- 31 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 12.45 น. วันนี้ ( 31 ส.ค. 60 ) ศูนย์วิทยุ สภ.ดอนแรด ต.ดอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ ที่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 3 บ้านหาญฮี ต.ดอนแรด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้วิทยุประสานขอรถดับเพลิงจาก อบต.ดอนแรด อบต.ธาตุ อบต.ไผ่ และจาก อบต.เบิด พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ จุดรัตนบุรี และหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี เข้าให้การช่วยเหลือ
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นซอยแคบเข้าออกลำบาก จึงทำให้รถดับเพลิงเข้าได้เพียงทีละคัน ซึ่งในขณะที่รถดับเพลิงไปถึง เพลิงได้ไหม้บ้านเสียหายไปแล้วหนึ่งหลัง คือบ้านเลขที่ 122 ซึ่งเป็นบ้านของนางวิลัย สวัสดี อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นบ้านต้นเพลิง แต่ไฟยังคงไหม้ลามไปยังบ้านใกล้เคียงอีก เจ้าหน้าที่จึงได้พยายามช่วยกันสกัดควบคุม ไม่ให้เพลิงลุกลามต่อไปได้อีก ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ โดยเพลิงได้ไหม้บ้านเสียหายไปจำนวน 3 หลัง โดยบ้านต้นเพลิงถูกไฟไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง ส่วนบ้านข้างเคียงเสียหายเป็นบางส่วน ซึ่งจากการสอบสวนนางวิลัย สวัสดี อายุ 46 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิง ก็ได้ให้การว่า ในขณะที่เกิดเหตุ ตนนั่งเล่นอยู่บ้านตรงข้าม จู่ๆก็ได้ยินเสียงดังลั่นเปรี๊ยะๆอยู่บนบ้าน สักพักก็เห็นกลุ่มควันพุ่งออกมาทางหน้าต่าง บนห้องนอนชั้นสอง ตนจึงได้รีบวิ่งมาดู และขึ้นไปข้างบนบ้านเพื่อที่จะขนของ แต่ก็ต้องรีบกลับลงมา เพราะว่ามีกลุ่มควันหนาทึบจนมองอะไรไม่เห็น ทำให้ไม่สามารถขึ้นไปเอาทรัพย์สินใดๆลงมาจากบ้านได้ ซึ่งภายในบ้านของตนที่เกิดเพลิงไหมไม่มีใครอยู่ เนื่องจากสามีและลูกต่างพากันไปทำงานที่กรุงเทพฯหมด ส่วนบ้านข้างเคียงที่อยู่ติดกันและเกิดเพลิงไหม้ไปด้วยทั้งสองหลัง ก็เป็นบ้านของน้องชายและน้องสาวซึ่งก็ไม่มีใครอยู่ เพราะไปทำงานกันหมดเช่นกัน
ซึ่งต่อมานายกิตติ สัตย์ซื่อ นายอำเภอรัตนบุรี และ พ.ต.ท.สุขสันต์ ชูเสน สว.สส. ปฏิบัติราชการแทน สารวัตรใหญ่ สภ.ดอนแรด ก็ได้มาถึงที่เกิดเหตุและได้ร่วมดูแลอำนวยการในการดับเพลิงในครั้งนี้ด้วย และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ จงจำ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ดอนแรด ก็ได้สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร และในขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในบ้าน จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ซึ่งต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง พร้อมกับประเมินค่าเสียหาย
ภายหลังจากเพลิงได้สงบลงไปแล้ว นางวิลัยเจ้าของบ้าน จึงได้เดินตรวจสอบบริเวณบ้านของตนที่ถูกเพลิงไหม้ เพื่อหาทรัพย์สินที่ยังคงเหลืออยู่ แต่กลับพบภาพปฏิทินของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่แขวนอยู่ในบ้าน ซึ่งอยู่ในสภาพที่ยังสมบูรณ์ไม่ถูกเพลิงไหม้ไปด้วย ซึ่งทุกคนที่ได้เห็นต่างก็เชื่อว่า พระองค์ยังทรงอยู่กับพวกเราชาวไทยตลอดไป ไม่ทรงหายไปไหน ซึ่งสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่สูญเสียในครั้งนี้อย่างหาที่สุดมิได้
ภาพ / ข่าว ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
