- 20 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 20 ส.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเย็นของทุกวันที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 “ทุ่งท่าลาด” ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช โดยมีบรรดาพ่อค่าแม่ค้าทั้งที่ปลูกร้านค้าขายประจำและกลุ่มพ่อค้า แม่ค่าหาบเร่แผงลอย นับ 100 รายนำสินค้าประเภทต่าง ๆ มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยท่ามกลางผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าที่พลุกพล่านจะได้ยินเสียงเพลงที่เปิดผ่านเครื่องขยายเสียงชั้นดีดพังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงลูกทุ่ง โดยเฉพาะลูกทุ่งอีสาน ซึ่งมีจังหวะเร้าร้อน จนนักท่องเที่ยวต้องหันไปมองหาที่มาของเสียงเพลง
ส่วนใหญ่คิดว่าเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มต่อเนื่องดังมาจากรยนต์กระบะหรือรถเก่งคันใดคันหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่ขับมาจอดริมถนน แต่เมื่อสอบถามประชาชนที่เคยนำครอบครัวมาท่องเที่ยวและพักผ่อนในสวนสมเก็จพระศรีนครินทร์ 84 “ทุ่งท่าลาด”บ่อย ๆ จะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า มาแล้ว “ไก่ยางจรวดดิสโก้” โดยระบุว่าเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มนั้นมาจากรถพ่วงข้างขายไก่ย่างของหนุ่มใหญ่ที่จอดขายอยู่ริมถนน ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบพบหนุ่มใหญ่ท่าทางอารมณ์ดี ให้บริการลูกค้าที่มาอุกหนุนด้วยอัธยาศัยมาตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส ที่สำคัญจำหน่วยในราคายุติธรรม เมื่อเปรียบเทียบราคากับร้านอื่น ๆ ที่จำหน่ายไก่ยางเช่นกัน
นายบุญส่ง มาบือ อายุ 51 ปี เจ้าของรถพ่วงขายไก่ย่าง และเจ้าของฉายา “ไก่ย่างจรวดดิสโก้” กล่าวว่าตนมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ จ.ขอนแก่น ได้เดินทางมาหางานทำที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยเช่าบ้านอยู่ใน ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และตัดสินใจเร่ขายไก่ย่างโดยใช้รถ จยย.พ่วงข้างเป็นพาหนะขับเร่ข่ายไปตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ โดยช่วงเช้าถึงบ่ายจะขายบริเวณริมถนนใกล้สี่แยกคูขวาง ทางไป ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ช่วงเย็นก็จะย้ายมาขายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 “ทุ่งท่าลาด” ปักหลักขายไก่ย่างในจังหวัดนครศรีธรรมรามายาวนาน 19 ปีแล้วแม้ตนจะอายุมากแล้วแต่ยังไม่มีครอบครัว
“เนื่องจากตนเป็นคนที่ชอบดนตรีและเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ จึงไปว่าช่างเครื่องเสียงให้ออกแบบติดตั้งเครื่องเสียงคุณภาพดีในรถพ่วงข้างขายไก่ย่าง ในตอนแรก ๆ เพียงต้องการเปิดฟังเองเบา ๆ แต่กลับพบว่าในช่วงที่ไม่ค่อยมีลูกค้าตนจะเปิดเพลงเสียงดังทำให้ลูกค้าที่ได้ยินเสียงเพลงแห่มาซื้อไก่ย่างของตนมากขึ้น จนในที่สุดก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของรถพ่วงไก่ย่างของตนไปโดยปริยาย เสียงเพลงและดนตรีกลายเป็นไฮไลท์ในการส่งเสริมการขายไปโดยปริยาย และได้รับฉายาว่า “ไก่ย่างจรวดดิสไก้” มีลูกค้าประจำเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันตนได้ลงทุนไปมากกว่า 15,000 บาทในการปรับปรุงเครื่องเสียงให้มีคุณภาพมากกว่าเดิม เพื่อให้เสียงดนตรีและเสียงเพลงดังไพเราะกว่าเดิม
นายบุญส่ง มาบือ กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันตนขับรถพ่วงข้างเปิดเพลงเสียงดังกระหึ่มไปจอดขายตามจุดต่าง ๆ มีรายได้จากการขายไก่ย่างอย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยขายหมดทุกวัน ๆ ละกว่า 20 ตัว ซึ่งบางวันจะจะไปถึงตามจุดต่าง ๆ ล่าช้ากว่าปกติลูกค้าก็จะตั้งตารอ จนเมื่อได้ยินเสียงเพลงดังกระหึ่มมาตั้งแต่ไกลบรรดาลูกค้าก็จะรู้ทันทีว่าตนมาแล้วและกล่าวติดปากกันว่า “มาแล้วไก่ย่างจรวดดิสโก้” หากวันไหนตนไม่เปิดเครื่องเสียงลูกค้าหรือคนที่มาเที่ยวพักผ่อนก็จะเข้ามาขอให้ตนเปิดเครื่องเสียง บางคนถึงกับระยุขอเพลงของศิลปิน นักร้องคนนั้นคนนี้ไปเลยก็มี ตนจึงต้องเตรียมแผ่นวีซีดีหรือแฮนดี้ไดรฟ์รวบรวมเพลงของนักร้องไว้มากกว่า 20 คน “ผมว่านอกจากรสชาติ และราคายุติธรรมแล้ว เสียงเพลงก็เป็นปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ย่างของผมขายดีกว่าเจ้าอื่น ๆ และผมคงจะยึดอาชีพนี้ตลอดไป.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
