- 19 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 18 สิงหาคม 60 เวลา09.30 น. ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน ในการประชุมคิดตามผลการดำเนินงานด้านแรงงานตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมรับฟังประเด็นปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยมี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดอุดรธานี, เจ้าหน้าที่ข้าราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานจาก 5 จังหวัดทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ มี จังหวัดอุดรธานี ,หนองบัวลำภู ,เลย ,หนองคาย และ จังหวัดบึงกาฬ
นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ได้เสนอขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการพัฒนาแรงงานในระดับอาชีวศึกษา เนื่องจากแรงงานในระดับดังกล่าว ขาดแคลนมากสำหรับตลาดแรงงานไทย ขอให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดในแรงงานทั้งในและนอกสถานประกอบการอย่างชัดเจน ขอให้มีเวทีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นในระดับสถานประกอบการ แรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวให้มากขึ้น เพื่อการรับรู้ถึงปัญหาแรงงานที่เกิดขึ้น และขอให้พิจารณาจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์แรงงานในทุกสถานประกอบการ เพื่อเป็นสวัสดิการของแรงงานในอนาคตที่ไม่ได้ทำงาน
ต่อมาเวลา10.330 น. พลเอกศิริ ชัย ดิษฐกุล รมต.แรรงงาน พร้อมนายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี และคณะของ รมต.ว่าการกระทรวงแรงงาน และ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เดินทางไปร่วมกันทำการประชุมเครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมัครแรงงาน( อสร.) ประจำจังหวัด อำเภอและหมู่บ้านจากทั้ง 5 จังหวัดดังกล่าว หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดดังกล่าว ที่ห้องประชุมทองใหญ่ อาคารเอนกประสงค์ในบริเวณศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีมีบุคคลที่เป็น อสร. ข้าราชในส่วนที่เกี่ยวจาก 5 จังหวัด ดังกล่าวเข้าร่วมประชุมจำนวน 350 คน
โดยในการนี้ได้จัดให้ตัวแทนของ อสร.จำนวนจังหวัดละ 2 คน ยกเว้นจากจังหวัดอุดรธานีให้มีตัวแทน อสร. 5 คน นำเสนอข้อปัญหาอุปสรร และข้อเสนอแนะต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคน ละ 3 นาที่ ซึ่งข้อสรุป ขอให้กระทรวงแรงงานได้พิจารณาในการจัดสรรค่าตอบแทนแก่ อสร. หมู่บ้านจาก 600 บาท/เดือน เป็น 800 บาท/เดือน และ อสร.ประจำตำบลจาก 800 บาท/เดือนเป็น 1000 บาท/เดือน สนับสนุนเบี้ยประชุม ค่าเดินทางตามระยะใกล้-ไกล เป็นกิโลเมตร จัดสรรเงินงบประมาณในการจัดประชุมและโครงการฝึกอบรมอาชีพ ให้บ่อยและมากเพียงพอ ทั้งนี้ ได้มีตัวแทน อสร.จากจังหวัดบึงกาฬ ได้เสนอแนะให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาเร่งอนุมัติให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ เพื่อให้เกิดเศรษฐ์กิจการค้า การลงทุน และแรงงาน
หลังจากนั้น พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รมต.แรงงาน ได้แถลงข่าว กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีนั้น เป็นจังหวัดที่มีอัตราการว่างงานน้อยที่สุดในประเทศ ในช่วง 2-3 ปี ผ่านมานั้นมีอัตราคนทำงานเพิ่มขึ้นถึง 6.1 มีสถานประกอบการเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.2 ที่สำคัญคือคนจังหวัดอุดรธานีเดินทางออกไปทำงานต่างประเทศมากที่สุดของประเทศ และขอให้มองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีการเดินทางออกไปทำงานต่างประเทศ และพบว่าในปีที่แล้วมีพี่น้องชาวภาคอีสานเดินทางออกไปทำงานต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้เป็นเงินส่งเข้าประเทศได้มากถึง 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้แล้วยังได้รับคำชื่นชมจากนายจ้างว่า คนงานไทยมีความขยัน อดทน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี และตนได้ชี้แจงในที่ประชุมแล้วว่า เป็นนโยบายของกระทรวงแรงงานที่สนับสนุนให้มีการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ
โดยกระทรวงแรงงานจะทำหน้าที่ประสานงานกับประเทศปลายทางที่เป็นนายจ้าง และจะต้องทำกันอย่างระบบ จะต้องมีการฝึกอบรมว่าจะไปทำงานอะไร และจะต้องมีการคุ้มครองแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศด้วย ซึ่งการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีในครั้งนี้ เป็นการติดตามนโยบายของรัฐบาลในกรณีเรื่องของแรงงานนอกระบบและผู้มีรายได้น้อยด้วย โดยที่ผ่านมานั้นได้มีการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยจำนวน 24 ล้านคน และในส่วนของแรงงานนอกระบบก็ดำเนินการใช้เป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 40 โดยในปีหน้าจะเห็นการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแรงงานนอกระบบจะได้รับผลประโยชน์ในเรื่องนี้ จนใกล้เคียงกับแรงงานในระบบให้มากที่สุด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า สำหรับในปี 2561 กระทรวงแรงงานมีแผนงานที่ ช่วยสนับสนุนในการยกระดับชีวิต เช่น โครงการส่งเสริมอาชีพให้มีอัตราว่างงานให้ลดน้อยลงไป เช่นที่จังหวัดอุดรธานี มีอัตราว่างงานน้อยอยู่แล้ว ก็จะให้ลดน้อยลงไปอีก เป้าหมายคือจะต้องครอบคลุมผู้มีรายได้น้อย และจะต้องลดความเหลื่อมล้ำให้ได้ มีรายได้เลี้ยงปากท้องอย่างมีความยั่งยืน
โดยมีภาคเอกชนเสนอปัญหาในภาพรวมของปัญหาแรงงานต่างด้าว ซึ่งในจังหวัดอุดรธานี แทบปัญหาในกรณีดังกล่าว โดยต้องการให้ระเบียบขั้นตอนค่างๆมีการลื่นไหลไปด้วยดี ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า กฎหมายที่รัฐบาลออกมาใช้บังคับนั้น ได้ทำไปด้วยความรอบคอบ เมื่อมีปัญหาก็ต้องมาตรการรองรับโดยมีมาตรา 44 เป็นตัวรองรับ และขณะนี้มาตรต่างๆก็กำลังลื่นไหลไปด้วยดี อย่างไรก็ตามก็ต้องมองไปถึงความมั่นคงด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและโอกาสที่ดี ที่ต้องมีการจัดระบบ ให้ถูกต้อง และเป็นมาตรฐานต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อว่า จากการที่ตนเองได้เดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศเวียดนามมา ประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งแรงงานเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย เขามีความพอใจที่ประเทศไทยมีกฎหมายฉบับนี้ออกมา เขายินดีที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กฎหมายกำหนด และยังได้รับแจ้งว่ามีความพร้อมที่จะร่วมมือในการจัดส่งเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ต่างๆ เดินทางเข้ามาช่วยทำการพิสูจน์สัญชาติ และยังชมประเทศไทยว่า ทุกอย่างทำได้ดี ดังกล่าว
ข่าว/ภาพ นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวจ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์
