ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

รายงานพิเศษ... เมื่อกล่าวถึงเมืองโบราณสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร หลายคนจะนึกถึงภาพจำคือชุดระบำสวยๆในโบราณสถาน ด้วยลีลาท่าร่ายรำที่อ่อนช้อยงดงาม ในท่วงทำนองดนตรีอันไพเราะ ด้วยความงดงามเสมือนหนึ่งว่าชุบชีวิตอดีตกาล ให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้งผ่านระบำโบราณคดีนี้ เป็นผลงานอันทรงคุณค่าซึ่งได้สร้างภาพความทรงจำอันดี ให้แก่การท่องเที่ยวเมืองมรดกโลก ผ่านการแสดงผ่านสายตาผู้ชมมาแล้วนับไม่ถ้วน การระบำ รำ ฟ้อน ประกอบจังหวะดนตรีนั้นคงมีมานานแล้วพร้อมๆกับมนุษย์ซึ่งอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และได้ยินยลเสียงของเหล่าสรรพสัตว์ และธรรมชาติรายล้อมตัว ดัวยความรู้สึกดี เมื่อได้ยินจึงเกิดการคิดประดิษฐ์เครื่องสร้างเสียงดนตรีขึ้นมา เพื่อให้ได้ยินในสิ่งพึงปรารถนาคือดนตรีกาลอันเป็นความสุขพื้นฐานที่มนุษย์พึงมีในสุนทรียะ ในพื้นที่มรดกโลกสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร ปรากฏหลักฐานด้านศิลปกรรมอันเกี่ยวข้องกับการแต่งกายและอากัปกิริยาร่ายรำต่างๆ ในงานประติมากรรมซึ่งเหลืออยู่คู่กับโบราณสถานต่างๆ อีกทั้งยังปรากฏในเอกสารโบราณเช่นจารึกหลักต่างๆให้ศึกษา และที่น่าภาคภูมิใจคือยังคงมีลูกหลานได้สืบสานผลงาน และต่อยอดภูมิปัญญาด้านนาฏศิลป์ให้คงอยู่

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

มังคละเภรีดนตรีร่วมรากแห่งอุษาคเนย์ ครูเคียง  ชำนิ ครูโรงเรียนไกรในวิทยาคม นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผู้ได้รับรางวัลวัฒนคุณาธร ได้เล่าว่า ภาคเหนือตอนล่างหรือขอบเขตของแคว้นสุโขทัยมาแต่เดิมนั้น มีเอกลักษณ์ทางด้านดนตรีที่เด่นชัดเป็นของตนเองมาตั้งแต่สมัยอดีต ไม่ว่าจะเป็นปี่พาทย์ (ไม้แข็ง) ที่มีสำเนียงสุโขทัยปนลาวปนเขมรจนนักดนตรีภาคกลางที่ใกล้ชิดกับดนตรีในราชสำนัก สามารถแยกออกว่าเป็นปี่พาทย์อีกสำเนียงหนึ่ง กลองยาวที่ฟังช้าเนิบนาบเข้มขลัง แตกต่างจากกลองยาวภาคกลาง และที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในเวลานี้ก็คือกลองมังคละ หรือบังคละ หรือปี่กลอง หรือโจ๊กโกร๊ด หรือตุ๊บเก๋ง (ตามที่แต่ละท้องถิ่นเรียก) ซึ่งเหลือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาอยู่ในท้องที่ของภาคเหนือตอนล่างหลายจังหวัดนั่นเอง ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา นักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกลองมังคละได้แสดงความคิดเห็นไว้อย่างหลากหลาย บ้างก็ว่าดนตรีชนิดนี้คือดนตรีพื้นบ้านของพิษณุโลก บ้างก็ว่าดนตรีชนิดนี้คือดนตรีพื้นบ้านของสุโขทัยที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย บ้างก็ว่าดนตรีชนิดนี้ไทยเรารับมาจากศรีลังกาพร้อมกับพระพุทธศาสนา บ้างก็ว่าลังกาเองก็รับมาจากอินเดีย บ้างก็ว่าดนตรีชนิดนี้ไม่ได้มีเฉพาะที่บริเวณภาคเหนือตอนล่างเท่านั้น แต่ยังปรากฏมีอยู่ในแถบภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งเรียกกันว่าวงกาหลออีกด้วย ความคิดเห็นที่หลากหลายและแตกต่างเกี่ยวกับเรื่องของกลองมังคละ แทนที่จะเป็นข้อมูลที่ชัดเจน และสามารถอ้างอิงได้ในทางวิชาการ กลับทำให้เรื่องของกลองมังคละหาข้อสรุปไม่ได้ ว่าจริงๆแล้วกลองมังคละมีประวัติความเป็นมาอย่างไรกันแน่

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

ปรากฏร่องรอยจากหลักฐานหลายชิ้นเกี่ยวกับมังคละเภรี เช่น หลักฐานจากศิลาจารึกตามปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 แม้ไม่ได้มีคำว่ากลองมังคละโดยตรง แต่กล่าวถึงกลองชนิดหนึ่งที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ไม่หนักไม่เบา พอที่จะอุ้มหรือสะพายไปได้โดยสะดวก เพราะกลองชนิดนี้จักต้องร่วมบรรเลงอยู่ในขบวนแห่ หรืออยู่ในขบวนรื่นเริง ดังความในศิลาจารึกหลักที่ 1 ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 17-20 ว่า “เมื่อจักเข้ามาเวียง เรียงกันแต่อรัญญิกพู้นเท้าหัวลาน ดมบงคมกลองด้วยเสียงพาทย์เสียงพิณเสียงเลื้อนสียงขับ ใครจักมักเหล้นเหล้น ใครจักมักหัวหัว” วรรณกรรมสมัยสุโขทัย หนังสือไตรภูมิพระร่วงเป็นเอกสารอีกชิ้นหนึ่งที่ให้ร่องรอยของเครื่องดนตรี (โดยเฉพาะกลอง) ในสมัยสุโขทัยไว้อย่างชัดเจน ดังความว่า “เทพธิดาตนหนึ่งตีมุทิงคะอันชื่อปุถุพิมพนะ เทพธิดาตนหนึ่งตีกลองชื่ออานันทเภรี เทพยดาองค์หนึ่งตีกลองหน้าเดียวชื่อรณมุขเภรี เทพยธิดาตนหนึ่งตีกลองชื่อโกฬมธุรสสุรเภรี เทพยธิดาตนหนึ่งเป่าปี่ไฉนแก้วชื่อนันทไฉน เทพยดาตนหนึ่งตีกลองชื่อทัสสโฏส...คนธรรพ์ผู้หนึ่งตีกลองใบใหญ่ชื่อสุรันธะสะพายเหนือบ่าแลตี คนธัพพะผู้หนึ่งสะพายกลองหน้าเดียวชื่อเอกโบกขรเภรี (ไม่ทราบว่าต้นฉบับเขียนอย่างนี้หรือไม่) เทพยดาตนหนึ่งสะพายกลองใบใหญ่ชื่อมหาภัณฑเภรี เทพยดาผู้หนึ่งสะพายกลองชื่อสัสสสุร อีกฝูงคนธัพพะตีกลองแลฉิ่งแฉ่งแต่งขับกับเสียงพิณพาทย์นาดรำระบำเหล้น...” หลักฐานจากภาพลายเส้นสมัยสุโขทัยในแผ่นภาพชาดกวัดศรีชุม ตอน “เภรีวาทกชาดก” เป็นแผ่นภาพลายเส้นที่มีรอยจารึกอธิบายภาพ ได้ปรากฏภาพของพระโพธิสัตว์กำลังตีกลอง ซึ่งหากพิจารณาโดยละเอียดแล้วเราจะพบว่า ภาพลายเส้นของกลองใบนั้นแท้จริงแล้วคือกลองสองหน้าที่ทำหน้าที่เป็น “กลองยืนกลองหลอน” ในวงมังคละนั่นเอง และไม่เพียงเท่านั้น ภาพลายเส้นในแผ่นภาพชาดกวัดศรีชุมเมืองสุโขทัยนี้ ยังเหมือนกับภาพวาดวงกลองมังคละที่เก่าแก่ และเก็บไว้พิพิธภัณฑ์ประเทศเมียนมาร์อีกด้วย

จากข้อมูลเบื้องต้นเราพอจะสรุปได้ว่ากลองมังคละนั้นมีกำเนิดมาจากอินเดียอย่างแน่นอน เพราะที่อินเดียได้ปรากฏภาพสลักนูนต่ำของดนตรีชนิดนี้ไว้เก่าสุด โดยดนตรีประเภทนี้อินเดียเรียกว่า “ปัญจดุริยพาทย์” เมื่อดนตรีชนิดนี้ได้มาปักหลักที่ลังกาพร้อมกับพระพุทธศาสนา ลังกาจะเรียกว่า “มคุลเพเร” ถ้าเป็นงานมงคล และจะเรียกว่า “อวมคุลเพเร” ถ้าเป็นงานอวมงคลจากลังกา มังคละได้กระจายสู่สุวรรณภูมิ (ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เช่น มอญ , ชวา , จาม , ขอม ดังที่ปรากฏในภาพสลักนูนต่ำของแต่ละอารยธรรม เข้าสู่ประเทศไทยในสมัยสุโขทัยหรือก่อนหน้านั้น โดยจะเข้ามาทางมอญในสมัยพระญาลิไท หรือเข้ามาทางนครศรีธรรมราชในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือเข้ามาทางขอมในสมัยก่อนสุโขทัยก็ได้ กลองมังคละมีหน้าที่รับใช้ศาสนาและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในทุกระดับชั้น ในราชสำนักเรียกว่า “วงปี่ไฉนกลองชนะ” นอกราชสำนักเรียกว่า “กลองมังคละหรือปี่กลอง” สามารถบรรเลงได้ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล ที่ภาคเหนือตอนล่างของไทยดนตรีชนิดนี้ได้ลงหลักปักฐานอยู่ทั่วไปในอาณาบริเวณลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน โดยเฉพาะที่เมืองสุโขทัย สวรรคโลก พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ โดยมีผู้คนซึ่งสืบเชื้อสายไทเลือง (เลืองมีความหมายว่า เจริญ รุ่ง พ้นแล้วซึ่งอนารยชน) และพูดภาษาถิ่นสุโขทัยเป็นผู้สืบทอดและเรียกขานกันว่า มังคละบ้าง บังคละบ้าง ปี่กลองบ้าง โจ๊กโกร๊ดบ้าง และตุ๊บเก๋งบ้าง ส่วนใหญ่บรรเลงในงานที่เป็นมงคล แต่ก็มีบ้างที่บรรเลงในงานศพ ดังเช่นที่วงมังคละปี่กลองของตำบลบ้านสวน และตำบลบ้านหลุม อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ใช้แห่นำหน้าขบวนศพจากบ้านไปวัด จากวัดไปเมรุ หรือแห่นำกระดูกจากบ้านไปทำพิธีแจงที่วัดในเดือน 5 ก่อนหรือหลังสงกรานต์

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

จากการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกได้พบกับเครื่องดนตรีและวงปี่กลองมังคละ และคานหามโบราณที่บ้านป่ามะม่วง อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย ซึ่งจากการสืบค้นทำให้ทราบว่าสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2420 ที่หัวคานหามเป็นงานจำหลักไม้รูปเหราซึ่งเป็นสัตว์หิมพานต์ซึ่งมีความสอดคล้องกับท่ารำ "เหราเล่นน้ำ" หรือท่ารำ "ท่าบัวชูฝัก" ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นท่ารำมาตรฐานในนาฏศิลป์ อันแสดงถึงความมีสัมพันธ์เชื่อมโยงกับรากฐานที่มีมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเครื่องดนตรีวงมังคละประกอบด้วย กลองมังคละ เป็นกลองหนังหน้าเดียวขนาดเล็ก ทำจากไม้ขนุน หน้ากลองมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว หุ้มด้วยหนังกลองยาวประมาณ 10 นิ้ว ปี่ มีลักษณะคล้ายปีชวา 1 เลา กลองสองหน้า 2 ขนาด ขนาดใหญ่เรียกว่ากลองยืน ขนาดเล็กเรียกว่ากลองหลอน ตีจังหวะขัดล้อกันฆ้องโหม่ง และเครื่องประกอบจังหวะ ได้แก่ ฆ้อง 3 ใบ แขวนอยู่บนคานหาม ฉิ่งและฉาบใหญ่ 2 ใบ

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

นาฏศิลป์ในแผ่นดินพระร่วง จินตนาการที่จับต้องได้ เมื่อกรมศิลปากรเริ่มทำการบูรณะเมืองโบราณสุโขทัยเมื่อปี พ.ศ. 2497 จนเห็นรูปทรงโบราณสถานในเวลาต่อมา ซึ่งในการบูรณะนี้ทำให้พบเห็นรูปแบบศิลปะจากงานประติมากรรมสุโขทัยเป็นจำนวนมาก ในการนี้เองได้มีการประดิษฐ์ “ระบำสุโขทัย” ขึ้น ได้รับการออกแบบท่ารำโดยท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย กรมศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากนางต่างๆในงานประติมากรรมสุโขทัย ทั้งภาพชาดกสลักหินซึ่งพบในอุโมงค์วัดศรีชุม และลวดลายปูนปั้นที่พบจากวัดพระพายหลวง ซึ่งท่ารำนั้นได้แก่ ท่าไหว้บัวบาน ท่าปั้นหม้อ ท่าบัวชูฝัก ท่าปางลีลา ท่าจันทร์ทรงกลด ท่าชะนีร่ายไม้ ระบำสุโขทัยอันเป็นที่ภาคภูมิใจในวันนี้ ได้มีโอกาสแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร จวนจะครบรอบห้าทศวรรษในปีนี้ ความงดงามเชิงนาฏศิลป์ได้สร้างภาพความทรงจำอันดีให้แก่การท่องเที่ยวเมืองมรดกโลก ผ่านสายตามาแล้วนับไม่ถ้วน

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

"ระบำเทวีศรีสัชนาลัย" เป็นระบำที่วิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัยประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 ด้วยอาศัยหลักฐานทางโบราณคดี โดยความร่วมมือจากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยในสมัยที่นายเอนก สีหามาตย์ เป็นผู้อำนวยการ โดยต้นเค้าทางศิลปกรรมภาพจิตรกรรมฝาผนังเจดีย์รายวัดเจดีย์เจ็ดแถว บานประตูไม้แกะสลักรูปเทวดา ลวดลายปูนปั้นนางอัปสราร่ายรำประดับยอดซุ้มปราสาทเฟื้อง ที่ยอดซุ้มประตูวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดพระปรางค์) ตุ๊กตาสังคโลกแบบต่างๆ ลักษณะท่าร่ายรำของระบำชุดนี้ จะโน้มเอียงไปทางศิลปะการร่ายรำแบบศิลปะขอมโบราณ โดยมีท่ารำได้แก่ ท่าฤทธี ท่านภาพร ท่าไหว้ ท่าเยื้องกายพรายกฐิน ท่าพรหมสี่หน้า ท่าเครือวัลย์พันไม้ เครื่องแต่งกายของระบำศรีสัชนาลัย ผู้แสดงจะสวมเสื้อแขนสั้นแนบเนื้อสีชมพู นุ่งผ้านุ่งสีม่วงตัดเย็บให้แหวกได้ตรงกลาง โดยสอดซับพลีทสีชมพูอ่อนไว้ด้านใน ตัวผ้านุ่งด้านหน้าจับจีบพับเป็นหลายๆชั้น โดยใช้สีด้านในผ้านุ่งเป็นสีทอง รัดเอวเพื่อเน้นทรวดทรง ใส่ห้อยหน้าปักลวดลายแบบสุโขทัย สวมกรองคอ พาหุรัด ทองพระกรและต่างหูเป็นเกลียวยาว ศีรษะสวมชฎาหรือเทริด ยอดชฎาทำเป็นรูปเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ตามแบบเจดีย์วัดช้างล้อมกลางเมืองศรีสัชนาลัย

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

“ระบำลีลาลายสังคโลก” ความโดดเด่นของเครื่องถ้วยสังคโลก คือ สีที่เคลือบซึ่งส่วนใหญ่นิยมสีเขียว สีน้ำตาลและสีขาว รูปทรงที่แปลกตาและการตกแต่งลวดลายต่างๆ โดยเฉพาะลายพันธุ์ไม้ และลายปลาหลากหลายชนิด สิ่งล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในรูปทรงของเครื่องถ้วยสังคโลกนี้เอง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คณาจารย์ภาควิชานาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย คิดประดิษฐ์การแสดงขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2542 โดยให้ชื่อชุดว่า “ระบำลีลาลายสังคโลก” เครื่องแต่งกายยึดหลักเครื่องแต่งกายของหญิงสมัยสุโขทัย คือนุ่งผ้าซิ่นสีเขียวไข่กา ซึ่งเป็นสีที่นิยมใช้ในเครื่องเคลือบสังคโลก และสวมเสื้อเข้ารูป ผ้าซิ่นเน้นการเขียนลวดลาย ซึ่งเป็นลายที่ปรากฏบนเครื่องถ้วยสังคโลก โดยเลือกเฉพาะลายดอกไม้

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

ปลุกอดีตผสานจินตนาการผ่านเทคโนโลยีเสริมการท่องเที่ยว ความงดงามของชุดระบำโบราณคดีเสมือนดั่งการปลุกอดีตให้ฟื้นคืนชีพ ผสานจินตนาการผ่านการร่ายรำอันงดงามในโบราณสถาน ได้สร้างความทรงจำอันงดงามในการท่องเที่ยวเมืองมรดกโลก ในวันนี้สำนักงานพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร หรือ อพท.4 ได้พัฒนาเครื่อง Virtual Dressing Room หรือระบบคอมพิวเตอร์แสดงท่าทางของระบำต่างๆในแผ่นดินพระร่วง ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้เครื่องมือนี้ถ่ายภาพตนเองตามแบบท่าระบำต่างๆนั้น เช่น ระบำสุโขทัย ระบำกมุทนพมาศ ระบำลีลาลายสังคโลก ระบำมังคละ ระบำเทวีศรีสัช ระบำทอซิ่นตีนจก ระบำพุทธบูชา ระบำชากังราว เป็นต้น

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

นายประครอง  สายจันทร์ รักษาการผู้จัดการ อพท.4 กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการพัฒนาเครื่อง Virtual Dressing Room ไว้ว่า เพื่อให้เป็นเทคโนโลยีการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์ของท้องถิ่นออกไปสู่สาธารณชน เนื่องจากศิลปะการแสดงนาฏศิลป์ของสุโขทัยและกำแพงเพชรนั้นมีความโดดเด่นและทรงคุณค่า อีกทั้งเครื่องแต่งกาย ท่ารำ นั้นได้ถอดแบบมาจากเครื่องแต่งกายของประติมากรรมในโบราณสถาน ทั้ง เทวรูป ภาพเขียนฝาผนัง ภาพปูนปั้น ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ที่เป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่สามารถนำมาต่อยอดในด้านการท่องเที่ยวได้ นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้รับชมการแสดงนาฏศิลป์แล้ว ยังได้มีภาพของตนเองเสมือนสวมใส่ชุดและทำท่ารำต่างๆสร้างประสบการณ์ที่ดี ซึ่งสามารถส่งภาพนั้นไปยังเฟซบุ๊ค หรือปริ้นท์ออกมาเป็นที่ระลึกได้ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจะได้รับรู้ว่าในเมืองมรดกโลกแห่งนี้ เราได้หล่อหลอมประวัติศาสตร์โบราณสถาน วัฒนธรรมต่างๆเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นักท่องเที่ยวและผู้สนใจจะสามารถได้รับประสบการณ์ และเรียนรู้ด้านข้อมูลท่ารำนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วงต่างๆ ได้จากเครื่อง Virtual Dressing Room ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง และศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ!! อพท.4 ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมการแสดง สืบสานนาฏศิลป์ถิ่นพระร่วง ผ่านเครื่อง Virtual Dressing Room (มีคลิป)

ข่าว / ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุโขทัย

(ขอบคุณภาพข้อมูลจากสุพจน์และอพท.4)