ชัยภูมิ!! รมว.ยธ.นำคณะผู้บริหาร ยธ. ลงพื้นที่พบปะปชช. หาแนวทางช่วยเหลือ เร่งแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมมีนโยบายมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความสงบสุขให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนทุกระดับ ทุกพื้นที่ สนับสนุนและบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันกับศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมกับชุมชน ในรูปแบบ “ยุติธรรมชุมชน” โดยในปัจจุบันจังหวัดชัยภูมิมีการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชน จำนวน 142 ศูนย์ และมีการพัฒนาเครือข่ายยุติธรรมชุมชนและคณะกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชน ให้มีศักยภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่และการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท ในชุมชน รวมถึงให้บริการประชาชนของหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม โดยมีสำนักงานยุติธรรมจังหวัดชัยภูมิเป็นหน่วยงานอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ตามอำนาจหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ในการสร้างการรับรู้แก่ประชาชนในด้านกฎหมาย สิทธิและเสรีภาพ และช่องทางการขอรับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ของกระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง

 

สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากพบว่าประชาชนประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรมเป็นจำนวนมาก โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 มีผู้ขอรับคำปรึกษาทางกฎหมาย จำนวน 172 ราย มีผู้มายื่นขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม จำนวน 58 ราย มีผู้เสียหายจากกระบวนการยุติธรรมมาขอรับการเยียวยาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 237 ราย และมีผู้ร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับหนี้สิน ภาคประชาชน จำนวน 554 ราย  ทั้งนี้ เมื่อเทียบจำนวนผู้ขอรับบริการด้านงานยุติธรรมในจังหวัดชัยภูมิกับจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเทียบเป็นสัดส่วนต่อประชากร 1 แสนคน พบว่า มีผู้ขอรับคำปรึกษาทางกฎหมาย มีสัดส่วน 15.11 ราย ขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมในจังหวัดชัยภูมิ มีสัดส่วน 5.09 ราย ผู้เสียหายจากกระบวนการยุติธรรมมาขอรับการเยียวยาในจังหวัดชัยภูมิ มีสัดส่วน 20.8 ราย ขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับหนี้สินภาคประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ มีสัดส่วนถึง 48.67 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีประชาชนในจังหวัดชัยภูมิเข้ามาขอรับความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรมในสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะการร้องเรียนเกี่ยวกับหนี้สินภาคประชาชนที่มีจำนวนผู้ร้องเรียนมากที่สุด และคิดเป็นสัดส่วนต่อประชากรสูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ชัยภูมิ!! รมว.ยธ.นำคณะผู้บริหาร ยธ. ลงพื้นที่พบปะปชช. หาแนวทางช่วยเหลือ เร่งแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (มีคลิป)

ปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมที่สำคัญในจังหวัดชัยภูมิ คือ การถูกเจ้าหนี้นอกระบบหลอกลวงเกี่ยวกับการทำนิติกรรม และการหลอกลวงขอเช่าโฉนดที่ดินจากประชาชนเพื่อนำไปขายฝาก โดยกระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 30 เรื่อง (ปี 2553-2560) มีผู้ร้องเรียน/ผู้เสียหาย จำนวน 554 ราย และมีทุนทรัพย์รวม 151,196,548 บาท ซึ่งพฤติการณ์ของเจ้าหนี้นอกระบบดังกล่าวมีทั้งการทำสัญญากู้ยืมเงินในจำนวนเงินสูงกว่าความเป็นจริง การเพิ่มจำนวนเงินกู้ภายหลังการทำสัญญา การคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด การบังคับให้ทำบัตรถอนเงินสดให้เจ้าหนี้ยึดถือเพื่อถอนเงินชำระหนี้เอง รวมถึงการหลอกลวงให้ทำสัญญาขายฝากที่ดิน ในการแก้ไขปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมได้ให้ความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมในการต่อสู้คดีไปจำนวน 21 ราย (ต.ค. 59-มิ.ย. 60) และได้ตรวจสอบพฤติการณ์เจ้าหนี้เพื่อส่งเรื่องให้ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิดำเนินคดีกับเจ้าหนี้ที่มีการปลอมลายมือชื่อลูกหนี้ในเอกสารกู้ยืมเงิน และมีการใช้มาตรการทางภาษีและดำเนินคดีฐานเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานเพื่อจัดกระบวนการไกล่เกลี่ยในชั้นบังคับคดี และดำเนินการร่วมกับสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย และกระทรวงยุติธรรมได้ให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชนเกี่ยวกับการวางทรัพย์ในการขายฝาก และให้คำปรึกษาด้านกฎหมายพื้นฐานเกี่ยวกับการกู้ยืม การจำนอง การบังคับคดี และการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาททางแพ่ง  นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ปรับปรุงกระบวนการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและผู้เสียหายจากกระบวนการยุติธรรมให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการจากเดิมที่การพิจารณาให้ความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมใช้เวลา 43 วันทำการ และการพิจารณาให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาใช้เวลา 72 วัน (รวมวันหยุดราชการ) ให้เหลือไม่เกิน 45 วัน (รวมวันหยุดราชการ) 

ชัยภูมิ!! รมว.ยธ.นำคณะผู้บริหาร ยธ. ลงพื้นที่พบปะปชช. หาแนวทางช่วยเหลือ เร่งแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (มีคลิป)

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ ณ อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เพื่อพบปะประชาชน รวมทั้งรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการให้บริการของกระทรวงยุติธรรมให้ตรงตามความต้องการของประชาชน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559) ให้แก่ผู้เสียหาย จำนวน 16 ราย เป็นจำนวนเงิน 1,244,895 บาท ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาในจังหวัดชัยภูมิแล้ว รวมทั้งสิ้น 121 ราย เป็นจำนวนเงิน 6,678,518 บาท    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ด้านการช่วยเหลือประชาชนและผู้เสียหายที่ยื่นขอรับค่าตอบแทนตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 628 ราย โดยแยกเป็นปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 จำนวน 246 ราย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 241 ราย และปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จำนวน 141 ราย และมีประชาชนขอใช้บริการของคลินิกยุติธรรมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จำนวน 260 ราย  ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ปรับแนวทางการนำความยุติธรรมลงไปสู่หมู่บ้านให้เข้มข้นและต่อเนื่อง เน้นการให้ความรู้ การทำงานร่วมกับเครือข่ายฝ่ายปกครอง พัฒนาสังคม แรงงาน เกษตร จิตอาสาทางกฎหมาย ศูนย์ยุติธรรมชุมชน เครือข่ายภาคประชาชนในกองทุนหมู่บ้าน สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน รวมทั้งการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่องทางการให้บริการการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม นำไปสู่ความสงบเรียบร้อยในชุมชนและสังคม อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

ชัยภูมิ!! รมว.ยธ.นำคณะผู้บริหาร ยธ. ลงพื้นที่พบปะปชช. หาแนวทางช่วยเหลือ เร่งแก้ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (มีคลิป)

ชาติชาย  สงวนรัมย์   สำนักข่าวทีนิวส์  จ.ชัยภูมิ