- 29 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 29 สิงหาคม พระราชสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร พระอารามหลวง เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยจากกรณีศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต รมว.มหาดไทย และอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ถูกฟ้องในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีซื้อขายที่ดินวัดธรรมิการาม จำนวน 732 ไร่ ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และต่อมามีการขายที่ดินให้บริษัทอัลไพน์ โดย ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเมื่อปี 2555 ว่า การดำเนินการภายหลังศาลมีคำตัดสินเป็นหน้าที่ของรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร วัดยอมรับว่าไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ เนื่องจากมีปัญหาทั้งด้านกฎหมายและด้านศีลธรรม โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการกฤษฎีกาชี้ว่าที่ดินธรณีสงฆ์ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนได้ และหลายฝ่ายได้พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ขณะที่เงินจากการขายที่ดิน 142 ล้านบาท ได้ฝากไว้ในนามมูลนิธิมหามงกุฎราชวิทยาลัยในฐานะผู้จัดการมรดก โดยวัดจะได้รับดอกเบี้ยราย 3 เดือน เพื่อนำมาใช้จ่ายภายในวัด
“ สำหรับปัญหาล่าสุดจากการใช้เงินวัด 15 ล้านบาท ซื้อที่ดิน 160 ไร่ ที่บ้านหนองกุ่ม ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำไปแลกกับที่ดินของกรมธนารักษ์ 42 ไร่ บริเวณเรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ด้านทิศตะวันตกของวัด แต่ที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการแลกเปลี่ยนได้ เนื่องราคาที่ดินแตกต่างกัน ขณะนี้ที่ดินยังอยู่ในความครอบครองของอาตมา ยังไม่ได้โอนเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดในฐานะนิติบุคคล และ อยู่ระหว่างการประกาศขาย เพื่อนำเงินมาใช้บูรณะวัด ซึ่งได้เรียนข้อเท็จจริงให้พระผู้ใหญ่รับทราบแล้ว “
นายนครินทร์ คีรีเพชร นักวิชาการ กรมที่ดิน กล่าวว่า ขณะที่ศาลรับพิจารณาคดี ทำให้มีปัญหากับผู้ครองครองที่ดินทุกแปลงไม่สามารถนำเอกสารสิทธิ์ไปทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินได้ และหากศาลมีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียน ที่ดินทั้งหมดต้องโอนให้วัดเป็นธรณีสงฆ์ตามพินัยกรรมในการถวายที่ดินให้วัดของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา
ภาพ/ข่าว นิพล ทองเก่า ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
