- 22 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 22 ส.ค. 60 นายเชษฐา นาคพงษ์ ประธานคณะกรรมการนิติบุคลหมู่บ้าน อีสเทิร์นแลนด์เฮ้าส์ 3 หมู่ 7 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กล่าวถึง กรณีที่มีการพ่นสีสเปร์หน้าบ้าน “ บ้านหลังนี้ไม่จ่ายเงินค่าส่วนกลาง” กล่าวว่า หมู่บ้านแห่งนี้ จดทะเบียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และได้ส่งมอบให้กับนิติบุคคล พ.ศ. 2555 หลังจากนั้นได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคล ชุดที่ 1 สำหรับตนเป็นคณะกรรมการนิติบุคคล ชุดที่ 2 ที่มาจากการแต่งตั้ง ก็มาติดตามปัญหาต่างๆภายในหมู่บ้าน 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งโครงสร้างภายในหมู่บ้านชำรุดทรุดโทรมและเสียหาย เช่น หลอดไฟ , ท่อระบายน้ำ จึงได้ทำจดหมายเชิญให้ลูกบ้านเข้ามารับทราบปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านโดยเฉพาะเรื่องการเก็บค่าบำรุงหมู่บ้าน นายเชษฐา กล่าวต่อไปว่า สำหรับคณะกรรมการ ชุดแรกที่ออกไปนั้น มีปัญหาเรื่องการเงิน และมีการฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ จากนั้นชุดของตนได้เข้ามาบริหารโดยชุดแรก ได้ส่งเอกสารว่ามีลูกบ้านจำนวน 270 กว่าหลัง , มีผู้ติดค้างค่าบำรุงหมู่บ้านจำนวนกว่า 80 ราย แต่ไม่มีการส่งหลักฐานเอกสารหรือ งบดุลแต่อย่างไร
หลังจากที่เข้ามาบริหารแล้ว ทางคณะกรรมการได้ออกหนังสือเวียนให้กับลูกบ้านทุกหลัง ตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา เพื่อให้มาประชุมทุกเดือนทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. บริเวณหน้าป้อมยามหมู่บ้าน แต่มีลูกบ้านบางส่วนไม่มารับรู้ ส่วนที่มาประชุมได้มีมติที่ประชุมว่า จะต้องมีติดตามทวงถามหนี้ เพื่อต้องการทำเงินมาปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลางให้ดีที่สุด ,เช่น โรงขยะ ซึ่งเมื่อก่อนขยะเกลื่อนภายในหมู่บ้าน เพราะไม่มีการดำเนินการจัดการให้เป็นระบบ ในช่วง 8 เดือน ที่เข้ามาบริหาร ทางคณะกรรมการพยายามทำหนังสือ ,จดหมาย และติดต่ออย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการเพิกเฉย แต่ทางคณะกรรมการก็ยังทำหนังสือตอบรับ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ ดังนั้น ทางคณะกรรมการ จึงมีการเตือน โดยการพ้นสีสเปร์ “ บ้านหลังนี้ไม่จ่ายเงินค่าส่วนกลาง” เพราะที่ผ่านมาจะอ้างว่าไม่ได้รับจดหมาย จึงต้องแจ้งเตือนในลักษณะนี้อีกครั้ง
นายเชษฐา กล่าวว่า สำหรับการพ้นสีดังกล่าวนั้น ในแนวความคิดของตนด้านกฎหมาย คือ ที่ดินบริเวณดังกล่าวไม่ใช่ที่สาธารณะ แต่เป็นที่ของนิติบุคคล ซึ่งสามารถทำอะไรก็ได้ ในการลงโทษลูกบ้านแบบเบาๆ ที่มาใช้พื้นที่พื้นที่ของนิติบุคคล และเป็นโฉนด ซึ่งมีการดูแลเรื่องค่าน้ำ ,ค่าไฟ ,ค่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่เมื่อมาใช้พื้นที่แล้วและไม่จ่ายค่าบำรุงรักษา ดังนั้นจึงต้องมีการเตือนว่า นี้คือ การละเมิดสิทธิ์หรือเปล่า ที่สำคัญทางคณะกรรมการไม่ได้เข่าไปยุ่งเกี่ยวกับตัวบ้านหรือทรัพย์สินของลูกบ้านแต่อย่างไร การดำเนินมาตรการดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นขั้นตอนที่เบา โดยขั้นต่อไปคือ ได้ทำหนังสือตอบรับไปถึงลูกบ้านแล้ว และหากไม่มีการตอบรับภายใน 15 วัน จากนั้นจะใช้อำนาจตามกฎหมาย โดยจะทำเรื่องอายัดที่ดิน การจะทำนิติกรรมกับบ้านหลังดังกล่าวไม่ได้จนกล่าวจะมาชำระค่าส่วนกลาง สำหรับการแจ้งเตือนลูกบ้านนั้น มีหลายกรณี คือ คนที่รู้จักหน้าที่ก็สามารถเจราจาได้ง่าย , ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย แต่จะขออยู่หมู่บ้านแห่งนี้ และ ลูกหนี คือ ซื้อบ้านแต่ใช้ผู้อื่นเช่า โดยไม่ได้ทำข้อตกลงในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนี้ จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น
นายเชษฐา กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้มีลูกบ้านหลายหลังเข้ามาติดต่อเจรจากับนิติบุคคลบ้างแล้ว ซึ่งก็มีการพูดคุยในการจ่ายค่าส่วนกลาง โดยเป็นการจ่ายผ่อนชำระ เนื่องจากไม่ได้จ่ายค่าส่วนกลางมานาน จึงเป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้นจึงขอผ่อนชำระ ทางนิติบุคคลก็ยินดี แต่หากไม่มาติดต่อก็จะใช้มาตรการขัดเด็ดขาดต่อไป สำหรับกรณี นี้ ยังไม่ทราบข้อกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะเจตนา คณะกรรมการหมู่บ้าน ไม่ได้ประจาน ,หรือสร้างความเสียหาย แต่หากกระทำดังกล่าวได้ และลูกบ้านจ่ายเงินที่ติดค้างรวมทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท และถูกฟ้องก็ถือว่าคุ้ม และถือว่าเป็นเครสตัวอย่าง นายเชษฐา กล่าวว่า สำหรับค่าใช้จ่ายของหมู่บ้าน อีสเทิร์นแลนด์เฮ้าส์ 3 ประกอบด้วย ค่าไฟ 8,000 บาท/เดือน ,ค่าน้ำ 500 บาท/เดือน ,ค่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 17,000 บาท/เดือน , ค่าจัดเก็บขยะภายในหมู่บ้าน 7,500 บาท/เดือน ค่าขยะเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ 40,000 กว่าบาท/ปี และค่าดูแลและตัดต้นไม้ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง แต่เมื่อลูกค้าไม่จ่ายก็ต้องมีการทวงถามดังกล่าว เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ลูกบ้านที่ยังต้องการเพิ่มขึ้น เช่น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 1 คน ,ไม่กั้นประตูเข้าหมู่บ้าน ,การเปลี่ยนหลอดไฟหมู่บ้านรุ่นประหยัดไฟ และกล้องวงจรปิด ด้านนางสายนที กองสี บ้านเลขที่ 142/144 กล่าวว่า เดิมการเก็บค่าส่วนกลางตั้งแต่สมัยแรกนั้น เก็บเพียง 200 บาทเท่านั้น แต่คณะกรรมการชุดใหม่มาเก็บเพิ่มเป็น 300 บาท ซึ่งถือว่าแพงไป นอกจากนั้นในโครงการมีบ้านชั้นเดียว,บ้าน 2 ชั้น แต่จะมาเก็บเท่ากันทั้งหมดก็ไม่ถูกต้อง และบ้านของตนเป็นบ้านชั้นเดียว ควรเก็บเพียง 200 บาทก็เพียงพอ หากเก็บ 300 บาท ก็คงจะไม่จ่าย
ภาพ/ข่าว ชำนาญ ใจเอื้อ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
