั้น พระรูปนั้นแสดงท่าทางก้าวร้าวก็เลยคิดว่าหากพระแสดงอาการแบบนี้ก็ถือว่าไม่ใช่พระจึงได้พูดไปด้วยความโมโหว่า ถ้าเป็นแบบนี้คุณถอดผ้าเหลืองแล้วมาชกกับผม ” นายศักดิ์ชาย พยันตา ผญบ.ม.2 ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
ต่อมาในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอปะทิว ได้นัดเพื่อจะมาพบพูดคุยกับเจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้อง เวลา 15.00น. แต่นายธนนท์ ได้เดินทางมาเวลา 14.00น. ก่อนจะเดินทางกลับเวลา 14.15น.เวลา 15.00น. น.ส.สุวรรณี แก้วมณี ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ชุมพร ก็ได้เดินทางมาที่วัดดอนตะเคียนด้วยเช่นกัน
“ ได้พูดคุยกับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าอาวาส เจ้าคณะอำเภอ กรรมการวัดบางส่วน และผญบ. แล้ว ว่าวัดมีเอกสารสิทธิถูกต้องสามารถดำเนินการได้ ส่วน ผญบ.ก็ไม่ได้ติดใจอะไรบอกเพียงเสียดายต้นไม้ จึงได้บอกกับผู้เกี่ยวข้องว่า ขอให้ทำความเข้าใจกันด้วยดี อย่าให้บานปลายไปมากกว่านี้ เพราะอาจทำให้ภายนอกมองว่าเป็นความขัดแย้งได้ พอได้พูดคุยกันเข้าใจก็เลยเดินทางกลับเพราะมีภารกิจต่ออีก ” นอภ.กล่าวพูดคุยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ “ มีชาวบ้านโทรศัพท์ประสานให้มาที่วัด พอมาถึงก็ได้ทราบว่า นอภ.มาแล้ว เบื้องต้น ผู้เกี่ยวข้องได้ข้อยุติกันแล้ว ” น.ส.สุวรรณี กล่าว ทางโทรศัพท์
ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชุมพร
