- 29 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่ จ.สุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน หมู่ 6 ต.สนามคลี อ.เมืองสุพรรณบุรี ว่าชาวบ้านจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นควันจากการเผาถ่านเป็นเวลาหลายปี จึงไปตรวจสอบพบนายสมพงษ์ ชุ่มสุวรรณ ผญบ.หมู่ 6และชาวบ้านประมาณ 20 คนที่ได้รับความเดือดร้อนรออยู่
จากการสอบถามนายสมพงษ์ ชุ่มสุวรรณ ผญบ.หมู่ 6 เล่าว่าชาวบ้านหมู่ 6 ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาควันไฟและกลิ่นเหม็นจากการเผาถ่านของชาวบ้านประมาณ 7 รายที่ประกอบอาชีพเผาถ่านและทำโรงงานถ่านอัดแท่งอยู่ ในหมู่เดียวกัน ซึ่งใช้วัสดุจากไม้ฟืนและกะลามะพร้าว ทำให้ควันและกลิ่นจากเตาเผาลอยตามเข้าไปรบกวนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านกว่า 30 หลังคาเรือนที่มีทั้งคนแก่ เด็กเล็กและคนทำงานที่ต้องการนอนหลับพักผ่อน หลังกลับจากทำงาน
แต่ต้องมาเดือดร้อนจากควันและกลิ่นชาวบ้านหลายรายเกิดปัญหาสุขภาพป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ เกิดอาการแสบจมูก หายใจติดขัด กลิ่นเหม็นของควันไฟยังลอยเข้าไปติดเสื้อผ้าที่เก็บไว้ในบ้าน ผู้ประกอบการบางรายมีอาการอ้างกับชาวบ้านว่าโรงงานของตนได้รับอนุญาตและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวสร้างความสงสัยให้กับชาวบ้านว่าโรงงานแห่งนี้ได้รับอนุญาตจริงหรือไม่
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่าปัญหาดังกล่าวนี้เกิดขึ้นมา 5-6 ปีเคยยื่นเรื่องแจ้งไปหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบตามขั้นตอนทั้ง อบต.ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มทบ.17 อุตสาหกรรมจังหวัด พลังงานจังหวัด สิ่งแวดล้อม ให้มาช่วยดำเนินงานแก้ไข พอหน่วยงานลงมาดูกลับไม่ได้ข้อสรุปได้แค่แนะนำผู้ประกอบการให้ต่อท่อระบายควันให้สูงลอยไปในอากาศ แต่ก็ไม่สามารถแก้ไข้ปัญหาได้ แล้วเรื่องก็เงียบไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด
จึงได้รวมตัวกันมาร้องสื่อให้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เนื่องจากชาวบ้านทนไม่ไหวเพราะลูกหลาน และคนสูงอายุในหมู่บ้านต่างป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจและได้รับผลกระทบเป็นเวลานานเกือบ 6 ปีแล้ว จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีความเชี่ยวชาญ มาช่วยแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้คนในชุมชนเกิดความขัดแย้งมากขึ้นกว่านี้
ทางด้านนายทรงศักดิ์ อินทร์ทอง อายุ 41 ปีหนึ่งในผู้ประกอบการเผาถ่านกล่าวว่าตนประกอบอาชีพเผาถ่านขายหาเงินเลี้ยงครอบครัวมานานหลายปีพยายามหาวิธีปรับปรุงแก้ไขการเผ่าถ่านมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตนประกอบอาชีพทำมาหากินสุจริตไม่มีพื้นที่ที่อื่นเห็นใจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันจึงอยากให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงมาช่วยแนะนำหาวิธีแก้ไขที่ได้ผลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับประชาชนในชุมชน
ภาพ/ข่าว มงคล สวางศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักขาวทีนิวส์ จ.สุพรรณบุรี
