- 02 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน เพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ( ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ) ประธานกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 20 จังหวัด ประธานกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับอำเภอ ในจังหวัดนครราชสีมา ทั้ง 32 ผู้บริหารสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ( สทบ) และสาขา สทบ.สาขา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( 5 สาขา ) รวมทั้ง ผู้แทนหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ ส่วนราชการในจังหวัดนครราชสีมา
สำหรับการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั้งสิ้น จำนวน 34,108 กองทุน ซึ่งแยกเป็น กองทุนหมู่บ้าน 33,104 กองทุน ,กองทุนชุมชนเมือง 892 กองทุน และ กองทุนชุมชนทหาร 112 กองทุน เงินหมุนเวียน เงินบัญชี จำนวน 85,578.65 บาท เงินจัดสรรตามโครงการ 35,000 บาท จำนวน 16,099,289.275 บาท และที่เป็นกองทุนที่จัดตั้งโดยรัฐบาลปัจจุบัน จำนวน 159 กองทุน เงินออมบัญชีที่ 2 จำนวน 7.934.77 บาท ผลกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 6,727.92 บาท มีสมาชิก จำนวน 5,501.682 คน และกรรมการ จำนวน 408,216 คน เงินสมทบกองทุนจำนวน 2,440.15 บาท เงินประกันความเสี่ยง จำนวน 806,28 บาท เงินเฉลี่ยคืน จำนวน 738,02 บาทเงินบริหารจัดการ จำนวน 1,241.40 บาท เงินสวัสดิการ จำนวน 1,471.77 บาท เงินกู้ยืมบัญชีที่ 3 จำนวน 31,551.38 บาท
นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อต้องการให้พี่น้องภาคประชาชนร่วมกันคิดโครงการด้วยตนเอง ซึ่งเป็นนโยบายต่อเนื่องมาจากปี 59 ภายใต้โครงการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐ จำนวน 35,000 ล้านบาท เมื่อปีที่ผ่านมา และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการต่อเนื่องในปี 60 จำนวน 15,000 ล้านบาท โดยจะเร่งขับเคลื่อนในห้วงเวลาที่เหลืออยู่ให้มีการขับเคลื่อนฐานรากอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งรับฟังปัญหาและรับฟังคำแน่ะนำแนวทางในปารผลักดันให้สิ่งเหล่านี้ กระจายไปสุ่ความเข้มแข็งของฐานรากได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งขณะเดียวกันยังได้นำเอาเรื่องโครงการสวัสดิการแห่งรัฐที่กระทรวงการคลังได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในเรื่องของการมีบัตรประชารัฐที่จะนำมาต่อเติมสร้างความเข้มแข็ง โดยการที่จะใช้กลไกความเข้มแข็งของร้านค้าชุมชนกองทุนหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการ ที่จะเป็นร้านค้าที่ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นจุดในการจำหน่ายสินค้า และพี่น้องที่ได้รับบัตรสวัสดิการดังกล่าวสามารถใช้นำมาซื้อสินค้าได้ นอกจากนี้ยังต้องการมาสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือในการกระจายให้ครอบคลุมพื้นที่ในการให้บริการ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ คาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
