- 18 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ส.ค. 60 ที่คานเรือเนาวรัตน์ หมู่ 1 ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร นายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ ผกก.สภ.ปากน้ำชุมพร พ.ต.อ.หญิงทัศนีย์ ขวัญพรหม นักวิทยาศาสตร์ (สบ.4) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร ได้นำนายประเวศร์ เดี่ยวพานิช ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือ จ.นครศรีธรรมราช ผู้เชี่ยวชาญ เดินทางมาตรวจสอบ เรือโชติธารา 2 ที่จมกลางทะเลบริเวณเกาะง่ามใหญ่ มีนักเรียนดำน้ำและถ่ายภาพใต้ทะเลเสียชีวิต 5 ศพ รอดชีวิต 11 ราย เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 26 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา หลังจากได้มีการกู้เรือมาไว้ทีคานเรือดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ยังมี ผู้รอดชีวิตและญาติๆของผู้เสียชีวิต หลายคนได้มาร่วมสังเกตการณ์ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ตรวจสอบภายนอก พบว่าด้านข้างของกราบเรือสองข้างทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ซึ่งเป็นส่วนรับน้ำสำคัญที่ติดกับใต้ท้องเรือ ทำด้วยไม้กระดานอัดที่มีความหนาไม่ถึงครึ่งนิ้วเป็นไม้เก่าหมดสภาพใช้มานานถูกเคลือบด้วยไฟเบอร์กลาสไว้เพียงชั้นเดียวมีความหนาขนาด 0.3 มิลลิเมตรเท่านั้น แล้วทาเคลือบทับด้วยสีขาวให้ดูมีสภาพใหม่สวยงาม ส่วนที่ข้างเรือด้านซ้ายซึ่งเป็นส่วนรับน้ำติดกับห้องผู้โดยสารมีรอยแตกร้าวเป็นช่องขนาดใหญ่ยาวเกือบ 1 เมตร และ ด้านขวาใกล้หัวเรือมีรอยแตกลักษณะเหมือนกันยาวประมาณ 1 ฟุต รอบๆตัวเรือมีรอยปริร้าวอีกหลายจุด จากการตรวจสอบภายในเรือบริเวณห้องผู้โดยสารที่มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน 5 ราย พบไม้กระดานพื้นห้อง ฝาห้อง มีร่องรอยเก่า ที่จากการเกิดไฟไหม้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และมองเห็นรอยแตกร้าวขนาดใหญ่จากข้างเรือด้านนอกทะลุเข้ามาถึงห้องโดยสาร ส่วนโครงสร้างอื่นๆภายในเรือมีทั้งสภาพที่ใช้การได้ดีและทั้งที่เก่าเสื่อมสภาพแต่ทาสีตกแต่งให้ดูใหม่สวยงาม
เจ้าหน้าทีสรุปสาเหตุจากการตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้นสันนิฐานว่า เกิดจากเรือรั่ว เนื่องจากไม้ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญมีสภาพเก่าเสื่อมคุณสภาพ เครื่องยนต์เสียไม่สามารถสูบน้ำที่รั่วเข้าเรือได้ จึงทำให้มีแรงดันของน้ำภายในจนเกิดเรือปริแตกรั่วเป็นแผลขนาดใหญ่ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมเรือและจมลงอย่างรวดเร็ว หลังจากตรวจสอบเก็บชิ้นส่วนวัตถุพยานทั้งหมด พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.ชุมพร ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับกัปตันเรือ เจ้าของเรือ และผู้เกี่ยวข้องด้วย
“ตนเองกับแม่ฐาปนี วรวัฒนกุล ได้สมัครเรียนดำน้ำ คนละ 15,000 บาท ไม่รวมค่าที่พักและค่าใช้จ่ายอื่น โดยผู้จัดทริปสอนดำน้ำ ได้เช่าเรือ จำนวน 5 วัน พอวันที่ 2 ปรากฏว่าเครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาติดๆดับๆ เรือรั่วต้องสูบน้ำวิดน้ำกันตลอด จนต้องนำเรือเข้าฝั่งมาซ่อม จากนั้นวันที่ 3 เรือได้ออกตั้งแต่ตอนเช้า จนตอนเที่ยงเครื่องยนต์เสียมีน้ำไหลเข้าท้องเรือกัปตันเรือก็ซ่อมเรือตามปกติไม่บอกว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งวิกฤติได้แจ้งให้เรือลำอื่นมาลาก ช่วงนั้นได้มีเรือประมงผ่านมาเจอ และจะช่วยเหลือให้อพยพผู้โดยสารเข้าฝั่งไปก่อน แต่กัปตันก็บอกไปว่าไม่เป็นไรไม่มีปัญหาอะไร ระหว่างลากเรือกับตันยังบอกให้ผู้โดยสารเข้าไปขนถังออกซิเจนจำนวนหลายถังในห้องผู้โดยสาร ที่น้ำกำลังไหลเข้านำออกมาไว้บนหัวเรือเพื่อถ่วงน้ำหนักเรือ ปรากฏว่าขณะที่กำลังขนถังออกซิเจนน้ำได้ทะลักเข้าจนเรือจมอย่างรวดเร็ว แต่ตนวิ่งออกมาทัน และกำลังจะเอื้อมมือไปคว้ามือแม่ของตนออกมาจากในห้องแต่ไม่ทันการณ์เห็นแม่และผู้เสียชีวิตรายอื่นๆจมไปกับเรือต่อหน้าต่อตา จากนั้น ตนเองและเพื่อนๆที่รอดชีวิตได้ว่ายน้ำออกมาขึ้นเรืออีกลำจนปลอดภัย ” น.ส.ติณณา วรวัฒนกุล หนึ่งใน 11 ผู้รอดชีวิตกล่าว
พงศกร นวนละมัย สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชุมพร
