- 18 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สโมสรไลออนส์พัทยา สัตหีบร่วมกับ ฐานทัพเรือสัตหีบ เทศบาลเมืองสัตหีบและทุกภาคส่วนในพื้นที่ร่วมพัฒนาเก็บขยะตามแนวชายหาด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา ใน 12 สิงหาคม 2560
วันนี้ 18 ส.ค.60 ที่ชายหาดหน้าโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือโท นพดล สุภากร ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ มาเป็นประธานในการเปิดกิจกรรม พลิกผืนทรายเพื่อแม่ เก็บขยะตามแนวชายหาด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา ใน 12 สิงหาคม 2560 โดยมี นาย กฤษณพันธ์ เดชครุธ นายอำเภอสัตหีบ นาย พนธกร ใคร่ครวญ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสัตหีบ นาย ธารา กันทนารักษ์ รองนายกสโมสรไลออนส์พัทยา สัตหีบพร้อมคณะ ข้าราชการทหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนนักเรียนในพื้นที่สัตหีบ เข้าร่วมกิจกรรม
นาย ธารา กันทนารักษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลก ในวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมาทางสโมสรไลออนส์พัทยา สัตหีบ ได้ร่วมกับอำเภอสัตหีบ เทศบาลเมืองสัตหีบ ทุกภาคส่วนร่วมกันทำความสะอาดตั้งแต่บริเวณอำเภอสัตหีบ ตลาด จนถึงหน้ารพฯแห่งนี้ ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดนึงที่กระแสน้ำขึ้นลง จะนำเอาขยะที่อยู่ในทะเลมาติดทับถมเป็นจำนวนมากแลจำนวนคนและเครื่องมือง่ายๆในวันนั้น สามารถนำขยะขึ้นมาได้มากพอสมควรแต่ยังมีปริมาณขยะที่ตกค้างอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งตั้งใจว่าการจัดการขยะทับถมบริเวณนี้จะต้องถูกทำให้สมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อถวายความดีแด่องค์แม่ของแผ่นดิน เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของทุกภาคส่วน ในการฟื้นฟูพื้นที่เสียหายเสื่อมโทรมและรักษาพื้นที่ๆยังคงสภาพดีให้คงอยู่ เพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยให้เข้าถึงระดับต้นตอของปัญหาและระดับครัวเรือน และเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกันของประชาชนในพื้นที่เป้าหมายให้กระบวนการรักษาสิ่งแวดล้อมเข้มแข็งขึ้น
พลเรือโท นพดล สุภากร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เป็นสิ่งที่ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน เราปฏิเสธไม่ได้ว่า การเติบโตของเมือง การเพิ่มของประชากรในพื้นที่ นั้นมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในพื้นที่ในทุกมิติอย่างลีกเหลี่ยงได้ยาก การพัฒนาเพื่อให้เกิดความเจริญนั้นเป็นสิ่งจำเป็น แต่การพัฒนาที่ยั่งยืนและอยู่ร่วมกันได้กับสิ่งแวดล้อมนั้นสำคัญกว่า จริงอยู่ถึงสิ่งที่ทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกันทำนี้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแต่ก็ได้ทราบว่า การดำเนินการจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ ยังจะมีกิจกรรมปลูกจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้เข้าถึงระดับครัวเรือนอีกในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่จะแก่ไขปัญหาที่ต้นเหตุเป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจจะส่งคืนประโยชน์และผลดีในอนาคตอย่างแน่นอน ขอให้ร่วมกันฟื้นฟู พัฒนา รักษา บ้านเมืองให้เติบโตอย่างสวยงามและรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนต่อไป
อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล/นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
