- 30 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายคำมูล สาฉลาด อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่208 หมู่ 4 บ้านแม่ตาวสันแป ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ว่า ตนและนายดอกรัก จันต๊ะ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 หมู่ 1 ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด ได้เดินทางไปยังกองอำนวยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ณ.จุดบริการประชาชน ๑๑๑๑ ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงความเดือดร้อนที่ถูกสามล้อเครื่องต่างด้าวชาวเมียนมา กว่า 100 คัน มาแย่งอาชีพ แย่งลูกค้า มานานกว่า 2 ปี ทำให้รายได้จากการประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างลดลง ไม่พอเลี้ยงครอบครัว
นายคำมูล กล่าวว่า เคยร้องทุกข์ไปหลายหน่วยงานทั่วทั้งจังหวัดตาก แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซ้ำร้ายสามล้อเครื่องซาเล้งต่างด้าวกลับเพิ่มขึ้นอีกด้วย ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร เพื่อน ๆ วินมอเตอร์ไซค์ในอำเภอแม่สอด ได้เรี่ยไรเงินคนละเล็กคนละน้อย รวมเงินได้จำนวนหนึ่งมอบให้ตนเอง เดินทางไปร้องเรียนที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นที่พึ่งสุดท้าย ซึ่งทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก็รับเรื่องไว้และจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด่วนที่สุด ทุกวันนี้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างมีรายได้ไม่ถึง 300 บาทต่อวัน ลดลงกว่าเมื่อก่อนมาก ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีสามล้อเครื่องซาเล้งต่างด้าว เคยขับรถจักรยานยนต์รับจ้างมีรายได้วันละประมาณ 500 - 600 บาท ก็พอเลี้ยงครองครอบครัวได้ หลังจากหักค่าน้ำมันแล้ แต่ทุกวันนี้รายได้ลดลง ชักหน้าไม่ถึงหลัง โชคดีที่รถจักรยานยนต์ที่ขับรับจ้างอยู่ตนเองได้ผ่อนหมดไปแล้ว ซึ่งถ้ายังผ่อนไม่หมดและเจอสภาพอย่างปัจจุบันนี้ คงจะโดนไฟแนนซ์ยึดรถไปแล้ว หมดหนทางทำมาหากินแน่นอน แล้วครอบครัวผมจะอยู่อย่างไร
นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวผ่านสำนักข่าวแห่งหนึ่งว่า กรณีแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า เข้ามาทำงานขับวินมอเตอร์ไซค์ ตามประกาศกำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. 2522 คือ งานขับขี่ยานยนต์ หรืองานขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องกล ยกเว้นงานขับขี่เครื่องบินระหว่างประเทศ จึงถือว่ามีความผิด นอกจากนี้ คนต่างด้าวดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ดังนี้ 1. หากทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจะมีความผิดตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 101 2. หากมีใบอนุญาตทำงานแต่ทำงานแตกต่างจากประเภทงาน นายจ้าง ท้องที่หรือเงื่อนไขในการทำงาน ตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตทำงาน จะมีความผิดตามมาตรา 70 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ตามมาตรา 121
“อย่างไรก็ตาม แรงงานขับวินมอเตอร์ไซค์ดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นบทลงโทษตามมาตรา 101 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 33/2560 แต่หากแรงงานต่างด้าวมีใบอนุญาตทำงานประเภทอื่น และมาขับขี่วินมอเตอร์ไซค์จะมีความผิดตามมาตรา 70 ประกอบมาตรา 121 ซึ่งสามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย โดยจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานของแรงงานพม่าที่ขับวินมอเตอร์ไซค์ในครั้งนี้ต่อไป” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว
ข่าว/ภาพ ศุภกร จรูญวาณิชย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตาก รายงาน
