- 31 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 31 ส.ค.60 นางสาวชนินทร หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าสินค้าเกษตร(กษ.) กระทรวงพาณิชย์ พร้อมผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศดูศักยภาพการผลิตสินค้าสมุนไพรของโรงงานผลิตสมุนไพรชั้นนำสำรวจศักยภาพผลิตการตลาดหวังเป็นข้อมูลดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางสมุนไพรระดับอาเซียน ที่บริษัทชีวะโกโอสถ หมู่ 4 ตำบลลาดหลุมแก้ว อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ได้จัดกิจกรรม Thai Herb Innobiz Network 2017 ภายในงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี จ.นนทบุรี เพื่อโชว์ศักยภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในตลาดโลก เพื่อเร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทยฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศและต่างประเทศ และยกระดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน
ด้านนางสาวชนินทร หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าสินค้าเกษตร (กษ.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการใช้สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการในการบริโภคเพื่อการสร้างเสริมและดูแลสุขภาพรวมถึงความต้องการในการแปรรูปเพื่อสร้าง มูลค่าเพิ่มของสมุนไพรต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสร้างความหลากหลายในการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร ส่งผลให้สมุนไพรถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภทและสมุนไพรบางรายการก็เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและผู้ผลิตเป็นอย่างสูงและสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ
ทั้งนี้ประเทศไทยมีพืชสมุนไพรที่ชุมชนรู้จักสรรพคุณและนำมาใช้ประโยชน์กว่า 1,800 ชนิดและมี 300 ชนิดที่เป็นวัตถุดิบสมุนไพรที่หมุนเวียนในท้องตลาด พร้อมเตรียมปั้นสมุนไพร 4 ชนิด ได้แก่ บัวบก ขมิ้นชัน ไพล กระชายดำ สู่ผลิตภัณฑ์ thailand's signature ตลาดระดับโลก โดยปัจจุบันไทยส่งออกสมุนไพรเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท สารสกัดจากสมุนไพรมูลค่ากว่า 270 ล้านบาทและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเช่น สบู่ แชมพู และผลิตภัณฑ์รักษาผิวที่ใช้สมุนไพรเป็นส่วนผสมมูลค่ากว่า 71,000 ล้านบาท ในขณะที่ตลาดโลกยอดตัวเลขในอุตสาหกรรมสมุนไพรในตลาดโลกมีมูลค่ารวมกันประมาณ 9.18 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับประเทศที่มีมูลค่าทางการตลาดของสมุนไพรที่สูง ได้แก่ ประเทศเยอรมนี ประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศฝรั่งเศส เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าตลาดสมุนไพรในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาก็มีอัตราการขยายตัวของการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องจากได้เริ่มมีความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้สมุนไพรและยาแผนโบราณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลาดสมุนไพรและยาแผนโบราณในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นตลาดสมุนไพรที่มีอัตราการขยายตัวที่มากที่สุด โดยมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยเป็นประมาณร้อยละ 9.1 ต่อปีสำหรับอัตราการขยายตัวของการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรในแต่ละประเทศอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 3 - 12 ซึ่งกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพสูงที่สุดในตลาดสมุนไพร ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และ กลุ่มผลิตภัณฑ์เวชสำอาง การจัดโปรแกรมสำรวจศักยภาพสมุนไพรไทยตามโรงงานผลิต สมุนไพรในครั้งนี้ก็เพื่อสำรวจขบวนการผลิตมาตรฐานการผลิตและตลาดเพื่อจะได้เสริมสร้างศักยภาพโอกาสและเครือข่ายธุรกิจสมุนไพร ไทยต่อไปในอนาคต
ส่วนอาจารย์เทียนชัย ศิริเสน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวะโกโอสถ กล่าวว่า ทางชีวะโกโอสถได้ศึกษาเรื่องถั่งเช่าจนสามารถเพาะถั่งเช่าสายพันธุ์ธิเบตได้ซึ่งเป็นสายพันธุ์ดีและสามารถเพาะถั่งเช่าได้เป็นรายแรกในประเทศไทย จนผลิตเป็นผลิตภัณฑ์แคปซูล จนนำไปพัฒนาตอนเป็นแบบสูตรน้ำ เนื่องจากทางชีวะโกโอสถอยากจะทำสินค้าที่ยังไม่มีในตลาดโดยเฉพาะสินค้าเพื่อสุขภาพ เราเห็นเครื่องดื่มต่างๆมีมากมายแต่เครื่องดื่มทางสุขภาพนั้นยังมีน้อยอยู่ จึงได้คิดผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าชนิดน้ำขึ้นมา เพราะถั่งเช่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ปรับสมดุลของร่างกาย และในอนาคตเราจะพัฒนาต่อยอดถั่งเช่าเป็นไวน์ถั่งเช่า การที่ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาดูกระบวนการผลิตถึงโรงงานในวันนี้จะได้เห็นถึงกระบวนการผลิตยาสมุนไพรไทยที่ได้มาตรฐาน อย. เป็นกิจการของคนไทย 100% มีการใช้ภูมิปัญญาสมุนไพรไทยผสมผสานกับวิทยาการแผนใหม่ ทั้งด้านเภสัชกรรม การผลิตและการตรวจวิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การผลิตยาสมุนไพรไทยที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพในการรักษา โดยผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรไทยของบริษัทชีวะโกโอสถ มีหลากหลายชนิด ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ นอกจากจำหน่ายตามร้านขายยาในประเทศ และยังส่งออกไปจำหน่ายอีกหลายประเทศทั้งในแถบเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา.
ภาพ/ข่าว : ธัชนนท์ พิริยะกุลชัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี
