โต้เหตุยุบสภาฯ!! อดีตประธานสภาฯทต.ชุมโคหอบเอกสารโต้ แจงเหตุสภาฯวุ่นและแย้งสื่อเล่นข่าว5สท. เสียงข้างมากคว่ำงบเกือบทุกงบบิดเบือน (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th


                เมื่อวันนี้ ที่ร้านอาหารเบียดแคมเรือ สะพานท่าเทียบเรือชายหาดบางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลชุมโค (ทต.ชุมโค) นำโดย (1.)นายธีระ ปิยวัฒน์ อายุ 55 ปี อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลชุมโค อยู่บ้านเลขที 114/2 ม.3 ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร (2.)นายธงชัย ร่มวิเชียร อายุ 59 ปี อดีตสมาชิกสภาเทศบาล(สท.) ทต.ชุมโค เขต 1 (3.)นายกิจจา นพคุณ อายุ 48 ปี อดีต สท.ทต.ชุมโค เขต 1  (4.)นายเอกวิทย์ สัจจาธรรม อายุ 32 ปี และ(5.)นายณุพงค์ ไทยพิทักษ์ อายุ 50 ปี ได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวกรณีมี 4 อดีต สท.ทต.ชุมโค นำเสนอข้อมูลผ่านสื่อว่า เป็นเหตุให้สภาฯวุ่นวาย ไม่เป็นเอกภาพ สภาฯไม่อนุมัติแผนงานโครงการฯ ของชาวบ้าน โดยได้หอบเอกสารรายงานการประชุมการพิจารณาร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ ในปีงบประมาณที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงยืนยันว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลัก ธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ประชาชนมีส่วนร่วม การพิจารณาเรื่องๆต่างๆ ก็เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก มีเอกสารทางราชการสามารถตรวจเมื่อไหร่ก็ได้ แต่มีบางฝ่ายเล่นการเมืองอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีการร้องเรียน ร้องทุกข์อย่างต่อเนื่อง ทั้ง ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอ,จังหวัด , ปปช. ทั้งนี้ ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติหรือสภาฯ ยินดีให้ทุกฝ่ายมาตรวจสอบ จะได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองและคณะได้ เป็นห่วงเพียงข้าราชการที่เกี่ยวข้องที่เครียดเพราะถูกตรวจสอบตลอดเวลาจนไม่เป็นเวลาทำงาน

โต้เหตุยุบสภาฯ!! อดีตประธานสภาฯทต.ชุมโคหอบเอกสารโต้ แจงเหตุสภาฯวุ่นและแย้งสื่อเล่นข่าว5สท. เสียงข้างมากคว่ำงบเกือบทุกงบบิดเบือน (มีคลิป)

โต้เหตุยุบสภาฯ!! อดีตประธานสภาฯทต.ชุมโคหอบเอกสารโต้ แจงเหตุสภาฯวุ่นและแย้งสื่อเล่นข่าว5สท. เสียงข้างมากคว่ำงบเกือบทุกงบบิดเบือน (มีคลิป)
โต้เหตุยุบสภาฯ!! อดีตประธานสภาฯทต.ชุมโคหอบเอกสารโต้ แจงเหตุสภาฯวุ่นและแย้งสื่อเล่นข่าว5สท. เสียงข้างมากคว่ำงบเกือบทุกงบบิดเบือน (มีคลิป)

โต้เหตุยุบสภาฯ!! อดีตประธานสภาฯทต.ชุมโคหอบเอกสารโต้ แจงเหตุสภาฯวุ่นและแย้งสื่อเล่นข่าว5สท. เสียงข้างมากคว่ำงบเกือบทุกงบบิดเบือน (มีคลิป)
 

“ สภา ทต.ชุมโค เดิมมีสมาชิก 12 คนตามกฎหมาย ลาออกไปประกอบอาชีพ 1 คน เสียชีวิต 2 คน จึงเหลือ 9 คน ต่อมาหมดสมาชิกภาพไปอีก 1 คน จึงเหลือ 8 คน และเมื่อเร็วๆนี้ สมาชิกฯมาลาออกอีก 3 คน จึงทำให้สมาชิกเหลือ 5 คน สมาชิกไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จึงให้สมาชิกภาพ ทั้ง 5 คนที่เหลืออยู่และสมาชิกภาพของสภาสิ้นสุดลง ซึ่งตนเองก็เป็น 1 ใน 5 ด้วย ก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะลาออก แต่การลาออกโดยระบุเหตุผลอ้างว่า สภาฯขาดเอกภาพ นั้น ไม่เป็นความจริงเพราะสภายึดเสียงข้างมากและหลักความถูกต้องตามกฎหมาย การกล่าวอ้างแถลงผ่านสื่อว่า แผนงานโครงการได้มีการประชาคมแล้วก็ไม่เป็นความจริง ในฐานะที่ตนเองเป็นอดีตประธานสภาฯ ก็ได้ยึดหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ประชาชนมีส่วนร่วม การกล่าวอ้างว่าคว่ำแต่โครงการที่เป็นประโยชน์ก็ไม่เป็นความจริง มีเอกสารรายงานการประชุมตรวจสอบได้ แต่ขณะนี้ ไม่มีสภาฯแล้ว แต่ยังแผนงานโครงการในเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 หลายโครงยังดำเนินการฯไม่แล้วเสร็จและยังไม่ได้ดำเนินการฯก็มี เหลือเวลา 1 เดือน ไม่มีสภาฯแล้วยังไม่ดำเนินการฯกันงบฯผ่านสภาฯ ร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 เพิ่งผ่านวาระที่ 1 คือ รับหลักการ เท่านั้น ยังไม่ได้เข้าสู่วาระที่ 2 คือ แปรญัติ สภาฯไม่มีจะทำยังไง กระบวนการสรรหาของจังหวัดฯ กรอบระยะเวลาจะทันหรือไม่ ตอนนี้เป็นเพียงประชาชนธรรมดาทำได้เพียงตั้งข้อสังเกตด้วยความกังวลใจเท่านั้น การที่ออกมาชี้แจงกับสื่อในครั้งนี้ก็เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงมีเอกสารหลักฐานทางราชการประกอบชัดเจนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ต้องการให้สังคมภายนอกมองว่า ภายในท้องถิ่นโดยเฉพาะ ทต.ชุมโค มีความขัดแย้ง ในขณะที่รัฐบาลต้องการบรรยากาศความปรองดองสมานฉันท์ แต่มีบุคคลบางกลุ่มได้นำเสนอข้อมูลผ่านสื่อบางแห่งอย่างบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้ภาพลักษณ์ของตำบลชุมโคเสียหายไปมากจึงมีความจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากพี่ๆสื่อมวลชนในวันนี้ ส่วนสื่อที่เคยนำเสนอข่าวไปท่านก็ไม่เคยแสวงหาข้อเท็จจริงเลย นำเสนอข้อมูลด้านเดียวตลอด ไม่ลงพื้นที่มาดูข้อเท็จจริงและส่งต่อข้อมูลต่อๆกันไปทำให้คนบริโภคสื่อเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่วนกรณีที่อดีต สท.ได้แถลงต่อสื่อว่าในระยะ 3-4 ปี ว่า งบประมาณกว่า 30 ล้านบาท ไม่ลงพื้นที่ช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของชาว โดยผ่านประชาคมมาแล้วนั้น ขอชี้แจงว่า งบประมาณของชุมโค มีเพียงปีละไม่กี่ล้านบาท ถือว่าน้อยมาก แต่โครงการฯที่เป็นชนวนเหตุให้ สท.ลาออกก็เพราะโครงการจัดซื้อรถเกรดราคา 7.5 ล้านบาท ซื้อรถบดอีก 3 ล้านบาท ซึ่ง 2 โครงการฯนี้ ไม่ผ่านกระบวนการประชาคม มีเพื่อนสมาชิกสงสัยว่าอาจมีวาระซ่อนเร้นจึงยื่นเสนอขอแปรญัติเนื่องจากมองว่า เกินความจำเป็นของท้องถิ่นขนาดเล็ก ยังมีแผนงานโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมากกว่าที่จะต้องดำเนินการฝ่ายบริหารก็ไม่นำเสนอเข้ามา เลยกลายเป็นการส่งสัญญาณให้สมาชิกในทีมลาออก จนสมาชิกภาพของสิ้นสุด ถามว่าใครที่ทำให้สภาฯวุ่นกันแน่ แต่ก็ไม่ติดใจเพราะเป็นเอกสิทธิแต่ทำไมไม่บอกชาวบ้านแบบนี้ จากนี้ต่อไป ก็ได้ฝากให้ สท.ที่จะมาจากการสรรหาของทางจังหวัดฯ ทำหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กำลังตรวจสอบความโปร่งใสของ ทต.ชุมโค ว่าผลสรุปจะเป็นเช่นไร วันนั้นแหละความจริงจะกระจ่าง ” อดีตประธานสภาฯ กล่าว
 

ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชุมพร