- 26 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีชาวบ้านยื่นเรื่องถวายฎีกาและคัดค้านการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 60 เมกกะวัตต์ ในพื้นที่ ม.1 ,ม.4 และ ม.10 ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว เนื่องจากผลการศึกษาพบว่า ส่งผลกระทบต่ออาชีพพระราชทาน พื้นที่ผลิตพืชอาหารและพืชเศรษฐกิจของจังหวัด โดยเฉพาะอาชีพหลัก 3 อาชีพ ประกอบด้วย อาชีพเลี้ยงโคนม อาชีพผลิตมะม่วงส่งออก และอาชีพทำลำไยนอกฤดู จนทำให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการในการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ลงมติไม่เห็นชอบ การจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ จำนวน 2 ครั้งที่ผ่านมา กระทั่งมีการยื่นเข้าสู่การพิจารณาครั้งที่ 3 และจะมีการลงมติการพิจารณารายงานในช่วงกลางสัปดาห์หน้า
ซึ่งมีรายงานว่า นายอิศรพันธ์ กาญจนเรขา ผู้อำนวยการกลุ่มงานอุตสาหกรรม และนักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ สำนักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้เดินทางลงพื้นที่ ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สผ. ,ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ และเจ้าหน้าที่บริษัทเอกชน เพื่อเข้าตรวจสอบการยื่นร้องคัดค้านโครงการดังกล่าวของชาวบ้านในพื้นที่ ภายหลัง สผ.เปิดโอกาสให้ฝ่ายบริษัทที่ปรึกษาฯ และชาวบ้านสามารถยื่นข้อมูลเพิ่มเติมก่อนวันพิจารณาของ คชก.ในวันที่ 30 ส.ค.นี้
นายสมทรง โชติพรหม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 444 ม.1 ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ซึ่งเลี้ยงโคนมเกือบ 100 ตัว ในลักษณะสมาร์ทฟาร์ม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ สผ.เข้ามาสอบถามข้อมูล ซึ่งตนก็บอกว่า อยู่ห่างแค่ 1-2 กม.ได้รับผลกระทบแน่นอนเพราะเคยอยู่ในพื้นที่ใกล้โรงงานเดิมมาแล้ว เลี้ยงวัวและปลูกลำไยด้วย มีรายได้เดือนละกว่า 2 แสนบาท ซึ่งก็บอกไปตรง ๆ ว่า เป็นผู้ร้องและเสียหายแน่นอน ไม่อยากได้โรงงาน การทำอีไอเอ มีการจ่ายเงิน 200 บาท น้ำตาล 2 กก.มีพยานด้วย ซึ่งก็บอกไปตามตรงเพราะเราไม่อยากได้ เกิดผลกระทบใครจะรับผิดชอบ
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปสอบถาม นายไสว พิมพ์เสนา อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 ม.1 ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ผู้เลี้ยงโคนมตั้งแต่ปี 2531 ซึ่งเป็นหนึ่งใน 200 รายแรกของผู้เลี้ยงโคนม ปัจจุบันมีโคนมรวมกว่า 60 ตัว ซึ่งนายไสว บอกว่า ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า เป็นผู้ร้องจริง และปัจจุบันอาชีพเลี้ยงโคนมกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว จึงไม่ต้องการให้มีการสร้างโรงงานและมีผลกระทบในพื้นที่
ทั้งนี้ นายอิศรพันธ์ และเจ้าหน้าที่ สผ.ได้ประสานไปยัง นายวรเทพ แก้ววงษ์นุกูล อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 359 ม.1 ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ผู้ประกอบอาชีพปลูกและผลิตมะม่วงส่งออกต่างประเทศและในประเทศ ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงเนื้อที่รวมประมาณ 8,000 ไร่ พื้นที่ อ.วังสมบูรณ์ อ.วังน้ำเย็น และ อ.คลองหาด ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัว 1,500 ไร่ และน้องชายอีก 1,500 ไร่ ซึ่งอยู่ในรัศมี 5 กม.ไม่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ ส่งมะม่วงออกต่างประเทศประมาณ 100 ตันต่อปี รายได้ประมาณ 100 ล้านบาท/ปี โดยนายวรเทพ ได้พาเจ้าหน้าที่ไปดูดอกมะม่วง และการดูแลรักษา พร้อมทั้งพาเข้าชมสวนในพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณที่จะก่อสร้างโรงงานด้วย
นายวรเทพ กล่าวว่า ได้แจ้งไปกับเจ้าหน้าที่ สผ.ตามความเป็นจริงว่า หากมีการก่อสร้างโรงงาน ผู้ทำอาชีพทำมะม่วงนอกฤดูส่งออกต้องได้รับผลกระทบแน่ โดยเฉพาะการติดดอก ซึ่งส่งผลให้ช่อดอกดำ ไม่ติดผล พร้อมทั้งพาเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบสวนว่า มีจำนวนเท่าไหร่ มีลูกจ้างที่ต้องดูแลกว่า 40 คน อีกทั้งมีเครือข่ายในพื้นที่อีกหลายพันไร่ มีประสบการณ์จากพื้นที่ของครอบครัวใน จ.ฉะเชิงเทรามาแล้ว จึงไม่อยากให้เกิดขึ้นในพื้นที่นี้อีก คาดว่า เจ้าหน้าที่ สผ.คงไม่เชื่อข้อมูลที่ชาวบ้านส่งไปค้าน จึงต้องลงมาตรวจสอบ ซึ่งเราก็แจ้งและพาไปดูว่า มีจริงและเป็นไปตามที่ให้ข้อมูลไปก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ เตรียมยื่นหนังสือร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางมาตรวจราชการและมอบที่ดิน สปก.ที่ จ.สระแก้ว ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ด้วย เพื่อให้ข้อมูลถึงกระบวนการปฏิบัติที่ไม่โปร่งใสดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้ยุติโครงการในพื้นที่ และไปก่อสร้างโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือพื้นที่ที่เหมาะสมมากกว่า โดยให้คงพื้นที่อาหารปลอดภัยและพื้นที่ต้นน้ำของจังหวัดสระแก้วไว้ ซึ่งถือเป็นการช่วยกันรักษาอาชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ไว้ให้ลูกหลานประกอบอาชีพต่อไป
