- 31 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 31 สิงหาคม 2560 จ.อ. เสกสรรค์ จันทร อายุ 55 ปี เจ้าของธุรกิจค้าไม้แปรรูป ริมถนนเกาะหลัก เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าหลังจากนำนางเล็ก อายุ 24 ปี และ นายเว อายุ 25 ปี สองสามีภรรยาสัญชาติเมียนมา เดินทางเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมที่ศาลากลางจังหวัด เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรณีมีการเรียกเก็บค่าเดินทางเข้าเมืองจากผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมารายละ 2,050 บาท โดยจ่ายผ่านวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างชาวเมียนมาที่จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง ประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดยังมีมีการชี้แจงมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจนตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมลับ จากนั้นระบุว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง
“ ขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงใดๆ ขณะที่ลูกจ้าง 2 ราย ที่ถูกรีดไถถูกนายโกเม่น วินมอเตอร์ซค์รับจ้างชาวเมียนมา ผู้เรียกรับสินบนที่ด่านสิงขรโทรศัพท์มาข่มขู่ทุกวัน นอกจากนั้นยังถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายหน่วยงานเรียกตัวไปสอบปากคำแล้ว 5 ครั้งๆ ละหลายชั่วโมง โดยลูกจ้างยังยืนยันข้อมูลเดิมตามที่นำเสนอผ่านสื่อมวลชน ทำให้ตนประสบปัญหาในการประกอบธุรกิจ แต่โชคดีที่มีบ้านพักในเขตอำเภอเมืองฯ หากอาศัยอยู่ในอำเภออื่นก็จะทำเกิดความยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น “ จ.อ.เสกสรรค์ กล่าว
นายนิพนธ์ สุวรรณนาวา ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบคีรีขันธ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด กล่าวว่า จะนำปัญหาการรีดไถแรงงงานต่างด้าวที่ด่านสิงขรเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาล และ ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ( กรอ.) ระดับจังหวัด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางการแก้ไขปัญหาการเรียกรับสินบน รวมทั้งการลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อน การลักลอบจำหน่ายรถจักรยายนต์ และรถยนต์ผ่านจุดผ่อนปรนไปประเทศเพื่อนบ้าน และหลังจากมีการร้องเรียนทราบว่าขณะนี้หลายหน่วยงานยังไม่ได้บูรณาการในการจัดระเบียบและบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ขณะที่การเดินทางเข้าออกผ่านชายแดนจะมีค่าใช้จ่ายเพียงรายละ 30 บาทเท่านั้น
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากฝ่ายปกครอง รายหนึ่ง ระบุว่า การแก้ไขปัญหาจะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย แต่ขณะนี้การเข้าออกผ่านแดนที่จุดผ่อนปรนพิเศษยังไม่มีความชัดเจนด้านระเบียบและกฎหมายเช่นเดียวกับด่านถาวร ทำให้มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานไม่เข้าใจแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ และล่าสุดฝ่ายปกครองได้รับการร้องเรียนจากนายจ้างรายหนึ่งกรณีร่วมขบวนการค้าแรงงานเถื่อนจำนวน 23 ราย เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยจ่ายเงินให้นายหน้า 4 แสนบาท แต่หลังจากนั้นแรงงานเมียนมาทั้งหมดได้ทิ้งนายจ้างและสั่งให้เดินเท้าจาก อ.ทับสะแกเพื่อกลับประเทศ ทราบว่ากรณีดังกล่าวเป็นขบวนการต้มตุ๋นของนายหน้าแก๊งคนมีที่ลักลอบนำแรงงานเถื่อนเข้าประเทศผ่านช่องทางเข้าออกตามปกติ โดยมีนายจ้างถูกหลอกในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายราย
ภาพ/ข่าว นิพล ทองเก่า ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
