- 25 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณี นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการอบข้อเท็จจริง หลังจากนายจ้างนำแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมว่า มีการเรียกเก็บค่าเดินทางเข้าเมืองจากผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมารายละละ 2,050 บาท โดยจ่ายผ่านวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างชาวเมียนมาที่จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง ประจวบคีรีขันธ์
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 สิงหาคม นางเล็ก อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา เปิดเผยว่า หลังจากนายจ้างนำตนและสามีให้ข้อมูลกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เนื่องจากต้องเดินทางกลับบ้านไปประเทศเมียนมาเพื่อต่อพาสปอร์ตผ่านจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร และที่ผ่านมาได้ให้ปากคำกับปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันว่าจะต้องจ่ายเงินนอกระบบรวม 4,100 บาท ล่าสุดมีการข่มขู่ทางโทรศัพท์มือถือโดยผู้ที่อ้างตัวเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างชาวเมียนมา แจ้งให้ระวังตัวและอย่าเดินทางกลับไปประเทศเมียนมาผ่านช่องทางด่านสิงขรอย่างเด็ดขาด เพราะมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานแสดงความไม่พอใจอย่างมาก จากปัญหาการเปิดโปงการเรียกรับเงินเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำหนังสือผ่านแดนเพื่อเดินทางทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งได้แจ้งให้นายจ้างรับทราบแล้ว
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากที่ทำการสำนักงานปกครองจังหวัด ระบุว่า หลังเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เสียหายแล้วเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีการให้ข้อมูลทางลับตรงตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบที่ด่านสิงขร โดยเจ้าหน้าที่รายงานให้ทราบว่าพบวินมอเตอร์ไซค์ของชาวเมียนมาจอดให้บริการบริเวณด้านหลังสำนักงาน ตม.ตามปกติ แต่ล่าสุดไม่พบตัว “นายโกมิ่น” ผู้ที่ถูกอ้างตัวว่าเรียกรับเงินสินบน และ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวเพื่อสอบปากคำ นอกจากนั้นไม่พบวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลุ่มดังกล่าวเข้ามารับบริการตามปกติและบรรยากาศการค้าชายแดนเงียบเหงาอย่างหนัก ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะสรุปได้ภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ และ จะเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในวันที่ 29 สิงหาคม นี้ โดยเบื้องต้นจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดในบริเวณพื้นที่เป้าหมาย เพื่อป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์ และ ยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบกับเปิดด่านถาวรในอนาคตอย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว นิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
