- 24 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2560 นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดินทางไปพบนางเล็ก อายุ 24 ปี และนายเว อายุ 25 ปี สองสามีภรรยาแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ที่ร้านจำหน่ายไม้แปรรูป ริมถนนเกาะหลัก เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังจ.อ.เสกสรรค์ จันทร อายุ 55 ปี นายจ้างพาเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมกรณี การเรียกเก็บค่าเดินทางเข้าเมืองจากผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมาหัวละ 1,200 บาท โดยจ่ายผ่านวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างชาวเมียนมาที่จุดผ่อนปนรพิเศษด่านสิงขร ต่อมานายสมพร แจ้งว่าไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการสอบปากคำในทางลับเพื่อรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้เวลาสอบถามกว่า 30 นาที โดยยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้ถึงที่สุด เนื่องจากทำให้จังหวัดเสื่อมเสียชื่อเสียง
จากนั้น พ.ต.ท.ประกิต ต้นไม้ทอง สว.สส. สภ.คลองวาฬ อ.เมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เดินทางมาสอบถามผู้เสียหาย โดยนางเล็กซึ่งพูดภาษาไทยได้อย่างดี นำภาพถ่ายของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างผู้ที่เรียกรับเงิน 1,200 บาท จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน แสดงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกภาพเป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งรายละเอียดในการจ่ายเงินค่าหัวคิวเพื่อเดินทางเข้าออกประเทศ
นางเล็ก กล่าวว่า ตนและสามีได้จ่ายเงินค่าหัวคิวในการเดินทางเข้าประเทศรวม 2,400 บาท ให้วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างชาวเมียนมา ที่คิวรถตู้โดยสารสายด่านสิงขร – ประจวบคีรีขันธ์จากเดินทางกลับบ้านไปทำหลักฐานการใช้แรงงานที่ประเทศเมียนมา และการเดินทางกลับประเทศเมียนมาก่อนหน้านี้ ต้องจ่ายเงินให้วินมอเตอร์ไซค์รายดังกล่าวคนละ 850 บาทโดยไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ และไม่อนุญาตให้ไปจ่ายเงินค่าเดินทางเข้าประเทศด้วยตนเอง และถ้าจะไปจ่ายเองก็จะไม่ไห้เข้าประเทศ แต่เมื่อจ่ายเงินแล้วก็ไม่มีการตรวจสอบเอกสารทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งทราบว่าแรงงานชาวเมียนมาที่เดินทางเข้าออกต้องจ่ายเงินหัวคิวในลักษณะนี้เท่ากันทุกคน สำหรับการจ่ายหัวคิวขาเข้าวินเตอร์ไซค์จะนำไปจ่ายให้เจ้าหน้าที่ 3 หน่วยงาน
ภาพ/ข่าว นิพล ทองเก่า ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
