- 03 ก.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 2 กันยายน 2560 ในขณะที่ ร.ต.อ.ปภาสุต บวรพลภัทร รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก นายอุดม สุมมาตร อายุ 46 ปี ได้พา ด.ช.ชัยอุดม สุมมาตร อายุ 12 ปี บุตรชาย และ ด.ช.อนุวัฒน์ สุมมาตร อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พร้อมด้วยกระเป๋าหนังสีดำเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ช่วยติดตามหาเจ้าของกระเป๋าใบดังกล่าวให้มารับคืน หลังจากที่ลืมเอาไว้ที่บริเวณสถานที่ปล่อยปลาหลังตลาดเอี่ยมเจริญ ริมคลองสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ บุตรชายและหลานได้ไปพบก่อนนำมาให้ตนดูและพามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามเจ้าของกระเป๋าใบดังกล่าว
โดยที่ยังไม่ได้เปิดดูว่าภายในกระเป๋าใบดังกล่าวมีอะไรอยู่บ้าง หลังจากรับแจ้ง ร.ต.อ.ปภาสุต บวรพลภัทร รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ พร้อมด้วยนายอุดม และเด็กชายทั้งสอง จึงได้เปิดกระเป๋าใบดังกล่าวดูเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินภายใน ได้พบว่าในกระเป๋าใบดังกล่าวมีเงินสดอยู่จำนวน 57,761 บาท และสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น แหวนทองหัวพลอย 1 วง นาฬิกาข้อมือ 1 เรือน หนังสือเดินทางออกนอกประเทศ 1 เล่ม และนามบัตรที่ระบุชื่อ น.อ.ชัยณรงค์ บุณยริตกลิน อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นข้าราชการทหารเรือ และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งชื่อตรงกับที่ระบุไว้ในหนังสือเดินทางออกนอกประเทศ
โดย ด.ช.ชัยอุดม ได้เล่าว่า ก่อนที่จะไปพบกระเป๋าตนและ ด.ช.อนุวัฒน์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันได้พบช่วยแม่ของตนขายของอยู่ที่ตลาดดังกล่าว ก่อนที่จะพากันมาเดินดูปลาที่ริมคลองสำโรง หลังตลาด ซึ่งในขณะนั้นได้พบชายเจ้าของกระเป๋ากำลังซื้อปลามาปล่อยในคลองสำโรง โดยชายเจ้าของกระเป๋ายังได้พูดคุยกับตนทั้งสองว่ามีทำอะไร ตนทั้งสองจึงตอบว่ามีดูปลา ซึ่งในขณะที่ชายคนดังกล่าวกำลังปล่อยปลานั้นได้วางถุงที่ใส่ของมาหลายใบไว้ที่สะพานจุดปล่อยปลา หลังจากที่ปล่อยปลาเสร็จชายคนดังกล่าวได้หยิบถุงใส่ของมาเดินออกไป ซึ่งตนทั้งสองก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะมัวแต่ดูปลาในคลอง ก่อนที่จะเดินลงไปที่สะพานปล่อยปลาเพื่อไปดูปลาใกล้ ๆ จึงได้พบกระเป๋าใบดังกล่าววางอยู่กับพื้นสะพาน ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นของชายคนดังกล่าว จึงได้หยิบกระเป๋าและวิ่งตามหาชายคนดังกล่าว ได้มาพบชายที่มีรูปร่างคล้ายกับชายเจ้าของกระเป๋าจึงได้เข้าไปสอบถาม แต่ชายคนดังกล่าวปฎิเส
ว่ากระเป๋าใบดังกล่าวไม่ใช้ของตนเอง ตนทั้งสองจึงได้เดินตามหาชายเจ้าของกระเป๋าอยู่นานแต่ไม่พบ จึงได้นำกระเป๋าไปให้แม่ของตนที่ร้านขายของในตลาด ก่อนที่แม่ของตนจะโทรศัพท์ไปบอกพ่อให้มาพาตนทั้งสองนำกระเป๋าใบดังกล่าวไปแจ้งตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ
หลังจากนั้น ร.ต.อ.ปภาสุต บวรพลภัทร รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ ได้โทรศัพท์ตามหมายเลขที่ระบุไว้ในนามบัตรเพื่อสอบถาม ปรากฏว่า นายทหารคนดังกล่าวยังไม่ทราบเลยว่าตัวเองลืมกระเป๋าที่ใส่ทรัพย์สินเอาไว้ หลังจากที่นายทหารคนดังกล่าวได้แจงรายการทรัพย์ที่อยู่ในกระเป๋าใบดังกล่าวพบว่าตรงกับทรัพย์สินที่พบอยู่ในกระเป๋า จึงได้แจ้งให้นายทหารคนดังกล่าวมารับทรัพย์สินคืนที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ หลังจาก น.อ.ชัยณรงค์ ได้ดินทางมารับกระเป๋าและทรัพย์สินดังกล่าวคืน พร้อมทั้งมอบเงินจำนวน 1 หมื่นบาทให้กับเด็กชายทั้งสองเป็นรางวัลย์ในฐานะที่เป็นเด็กดี พร้อมกล่าวขอบคุณนายอุดม พ่อของ ด.ช.ชัยอุดม พร้อมกล่าวชมว่า อบรมลูกและหลานได้ดีมากและเด็กทั้งสองก็เป็นเด็กดีที่ไม่เอาของ ของผู้อื่นไปเป็นของตนเอง
ด้านนายอุดม บิดาของ ด.ช.ชัยอุดม ได้กล่าวว่า ดีใจมากที่เขาไม่ไปรื้อกันและไม่ไปบอกผู้ใหญ่ แต่ดีที่เขาเอาไปบอกผู้ใหญ่ ภูมิในมาก และเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าภายในกระเป๋ามาอะไร แล้วเขาก็เอาไปให้แม่เขาดูแม่เขาเปิดดูและโทรมาบอกตนว่ามีเงินเยอะมากเลยมีทุกช่อง ตนเลยบอกว่าให้ปิดกระเป๋าก่อนที่ตนจะเดินทางมาถึงและนำกระเป๋าใบดังกล่าวพร้อมลูกชายและหลานชายเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โรงพักเพื่อตามหาเจ้าของ ตนดีใจมากที่ลูกและหลานเป็นคนดีไม่อยากได้ของของคนอื่น
ภาพ/ข่าว สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สมุทรปราการ
