- 01 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ชาวโลกโซเชี่ยลเข้าไปชม แชร์และแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊คของผู้ที่ใช้ชื่อ “Kun Nootavee” ที่โพสต์ภาพผู้หญิงคนหนึ่งขับรถพ่วงข้างโดยมีเด็กผู้ชายอายุประมาณ 10 ขวบ แต่งชุดนักเรียนนอนบนพื้นรถ จยย.พ่วงข้าง โดยมีกระดาษลังปูพื้น ใช้กระเป๋าหนังสือแทนหมอนหนุน ซึ่งคาดว่าทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน และผู้เป็นแม่กำลังขับรถ จยย.พ่วงข้างนำลูกชายไปส่งโรงเรียน และคาดว่าจุดที่ถ่ายภาพเป็นจุดบริเวณใต้สะพานลอยสี่แยกน้ำพุ ถนนราชดำเนิน สนามหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีข้อความระบุว่า “เห็นแล้วมีกำลังใจ ความพยายามของแม่ลูก เอารถบ้านที่เป็นทั้งรถและบ้าน..ขอเล่าภาพประทับใจสักนิด เช้านี้ตรงหน้ารถผม ไม่รู้จัก! เห็นแม่ขับรถส่งลูกชาย กระดาษลังปูพื้นนอน-กระเป๋าหนังสือเป็นหมอนหนุ่นหัว หลับอยู่ในรถบ้าน ไปโรงเรียน ความพยายามสอง แม่-ลูก น่าชื่นชม ขอส่งกำลังใจให้เด็กน้อยคนนี้เติมโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของครอบครัวและประเทศชาติที่ดีต่อไป ฯ ผมตามหา ยาก รู้จัก-เจอ คุณแม่และลูกคู่นี้ หากดู FB.ติดต่อกลับมาหาผมด้วยหรือโทร.089-650-4224 ฝากแชร์ด้วยคับ” ซึ่งนายอครพล หนูทวี เจ้าของเฟซบุ๊คตั้งใจจะมอบเงินทุนการศึกษาให้เด็กชายคนดังกล่าวจำนวนหนึ่ง จนมีผู้เข้าไปชม แชร์ และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(1.ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเย็นวานนี้ (31 ส.ค.) นายอครพล หนูทวี หรือ “ทนายขุน” เปิดเผยว่าตนได้โทรศัพท์สอบถามนายประภาส เฮ่าตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหัวอิฐ เพื่อสอบถามข้อมูลของ ด.ช.อชิตตะ โชติศักดิ์ หรือน้องอินทร์ อายุ 7 ขวบบุตรชายคนเล็ก นางยมมณีมีลาภ สุทธิวิเศษ และเป็นเด็กคนที่แต่งชุดนักเรียนนอนบนกระดาษลังปูพื้นรถ จยย.พ่วงข้าง ทราบว่าน้องอินทร์ เป็นเด็กที่มีนิสัยเรียบร้อย ชอบมาโรงเรียนและในเวลาเรียนจะชอบสอบถามคุณครูในเรื่องที่ตัวเองยังไม่เกี่ยวใจ ในช่วงเย็นหลังเลิกเรียนหากนางยมมณีมีลาภ สุทธิวิเศษ คุณมามารับช้าน้องอินทร์ ก็จะนั่งทำการบ้านและสอบถามข้อมูลการบ้านหรือเรื่องการเรียนกับคุณครูอย่างใกล้ชิด โดยผลการเรียนปานกลาง
“ผมเป็นเด็กบ้านนอกจาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ครอบครัวฐานะค่อนข้างยากจนบ้านอยู่ริมคลองพ่อจะพายเรือไปรับไปส่งที่โรงเรียน เมื่อเข้าเรียนระดับมัธยมพ่อก็พาไปอาศัยอยู่กับหลวงตาที่สุดในตัว อ.ปากพนัง โดยพักอาศัยอยู่ในซอกใต้บันไดกุฏิร่วมกับเพื่อนคนหนึ่งคือนายสมพร พฤษวานิช ซึ่งในปัจจุบันคือ พ.ต.อ.คมสัน พฤษวานิช ผกก.สภ.ทุ่งสง เมื่อจบมัธยมก็ไปเรียนต่อนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง ตนมีวันนี้ได้เพราะการศึกษา เมื่อพบเห็นน้องอินทร์ นอนหลับอยู่บนพื้นรถ จยย.พ่วงข้างที่ปูด้วยกระดาษลัง ในขณะที่แม่พาไปส่งโรงเรียน ซึ่งในขณะนั้นผมขับรถยนต์ไปส่งลูกที่โรงเรียนเช่นกันและอยู่ด้านหลังรถ จยย.พ่วงข้าง จึงถ่ายภาพเอาไว้และชี้ให้ลุก ๆ ดู พร้อมถือโอกาสสั่งสอนลูก ๆ ให้เห็นว่าน้องคนที่นอนบนพื้นรถ จยย.พ่วงข้าง เขาลำบากกว่าเราเยอะแต่เขาก็ยังต้องไปโรงเรียน จึงขอให้ลูก ๆ มุ่งมั่นขยันเรียนเพราะการเรียนเท่านั้นจะสร้างอนาคตที่ดีให้เราได้”
นายอครพล หนูทวี กล่าวอีกว่า ตนอยากจะสนับสนุนให้โอกาสน้องอินทร์ ให้ได้รับการศึกษาที่ดี เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพในสังคม ในอนาคตน้องอินทร์อาจจะเรียนจบมีหน้าที่การงานที่ดีจะได้ช่วยเหลือผู้ที่มีความลำบากเดือดร้อนคนอื่น ๆ ต่อไปอีก และจากการตรวจสอบจากพี่ ๆ นักข่าวและจากชาวบ้านต่างยืนยันตรงกันว่านางยมมณีมีลาภ แม่ของน้องอินทร์ เป็นคนดี ขยันทำงานหาเงินเลี้ยงลูก 2 คนน้องจากน้องอินทร์ แล้วยังมีลูกชายคนโตอีกคนคือ ด.ช.นันธกะ โชติศักดิ์ หรือน้องโอม อายุ 13 ปี บุตรชายคนโต เรียนชั้น ม. 1 โรงเรียนจรัสพิชากร ซึ่งมีนิสัยเรียบร้อยและชอบไปโรงเรียนเช่นกัน ตนจึงมั่นใจว่าช่วยเหลือคนไม่ผิดแน่
ต่อมาในเย็นวันเดียวกันนายอครพล หนูทีวี พร้อมด้วยผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปเยี่ยมบ้านน้องอินทร์ ที่ห้องแถวเช่าเลขที่ 105 ชุมชนซอยต้นหว้า ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมมอบเงินสดให้น้องอินทร์ จำนวน 5,000 บาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาและใช้จ่ายในครัวเรือน ท่ามกลางความดีใจของนางยมมณีมีลาภ และน้องอินทร์ เป็นอย่างมาก โดยสองแม่ลูกได้กล่าวขอบคุณนายอครพล หนูทวี ที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ และจะใช้จ่ายเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นางยมมณีมีลาภ สุทธิวิเศษ กล่าวว่า ตนเช่าห้องแถวดังกล่าวเดือนละ 1,500 บาท อาศัยอยู่กัน 3 คนแม่ลูก ส่วนสามีไปมีครอบครัวใหม่มานานกว่า 7 ปี ตั้งแต่ตนตั้งครรภ์ ด.ช.อชิตตะ หรือน้องอินทร์ 4 เดือน อย่างไรก็ตามในปัจจุบันอดีตสามีได้ส่งเงินมาให้ลูกทั้งสองคนบ้าง เมื่อก่อนตนยึดอาชีพค้าขายในตลาดหัวอิฐ และต้องหอบหิ้วน้องอินทร์ ไปด้วยตลอด แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนขับรถ จยย.พ่วงข้างรับจ้างส่งของให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดหัวอิฐ มีรายได้วันละ 300-400 บาทไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครอบครัว เมื่อได้เงินมาก็ใช้จ่ายในแต่ละวันหมดไม่เหลือเงินเก็บไว้เลย เพราะนอกจากจะให้เงินลูกคนโตไปโรงเรียนวันละ 60 บาท ลูกชายคนเล็กวันละ 40 บาท ที่เหลือก็ซื้อกับเข้าและจ่ายหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมใหม่มีค่าใช้จ่ายเยอะเงินที่หามาได้ไม่เพียงพอก็ต้องหยิบยืมเงินนอกระบบผ่อนจ่ายรายวนไปเรื่อย ๆ เรียกว่าหากินไปวันต่อวันเท่านั้น
“ตนจะตื่นตั้งแต่ตี 2 ตี 3 ปิดล็อคประตูบ้านเอาไว้และ รีบออกไปขับรถ จยย.พ่วงข้างรับจ้างส่งของในตลาดหัวอิฐ จนกระทั้งเวลาประมาณ 6 โมงเช้าก็จะกลับมาบ้านปลุกลูกทั้ง 2 คนให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน ระหว่างนั้นตนจะปรุงอาหารให้ลูกกินก่อนจะขับรถ จยย.พ่วงข้างไปส่งลูกที่โรงเรียน โดยจะขับไปส่งลูกคนโตที่โรงเรียนจรัสพิชากรก่อน เสร็จแล้วก็ขับรถเวียนกลับทางสนามหน้าเมืองผ่านสี่แยกน้ำพุ ศาลหลักเมืองออกสู่ถนนกะโรม เพื่อส่งลูกคนเล็กที่โรงเรียนวัดหัวอิฐ ในระหว่างทางจะนอนในรถพ่วงข้างพักผ่อนไปในตัว จนถึงโรงเรียนวัดหัวอิฐไม่เกิน 8 โมงเช้า จากนั้นก็จะกลับไปขับรถ จยย.พ่วงข้างรับจ้างในตลาดหัวอิฐ ถึงตอนเย็นก็จะขับรถ จยย.พ่วงข้างไปรับลูกคนโตก่อนจะเวียนกลับมารับลูกคนเล็ก ทำอยู่อย่างนี้เป็นกิจวัตร แม้ตนจะทำงานหนักและเหนื่อยมาก ๆ แต่ก็มีกำลังใจจากลูกทั้งสองคนที่ไม่ดื้อ และชอบไปโรงเรียน แม้ว่าลูกตนทั้งสองคนจะเรียนไม่เก่งมีผลการเรียนระดับปาน กลาง แต่ทั้งสองชอบไปโรงเรียนมาก อยากจะส่งเสียให้ลูกทั้งสองคนได้เรียนสูง ๆ ก็ไม้รู้ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ตนไม่คิดที่จะมีสามีใหม่ ตั้งใจเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตลอดไป เราอยู่กับ 3 คนแม่ลูกก็ถือว่ามีความสุขตามอัตภาพก็เพียงพอแล้ว และรู้สึกดีใจที่มีคนยกย่องชื่นชม และขอขอบคุณนายอรพล หนูทวี ที่ให้กำลังใจและยื่นมือมาช่วยเหลือเรื่องเงินทุนการศึกษา รวมทั้งชาวโลกโซเชี่ยลทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ตนและลูกทั้งสองคน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวโลกโซเชี่ยลอีกหลายรายที่แจ้งความประสงค์ในการช่วยเหลือครอบครัวของนางยมมณีมีลาภ โดยเฉพาะน้องอินทร์ ซึ่งได้มีการนัดหมายเดินทางไปเยี่ยมน้องอินทร์ที่โรงเรียนวัดหัวอิฐในอาทิตย์หน้า พร้อมรวบรวมเงินและสิ่งของไปมอบให้น้องอินทร์ด้วย หากใครต้องการช่วยเหลือครอบครัวของน้องอินทร์ สามารถเงินโอนเข้าบัญชีของนางยมมณีมีลาภ สุทธิวิเศษ บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดหัวอิฐ ประเภทออมทรัพย์ เลขบัญชี 816-0-56670-0.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
