- 21 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 21 ส.ค.ที่ศาลจังหวัดนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ นายสุชาย จอกแก้ว ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนางรอง พร้อมด้วยสำนักงานทนายความธนาคารกรุงไทย คณะเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดนางรอง ได้ร่วมกันเปิดโครงการ”ร่วมไกล่เกลี่ยเฉลิมพระเกียรติ 65 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2650
โครงการดังกล่าวเพื่อต้องการเปิดโอกาสให้คู่ความได้เจรจายุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ด้วยความสะดวก รวดเร็ว ประหยัด และเป็นธรรม โดยมีผู้ประนีประนอมทั้งบุคลากรในศาลและบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถและผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ช่วยเหลือคู่ความให้สามารถเจรจากันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผล รวมถึงการแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาและยุติข้อพิพาทให้แก่คู่ความ รวมถึงการให้ความรู้ด้านการไกล่เกลี่ย
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนางรอง ยังกล่าวด้วยว่า โครงการนี้ได้จัดขึ้นทุกปี โดยปีนี้เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 65 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฏาคม
สำหรับการไกล่เกลี่ยของศาลจังหวัดนางรองในแต่ละปีจะมีคู่ความมาไกล่เกลี่ยประมาณ 9,000 ราย และมากกว่าร้อยละ 90 จะประสบความสำเร็จ ในจำนวนนี้คดีการกู้ยืมเรียนของนักศึกษาจะมีประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะมีผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันมาร่วมไกล่เกลี่ย สาเหตุส่วนหนึ่งหลายคนคิดว่ารัฐบาลให้ฟรี
นางอำนวย บุญทา อายุ 55 ปี อยู่เลขที่ 46 หมู่ 11 ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ยอมรับว่าได้รับหมายจากศาลแล้วตกใจมาก เพราะไม่เคยมีคดีความกับใครมาก่อน และเพิ่งมารู้ว่าลูกชายไม่ได้จ่ายเงินครั้งที่กู้เงินจาก กยศ.มาเรียน
ถึงเวลานี้ก็ต้องยอมจ่าย ถึงแม่สามีซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่แม่ต้องรับผิดชอบ ศาลจะสั่งให้จ่ายเดือนละเท่าไหร่ ก็ต้องยอม เพราะเราเป็นคนกู้เขามา ประกอบกับไม่อยากมีคดี
ส่วนตัวอยากฝากบอกนักเรียน นักศึกษาที่เคยกู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หลังได้ทำงานแล้ว ควรจะทยอยส่งคืนให้กับกองทุน เพราะการหลบซ่อนตัวไม่ยอมชำระเงินที่ยืมมา บทสรุปจะมาตกกับพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน พ่อแม่บางรายอายุมากแล้ว แต่ต้องเดินทางมาไกล่เกลี่ย เพื่อไม่อยากเป็นคดีและไม่อยากให้ลูกต้องเดือดร้อน
ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ ชำนาญกอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
